ศาลแพ่งรับฟ้องคดีที่ กลุ่มไอลอว์ และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฟ้อง นายกฯ และพวก กรณีละเมิดใช้มาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมขอให้ศาลสั่งคุ้มครองฉุกเฉินให้เพิกถอนมาตรา 9 และห้ามไม่ให้ใช้มาตรา 9 อีก
ที่ศาลแพ่ง เมื่อ 10.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2564 ได้มีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า ไอลอว์ และนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ กับนางสาวชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือ วาดดาว แกนนำและนักเคลื่อนไหว ผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ซึ่งแต่ละคนเคยถูกดำเนินคดีมาก่อนหน้านี้ ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาตรา 9 ที่ห้ามชุมนุมในลักษณะเป็นการแพร่โรคระบาด
การยื่นฟ้องดังกล่าวมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจชูป้ายผ้า มีข้อความเช่น อย่าอ้าง covid ปิดปากประชาชน และหมดเวลายาแรง เป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.พหลโยธิน เจ้าพนักงานตำรวจศาลและรปภ.ศาลอารักขาบริเวณศาล เหตุการณ์ทั่วไปสงบ
ทั้งนี้โจทก์ทั้ง 3 คนได้เดินทางมาพร้อมด้วยทนายความจาก ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยได้ยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฐานละเมิดเรียกค่าเสียหาย 4.5 ล้านบาท พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวและขอคุ้มครองฉุกเฉิน ขอให้ศาลมีคำสั่ง เพิกถอน ข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสั่งห้าม ไม่ให้บังคับใช้ อำนาจตามมาตรา 9 อีกด้วย
...
คำฟ้องใจความว่า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์), นางชุมาพร แต่งเกลี้ยง ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ แนวร่วมม็อบคณะราษฎร เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกับพวก กรณีออกประกาศข้อกำหนดในมาตรา 9 ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
กล่าวคือ ก่อนหน้านี้ โจทก์ทั้งสามคนถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ จากการร่วมปราศรัยในการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการ
ชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ซึ่งข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวเป็นการจำกัดการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การกระทำโดยออกข้อกำหนด ห้ามชุมนุมฯ ของจำเลยเป็นการไม่ชอบและละเมิดโจทก์ทั้งสาม ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนข้อกำหนดคำสั่งห้ามชุมนุม ให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ รวม 4.5 ล้านบาท ศาลรับคำฟ้องไว้ไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 รัฐสามารถจำกัดสิทธิบางอย่างได้ แต่ไม่ใช่การสั่งห้ามชุมนุม และการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็เพื่อควบคุมโรคระบาด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แม้จะไม่ใช่สถานที่แออัด ไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ทุกครั้งที่จัดการชุมนุมคนจัดและผู้ปราศรัยการชุมนุมจะถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตามมาตลอด จนขณะนี้มีคดีมากกว่า 483 คดี มีผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดี มากกว่า 1,171 คน
ผู้จัดการ ไอลอว์ กล่าวต่อว่า เราเห็นว่าข้อจำกัดที่ห้ามชุมนุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้นกว้างขวางและจำกัดสิทธิเสรีภาพจนเกินไป จึงมาฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้เพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หมายความว่า ให้ศาลสั่งว่าข้อกำหนดและคำสั่งไม่เคยมีมาตั้งแต่แรกและให้มีผลย้อนหลัง ก็จะทำให้คดีความต่างๆ ของผู้ชุมนุมให้มีอันถูกยกเลิกไปด้วย ถ้าการชุมนุมผิดกฎหมายอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายได้ ทั้งประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ที่ควบคุมดูแลการชุมนุมได้อยู่แล้ว
...
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาการชุมนุมของม็อบคณะราษฎร มีการใช้ความรุนแรง ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีความคิดเห็นอย่างไร นายยิ่งชีพ กล่าวว่า คนละประเด็นกัน แต่ก็มีการชุมนุมที่ไม่สงบเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ก็มีความผิดและสามารถใช้ประมวลกฎหมายอาญาควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมโรคมาดูแลการชุมนุมที่ไม่สงบ
ด้าน นายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ กล่าวว่า นอกจากนี้แล้ว เราจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินให้ระงับการบังคับใช้ประกาศและข้อกำหนดทั้ง 2 ฉบับนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา หากมีการชุมนุม ก็จะฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกด้วย
ทั้งนี้ศาลแพ่งได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.4639/3564 โดยกำหนดนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 31 ม.ค.2565 เวลา 09.00 น.