แม่ค้าออนไลน์ถูก ตร.ค้นบ้านขอ 5 ล้านแลกปล่อยตัว ผู้การสงขลารับจะตรวจสอบ

ข่าว

    แม่ค้าออนไลน์ถูก ตร.ค้นบ้านขอ 5 ล้านแลกปล่อยตัว ผู้การสงขลารับจะตรวจสอบ

    ไทยรัฐออนไลน์

    21 ก.ย. 2564 21:01 น.

    แม่ค้าออนไลน์ที่สงขลาร้องสื่อ ถูก ตร.บุกค้นบ้าน ก่อนเจรจาขอ 5 ล้านแลกปล่อยตัว ด้าน ผู้การสงขลายันตรวจค้นยึดของกลางทำทุกอย่างถูกต้อง แต่หลังไม่พบความผิดก็คืนของกลางแล้ว แต่จะตรวจสอบอีกครั้ง

    กรณีมีแม่ค้าออนไลน์ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมของตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เข้าไปตรวจค้นในบ้านพัก ก่อนยึดเงินสด 10 ล้านบาท และทองรูปพรรณอีกประมาณ 60 บาท ก่อนต่อรองขอเงินสด 5 ล้านบาท แลกการปล่อยตัว โดยนำภาพจากกล้องวงจรปิดขณะตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นำกำลังพร้อมหมายศาล เข้าตรวจค้นบ้านพักของนางสาวกมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ แม่ค้าออนไลน์เจ้าของเพจ “ซ้อปลา มาดามลูกเหนียง ในพื้นที่ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยทำการเข้าตรวจค้นภายในบ้านและห้องต่าง ๆ ก่อนยึดของกลาง เป็นกระเป๋า น้ำหอม โลชั่น สบู่ เงินสดจำนวน 10 ล้านบาท และทองรูปพรรณน้ำหนักประมาณ 60 บาท ก่อนคุมตัวนางสาวกลมวรรณ ไปยังเซฟเฮาส์

    นางสาวกมลวรรณ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาตรวจค้นภายในบ้าน โดยมีการยื่นหมายให้ดูแต่ดูแบบผ่านๆ ด้วยความบริสุทธิ์ตน ก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นภายในบ้านไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย พบเพียงเงินสด 10 ล้านบาทและทองคำ 60 บาท ที่วางไว้อยู่ในตู้ออกมาวางไว้บนที่นอน และเอาทองกับเงินสด ใส่ถุงดำแล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะหน้าบ้าน และเข้าไปตรวจค้นต่อที่ห้องไลฟ์สด และมาบอกตนว่าของที่อยู่ในห้องนั้นผิดกฎหมายหมดเลย แล้วเอาถุงดำใส่ของทั้งหมดทั้งกระเป๋าครับและของต่างๆ รวมแล้วประมาณ 6-7 ถุง และได้เอาของทั้งหมดขึ้นรถ และได้ไปค้นรถตนต่อ และได้ยึดรถตนไปอีก 1 คัน ตำรวจคุมตัวไปสอบสวน พร้อมด้วยเงิน สดและทองที่พบ พร้อมด้วยควบคุมตัวน้องสาว และแฟนตนไปยังเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง

    "หลังจากนั้นให้เธอติดต่อกับบุคคลที่รู้จัก เพื่อให้เป็นตัวกลางในการเจรจาปล่อยตัว และบอกตนว่าของทั้งหมดจะยึดไว้ ตัวเองจึงถามไปว่ายึดทำไม ตนเองมีความผิดอะไร แต่ขณะคุมตัว ตำรวจถือปืนตลอดเวลา และพูดจาเชิงข่มขู่ ก่อนขอเงินจำนวน 5 ล้านบาท แลกกับการปล่อยตัว ด้วยความกลัวเธอจึงยอมทำตาม แต่เมื่อตนกลับมาถึงบ้านก็มีคนกลางโทรมาบอกว่า คนใหญ่ขอทองอีก 10 บาท แต่ตนไม่ยอมจึงบอกไปว่า เอาแค่ 1 แสนบ้านได้ไหม ตนจึงโอนเงินไปให้ 1 แสนบาท เช้าอีกวันคนกลางก็โทรมาบอกว่าเงิน 1 แสนนั้นไม่เอาเดี๋ยวโอนกลับให้ ตนก็ว่าไม่เป็นไรเอาไปเลย ตนไม่อยากมีปัญหา พูดกันไปมา คนกลางก็โอนเงินกลับมาให้หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกัน" แม่ค้าออนไลน์ กล่าว 

