ตำรวจร้อยเอ็ด แจ้งจับหมอปลาหมิ่นประมาทพูดให้ร้าย จนท.ปมผู้บำบัดยาเสพติด

ข่าว

    ตำรวจร้อยเอ็ด แจ้งจับหมอปลาหมิ่นประมาทพูดให้ร้าย จนท.ปมผู้บำบัดยาเสพติด

    ไทยรัฐออนไลน์

    23 ก.ย. 2564 22:07 น.

    ผู้การร้อยเอ็ดตั้งโต๊ะแถลง การันตี ตร.ไม่มีเอี่ยวแสวงประโยชน์จากผู้บำบัดยาเสพติดในวัดดังตามข่าว ด้าน อส.ตร.ย้ำทำด้วยความสมัครใจ ขณะที่ ผู้ปกครองช้ำใจเสียเงินหมื่นส่งลูกบำบัดได้ไม่ตามเป้า


    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ สภ.สุวรรณภูมิ พลตำรวจตรีไพโรจน์ มังคลา ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมรอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ผู้กำกับ สภ.สุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องเพจหมอปลา กล่าวถึง สภ.มีส่วนได้เสียในการนำผู้เสพยาเสพติดไปบำบัด โดยมีผู้ปกครองที่นำลูกส่งไปบำบัดกับ ดร.พระมหาณรงค์ พลญาโน พร้อมบัวป่า เจ้าวาสวัดโพนสูง /เจ้าคณะตำบลสระคู เขต 1 ฝ่ายปกครอง และมีผู้ปกครองที่ไปรับลูกกลับมาแล้วร่วมชี้แจง ตอบข้อซักถามและให้ข้อเท็จจริงกับสื่อมวลชนเพื่อยืนยันว่า ตำรวจร้อยเอ็ดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวดังกล่าวที่ถูกโจมตี โดยไม่มีพื้นฐานของความเป็นจริง

    พล.ต.ต.ไพโรจน์ กล่าวว่า เรื่องการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ได้ให้ฝ่ายผู้ปกครองที่ได้นำลูกเข้าไปบำบัดที่วัดท่าพุราษฎร์บำรุง โดยการนำส่งโดย อส.ตร.จิตติ หรือนายตี๋ พร้อมทีมงานอีก 4 คนซึ่งแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 24,000 บาท ชี้แจงต่อหน้าสื่อมวลชนให้รับทราบข้อเท็จจริงว่า ในกรณีดังกล่าว การเดินทางเป็นการเดินทางไป ล้วนแต่เป็นการประสาน ตกลงกันเอง กับอาสาตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งจังหวัด และ สภ.สุวรรณภูมิ เข้าไปเกี่ยวข้อง และได้รับผลประโยชน์ จากเงินที่ผู้ปกครองจ่ายให้นายจิตติแต่อย่างใด

    นายจิตติ ผู้พาเด็กไปเข้าค่ายบำบัด กล่าวว่า ยืนยันว่า การทำงานไม่มีตำรวจเกี่ยวข้อง เป็นการทำเองกับผู้ปกครองเด็ก ที่อยากให้ลูกได้รับการบำบัด โดยไม่เป็นคดี และไม่เสียประวัติ โดยขอค่าใช้จ่าย 24,000 บาทเป็นค่ารถ ค่าเดินทาง 12,000 นอกเหนือจากนั้นเป็น ค่าใช้จ่ายที่วัดที่มอบให้กับพระ เพื่อบำบัดไปที่วัดท่าพุฯ โดยยืนยันว่า เงิน 12,000 บาทที่ได้รับ เป็นค่าใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำมันรถ ค่ากินข้าว ค่าอาหาร 2 วัน รวมทั้งต้องจ่ายให้คนช่วยควบคุมตัวเด็กไปด้วยครั้งละ 4 คน คนละ 500-700 บาท เพื่อควบคุมตัวกันเด็กคลุ้มคลั่งอาละวาดตลอดทาง เมื่อกลับถึงบ้าน ก็แทบจะไม่มีอะไรเหลือ เพราะเหลือเงินไม่ถึง 1,000 บาท บางทีก็เหลือแค่ 700 บาท ซึ่งแทบไม่คุ้มอยู่แล้ว จึงยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไปจ่ายให้ ตร.ตามที่หมอปลา กล่าวให้ร้ายตำรวจ โดยไม่มีพื้นฐานของความเป็นจริง ส่วนเหตุที่ตนได้ไม่คุ้มก็ทำ เพราะตนตั้งใจทำด้วยจิตอาสา ที่อยากจะช่วยผู้ปกครองเด็กที่ไม่มีทางออก และอยากให้ลูกได้รับการบำบัด จึงช่วยเหลือ รู้สึกเสียใจมากที่การตั้งใจทำดีถูกมองเป็นเจตนาร้ายไปเช่นนี้

    ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมต้องพาไปไกลถึงกาญจนบุรี ทั้งที่จังหวัดอื่นก็มี นายจิตติ กล่าวว่า แต่ก่อนหน้านั้นได้นำตัวไปส่งที่ขอนแก่นแต่ผู้ป่วยก็ไปอยู่แค่ 10 ถึง 15 วัน ก็ถูกส่งกลับ แล้วก็กลับมามีปัญหาเลิกไม่ได้อีกเช่นเคย และจากนั้นไป ค้นหาในทางอินเทอร์เน็ตและก็ได้ตรวจสอบดูว่าที่วัดนี้มีในส่วนของการจัดตั้งถูกต้องจึงได้สอบถามไปที่วัดและได้ดำเนินการแบบนี้มาต่อเนื่องมาเกือบ 3 ปีแล้ว และพาไปตลอดเวลา เพราะอยากให้เด็กได้รับการบำบัด ให้หายมาเป็นคนดี


    นางประเสริฐ แก้วกัญญา ที่เดินทางไปรับลูกชายกลับมาและร่วมแถลงข่าวด้วยกล่าวว่า ยืนยัน ตร.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตนเองยอมเสียเงิน 25,000 บาท ให้นายจิตติ เพื่อพาลูกชายไปก็ด้วยความสมัครใจ อยากให้ลูกชายได้รับการบำบัด ให้กลับมาเป็นคนดี เสียใจที่เกิดเรื่องขึ้น จนทำให้ต้องไปรับลูกกลับมา เท่ากับเสียเงินไปเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์ เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านอีก 2 คน ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือไม่มีเงินก็ไปหายืม หากู้มา อีกคนก็เอาที่ดินไปจำนองนายทุน เอาเงินหวังจะรักษาลูก สุดท้ายก็มาเกิดเหตุ ทำให้ลูกก็ไม่ได้รับการบำบัด เงินก็เสียเปล่า เพราะจ่ายให้วัดไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะได้เงินคืนหรือไม่ อย่างไร ก็หวังพึ่งทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครอง จะช่วยประสานช่วยหาทางออกให้ด้วยเท่านั้น


    ส่วน ผู้การร้อยเอ็ด กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น จากการโจมตีให้ร้ายของหมอปลา เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ซึ่งตร.และคนพาไปจึงแจ้งความดำเนินคดี เพื่อให้เกิดความชัดเจน และยืนยันกับประชาชนที่เข้าใจผิดๆ ได้เข้าใจข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทางสังคมด้วย โดยยอมไม่ได้ สำหรับในส่วนของความหนักใจของผู้ปกครองที่หวังว่าเสียเงินแล้วลูกชายได้รับการบำบัด แล้วมาเกิดปัญหาทางสังคมชุมชนและผู้ปกครอง จะกำชับให้ทุกภาคส่วนเข้าไปดูแล ร่วมกับปกครอง และสาธารณสุข

    พล.ต.ต.ไพโรจน์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นความกังวลของผู้ปกครองที่เสียเงินแล้วเสียใจว่าจะสูญเปล่า อยากได้รับเงินคืนนั้น แม้จะดูเป็นเรื่องลำบากในการที่จ่ายเงินเข้าองค์กร และระบบเขาแล้ว ก็ทำได้เพียงอาจจะให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องลองช่วยประสานดูเผื่อช่วยได้เท่านั้น เพราะไม่มีหนทางอื่นที่ดีกว่านี้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ตำรวจร้อยเอ็ดแจ้งความหมอปลาบำบัดผู้ติดยาบำบัดยาเสพติดค่ายบำบัดผู้ติดยาเสพติดสภ.สุวรรณภูมิไพโรจน์ มังคลาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานให้ร้ายตำรวจร้อยเอ็ดวัดท่าพุราษฎร์บำรุงข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 01:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์