"สิงห์ชัย ทนินซ้อน" อัยการสูงสุด คนใหม่ สั่งอธิบดีอัยการ ภาค 5 ตรวจสอบด่วน คดีอัยการฟ้องไม่ทัน ต้องปล่อย 7 ผู้ต้องหาคดียาลอตใหญ่ในจังหวัดน่าน ขีดเส้นรู้ผลภายใน 7 วัน
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 64 นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด แถลงนโยบายหลังรับตำแหน่งเป็น อสส.ลำดับที่ 16 คือ 1. งานยุติธรรมจะรักษาผลประโยชน์ของรัฐและงานช่วยเหลือปนะช่ขนทางกฎหมาย 2. นำระบบสารสนเทศระบบข้อมูลคดีทางดิจิทัลมาใช้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงงงานยุติธรรมในการตรวจสอบข้อมูล และจัดรถบริการทางกฎหมายเคลื่อนที่ 3. ต้องมีความรัสามัคคีในหมู่อัยการ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ 4. มีคุณธรรม จริยธรรม สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาแก่ประชาชน
อัยการสูงสุด ยังกล่าวถึงการปรับภาพลักษณ์สำนักงานอัยการสูงสุด หลังจากที่ผ่านมา ประชาชนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรอัยการ โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า บุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด มีศักยภาพที่จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุณธรรม โดยเฉพาะด้านการอำนวยความยุติธรรมของประชาชน รวมถึงการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เช่น การตรวจร่างสัญญานำเข้าวัคซีนที่จะเร่งรัดให้มีความรวดเร็วเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ ที่ผ่านมา ในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนจะรู้จักแค่ตำรวจกับศาลเท่านั้น ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่าอัยการคืออะไร ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ที่ต้องทำให้สำนักงานอัยการเป็นที่รู้จักของประชาชน หรือเป็นการสร้างแบรนด์ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าอัยการมีหน้าที่อะไรในกระบวนการยุติธรรม เช่น การให้ความรู้ทางด้านกฎหมายแก่ประชาชน ให้ประชาชนรู้ว่าสามารถเข้าถึงอัยการได้ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ โดยการสร้างแบรนด์จะใช้ 3 หลักการ คือ เข้าใจ เข้าถึง ความร่วมมือ
...
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาการส่งฟ้องคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดน่าน ที่มีการขยายผลจับกุมตัวการใหญ่ และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 7 คน ยึดทรัพย์ได้เงินกว่า 2,175 ล้านบาท แต่อัยการส่งฟ้องคดีไม่ทันในระยะเวลา 84 วัน และอาจมีการเรียกสินบนจำนวนมากด้วย ว่า ยืนยันว่าในฐานะอัยการสูงสุด จะมีการพิจารณาสั่งคดีโดยให้ความเป็นธรรม เป็นไปตามพยานหลักฐาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในสังคม จึงมอบหมายให้อธิบดีอัยการ ภาค 5 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานให้ทราบภายใน 7 วัน ซึ่งคาดว่าอธิบดีอัยการภาค 5 จะรายงานมาเร็วกว่ากำหนดก็ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเชื่อว่าจะมีการนำหารือในที่ประชุม ก.อ.
แต่เท่าที่ทราบเบื้องต้นว่าคดีนี้มีหลายสำนวนเกี่ยวพันกันในคดีหลัก ซึ่งมีผู้ต้องหาหลักทางอัยการได้ยื่นฟ้องไปเเล้ว ส่วนของกลางและเงินที่ตรวจพบได้ได้มีการขอศาลให้อายัดทรัพย์แล้ว ส่วนคดีที่มีปัญหาปล่อยผู้ต้องหาเป็นในส่วนที่ขยายผลมาจากคดีหลัก และติดปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีที่ขยายผลนั้นเป็นคดีนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นอำนาจสอบสวนของอัยการสูงสุดหรือไม่ เพราะการที่พนักงานอัยการจะฟ้องดำเนินคดีอาญาการสอบสวนจะต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงว่าทำไมถึงฟ้องไม่ทันรออยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เเละถ้ามีความคืบหน้าทางทีมโฆษกจะแจ้งความคืบหน้าให้สื่อมวลชนทราบต่อไป.