รองผู้การพิษณุโลก ติดตามการสอบสวนคดีนายตำรวจกร่างขู่ทำร้ายร่างกายชาวบ้าน ยันให้ความเป็นธรรม ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ดำเนินการทั้งวินัย อาญา ตามพยานหลักฐาน โดย ตร.ไทรงาม สอบผู้เสียหายเสร็จแล้ว

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.64 "พ.ต.อ.ธนารักษ์ ปาระมีสา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ "พ.ต.ท.ยสพนต์ พวงทอง" สารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า "วันนี้ได้เดินทางมาตรวจสอบการสอบสวนเพิ่มเติมจากผู้เสียหาย และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในชั้นพนักงานสอบสวน ของ สภ.ไทรงาม อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร พื้นที่เกิดเหตุ โดยจะดูแนวทางการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีอาญา เนื่องจากทางวินัย ได้มีบทลงโทษในเบื้องต้นไปแล้ว ส่วนจะลงโทษทางวินัยเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องดูสรุปจากทาง สภ.ไทรงามก่อน

ทั้งนี้ได้สร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนไปด้วยความโปร่งใส ขอให้ผู้เสียหายมีความมั่นใจในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะให้ความเป็นธรรมไม่มีล้มคดีแน่นอน ส่วนการจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันใดนั้น เบื้องต้น สภ.ไทรงาม ได้ออกหมายเรียกไปแล้ว คาดว่าน่าจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาประมาณวันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 นี้

...

ด้าน "นายโบว์ลิ่ง" ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งอาศัยอยู่บ้านฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุที่ พ.ต.ท.ยสพนต์ เดินทางมาหานั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่นายโบว์ลิ่งยังไม่ได้ให้การใดๆ และพยายามจะเดินทางกลับบ้าน บอกแต่เพียงว่ารู้จักกัน มาหากันแค่นั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำความเข้าใจกับนายโบว์ลิ่ง ว่าต้องการให้เป็นพยานในเหตุการณ์เท่านั้น วันนี้เป็นการเรียกพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ส่วน น.ส.ชลธิชา เนยคำ อายุ 29 ปี ชาวบ้าน ต.มหาชัย อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เจ้าของร้านส้มตำ กล่าวว่า ปกติตนเองต้องออกมาขายกับข้าวตอนเช้ามืด แต่ด้วยความกลัวจึงเปลี่ยนเวลามาเปิดร้านในช่วงสายแทน เนื่องจากยังคงหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการทำเรื่องขอคุ้มครองพยานไปแล้ว ส่วนบรรยากาศที่ร้านหลังเกิดเหตุมีจำนวนลูกค้าลดน้อยลง ทำให้รายได้ของตนเองลดลงเช่นกัน ส่วนกรณีที่ผู้ก่อเหตุให้ปากคำตามที่มีข่าวนั้นว่าก่อเหตุไปเพราะความเครียด ตนเองมองว่าเป็นลักษณะของคนที่มีอาการมึนเมามากกว่า เนื่องจากตัวผู้ก่อเหตุนั้นยืนทรงตัวไม่อยู่ และพูดไม่รู้เรื่องลักษณะคล้ายพูดคนเดียว.