    น.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ แม่ค้าออนไลน์ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และอยากได้เงินจำนวน 5 ล้านบาทคืน จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้น เดินทางพร้อมทนายความไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 โดยมี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้รับเรื่อง / ทนายยืนยันมีหลักฐานชัดเจนถึงการเรียกรับเงินดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่จะให้ทางผู้บังคับบัญชาของชุดตรวจค้น ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ความเป็นธรรมด้วย

    ด้าน นายนกิตติธัช ชูโชติ ทนายความ เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ทำเรื่องร้องทุกข์และร้องเรียนทางวินัยไปยังตำรวจภูธรภาค 9 แล้ว และเชื่อมั่นในพยานหลักฐานของตนว่า มีพยานชัดและหลักฐานชัดเจน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเงิน สด 10 ล้านนั้นจริงมีตำรวจเข้ามาตรวจค้นจริง และเป็นตำรวจจริง และได้นำของทั้งหมดพร้อมผู้เสียหายไปจริง ซึ่งทุกอย่าง มีพยานหลักฐานหมด

    คนกลางที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า วันนั้นมีพี่ที่สนิทโทรมาบอกว่าให้ช่วยเข้ามาดูน้องเขาหน่อยน้องเขาถูกตำรวจจับ และบอกสถานที่ ตนก็เดินทางมา พอมาถึงก็เข้าไปถามว่าคนไหนชื่อปลา จึงได้พูดคุยกับน้องปลาหลังจากนั้นตนได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าน้องผิดอะไร สารวัตรคนหนึ่งบอกว่าตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ ไม่สามารถบอกอะไรได้ ตนก็กลับไปทำงานปกติ ผ่านไปหลายชั่วโมงพี่คนที่รู้จักจึงโทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่า กลับมาแล้วคิดว่าเรื่องจบแล้ว

    หลังจากนั้นตนจึงเดินทางมายังเซฟเฮาส์อีกครั้ง และตำรวจบอกว่าให้ตนเซ็นเป็นพยาน ตนจึงถามว่าพยานอะไร ตำรวจจึงบอกว่า พยานในการคืนของกลาง ตนจึงถามน้องปลากับแฟนว่า ได้ของครบหรือยัง น้องปลากับแฟนบอกว่าได้คืนครบ ตนก็พยายามถามซ้ำว่าของได้ครบไหม ปลากับแฟนก็บอกว่าครบ ตนจึงเซ็นเป็นพยานให้ แต่ตนยอมรับว่าไม่ได้อ่านว่าของกลางทั้งหมดในเอกสารนั้นมีอะไรบ้าง ตนเห็นเพียงว่ามีเงิน มีทอง และโทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ โดยส่วนตัวแล้วตนยังคิดเลยว่าทำไมเอาเงินจำนวนเยอะขนาดนั้นไปไว้ที่บ้าน เนื่องจากแถวนั้นเปลี่ยวเป็นชุมชนเล็ก

    ส่วน พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้มีการตรวจสอบ และให้รายงานข้อเท็จจริงแล้ว โดยพบว่า ก่อนที่จะเข้าไปทำการตรวจค้น มีการสืบทราบ และรับแจ้งจากพลเมืองดีว่า บ้านดังกล่าวมีพฤติการณ์ในเรื่องของการมีสิ่งของผิดกฎหมาย และมีเรื่องของแชร์ลูกโซ่ จึงมีการสืบสวนความจริง และมีการรวบรวมข้อมูล กระทั่งนำไปสู่การยื่นเสนอต่อศาลเพื่อออกหมายค้น การเข้าตรวจค้นตำรวจได้แสดงตนตามขั้นตอน โดยเจ้าของบ้าน มีการลงนามรับทราบ

    ผู้การสงขลา กล่าวด้วยว่า ผลของการตรวจค้น พบเครื่องสำอาง ธนบัตร และทองคำรูปพรรณ จึงตรวจยึดทั้งหมดไปตรวจสอบถึงการได้มา และการดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องสำอาง ก่อนนำตัวนางสาวกมลวรรณไปยังเซฟเฮาส์ โดยให้นางสาวกมลวรรณเป็นผู้ถือไป มีพยานที่เธอไว้วางใจไปด้วย หลังตรวจสอบและสอบสวนไม่พบพิรุธ จึงมีการคืนของกลางทั้งหมด ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและสามารถตรวจสอบได้ หลังจากนี้จะสืบสวนเรื่องราวอย่างละเอียดอีกครั้ง และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แม่ค้าออนไลน์ตำรวจสงขลาตำรวจบุกค้นบ้านตำรวจเรียกเงินขอเงิน 5 ล้านกมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ผู้การสงขลาอาชาน จันทร์ศิริสงขลาข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 20:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์