ล่าระทึก โจรลักรถบัส ขโมยรถตำรวจทางหลวง เปิดไซเรนหนีต่อ

ข่าว

    ล่าระทึก โจรลักรถบัส ขโมยรถตำรวจทางหลวง เปิดไซเรนหนีต่อ

    ไทยรัฐออนไลน์

    26 ก.ย. 2564 08:38 น.

    เกิดเหตุโจรขโมยรถบัสจากฉะเชิงเทรามาจอดทิ้งไว้ที่อยุธยา ขณะเจ้าหน้าที่รถสายตรวจตำรวจทางหลวงขึ้นไปตรวจบนรถ คนร้ายได้ขโมยรถสายตรวจที่ยังเปิดไซเรนขับหนีไปอีกกว่า 5 กม. ก่อนเสียหลักตกร่องถนน ถูกจับตัวได้ในที่สุด 

    เวลา 20.30 น. วันที่ 25 กันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจ สภ.ฉะเชิงเทรา จากเจ้าผู้ประกอบการรถบัสรับส่งพนักงาน ว่ามีเหตุคนร้ายขโมยรถบัสของบริษัทมาจอดทิ้งไว้บนถนนสายเอเชีย ขาขึ้น นครสวรรค์ หลัก กม.ที่ 12 ทางเบี่ยงคู่ขนาน ก่อนขึ้นสะพานกลับรถ บ้านหว้า ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยา

    พบรถบัสยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นของบริษัท นิวอุดมชัยทรานสปอร์ต จำกัด จอดชิดริมถนนอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพร้อมรถสายตรวจทางรถ 2 คัน และรถ น.เขต ของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ จอดต่อทางรถบัส ไม่พบตัวคนร้ายที่ขโมยมา ตรวจสอบภายในรถบัสพบถูกคนร้ายได้ตัดสายวงจรไฟฟ้าภายในรถเพื่อตัดสัญญาณ GPS ที่ติดในรถ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น คนร้ายได้อาศัยจังหวะที่หลบซ่อนตัวอยู่ขึ้นรถยนต์สายตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่จอดต่อท้ายอยู่คันหลังสุด ขับถอยหลังแล้วหนีขึ้นสะพานกลับรถเพื่อกลับรถมุ่งหน้าเข้า กทม. โดยคนร้ายได้เปิดสัญญาณไฟเรนไปตลอดทาง

    ขณะนั้น ดาบตำรวจ สุธิวัฒน์ มณีรัตน์ ผบ.หมู่ ได้นั่งอยู่ในรถสายตรวจทางหลวงหมายเลข 1007 เพื่อรายงายผู้บังคับบัญชา ได้ยินเจ้าหน้าที่แจ้งว่าคนร้ายขโมยรถสายตรวจ จึงได้กลับรถออกติดตามและวิทยุแจ้งศูนย์สกัดจับ แล้วขับไล่ล่าตามไปอย่างกระชั้นชิด โดยมีรถตำรวจทางหลวงสมทบติดตามมา แต่เนื่องจาก คนร้ายนั้นไม่สามารถปิดสัญญาณไซเรนได้ ทำให้รถสายตรวจตำรวจทางหลวงที่จะมาสมทบคิดว่าเป็นรถสายตรวจทางหลวงพวกเดียวกัน แต่มาทราบภายหลังว่าเป็นรถสายตรวจที่คนร้ายขโมยมาจึงได้ติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด กว่า 5 กิโลเมตร จนไปพบคนร้ายขับรถตำรวจทางหลวงทะเบียน 4กฉ100 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่ร่องกลางถนน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49 ท้องที่ สภ.พระอินทร์ราชา พังเสียหายยับเยิน ส่วนคนร้ายทิ้งรถวิ่งหนีไปทางวัดคุณหญิงส้มจีน

    เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยอาสาสมัคร ช่วยกันไล่ล่าตัวคนร้ายจนกระทั่ง สามารถจับกุมนายประสิทธิ์ มองขุนทด อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณริมถนน หน้าปั๊มแก๊ส ในสภาพเนื้อตัวเปียกปอน และไม่ยอมพูดจา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.พระอินทร์ราชา พร้อมตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย

    นายปัญญา ชูมะณี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ เล่าว่า ได้รับแจ้งขอกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงให้มาช่วยหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุขโมยรถบัสมาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้ขับรถและเปิดไฟส่องแสงสว่างเพื่อตรวจหาคนร้าย แต่ขณะนั้นมีฝนตก ยากต่อการค้นหา ขณะเจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังตรวจสอบรถบัสอยู่นั้น คนร้ายที่หลบซ่อนอยู่ได้เข้าไปในรถสายตรวจทางหลวงแล้วขับรถถอยหลัง หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่นั่งอยู่ในรถอีกคันขับไล่ตามไป จากการตรวจสอบบริเวณป่าหญ้าพบว่าร่องรอยของคนร้ายคาดว่าน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำและหาจังหวะทีเผลอของเจ้าหน้าที่ ขึ้นมาจากที่หลบซ่อนขโมยรถสายตรวจขับหนีไป ส่วนป้ายทะเบียนรถบัสได้ทิ้งลงน้ำไม่ไกลจากที่ซ่อนตัว

    ด้านดาบตำรวจอริญย์ เชี่ยวชาญ เป็นพนักขับประจำรถทางหลวง 1108 เล่าว่าช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจ สภ.ฉะเชิงเทรา จากเจ้าผู้ประกอบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า มีการติตตามรถบัสที่ถูกขโมยมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นมีการเช็กสัญญาณ GPS ที่ติดในรถบัสว่ารถบัสมีการหยุดนิ่ง อยู่ที่บริเวณถนนสายเอเชีย กิโลเมตรที่ 12 จึงแจ้งให้รถตรวจเขตที่วิ่งอยู่บนถนนสายเอเชียเข้าไปดูจุดเกิดเหตุ โดยมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 1007 จอดอยู่แล้ว จึงได้ขับตามไปสมทบ จอดต่อจากรถทางหลวง 1007 และได้เปิดสัญญาณไฟโดยที่ไม่ดับเครื่องยนต์ และลงไปถ่ายรูปเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา ไม่ถึง 5 นาที ก็สังเกตว่ารถถอยหลังเองจึงรีบวิ่งมาดู ก็พบว่ามีคนร้ายขโมยรถตำรวจทางหลวง แล้วใช้เส้นทางถนนสายเอเชียหลบหนีจึงได้มีการวิทยุ สกัดจับพร้อมขับรถติดตามจนกระทั่งมาพบว่า รถที่คนร้ายขโมยมานั้นประสบอุบัติเหตุอยู่ร่องกลางถนน

    ขณะที่นายภูวิชญ์ เทพเทวิน อายุ 29 ปี ผู้ประกอบการรถบัส เผยว่า ช่วงเย็น พนักงานขับรถบัสคันดังกล่าวจะไปเอารถเพื่อไปรับส่งพนักงานบริเวณลานจอดรถ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา แต่พอมาถึงที่จอดไม่พบรถ จึงมาแจ้งว่ารถถูกคนร้ายขโมยไปจึงได้จับสัญญาณ GPS พบรถวิ่งมุ่งหน้ามาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมาจอดอยู่ตรงบริเวณสายเอเชียเลยนิคมไฮเทค จึงได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ มาดูพบรถจอดอยู่ แต่ป้ายทะเบียนถูกถอดทิ้ง และทำลายสัญญาณ GPS โดยพบหลักฐานเป็นเสื้อผ้าสีน้ำเงินแขนยาวของคนร้ายทิ้งไว้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ขโมยรถบัสลักรถบัสขโมยรถตำรวจขโมยรถตำรวจทางหลวงจับโจรขโมยรถลักรถ พนะนครศรีอยุธยาข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 03:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์