กองปราบร่วมกรมศิลปากร ค้น 3 จุด ร้านค้าโบราณวัตถุ ยึดปืนใหญ่เทียม 7 กระบอก

ข่าว

    กองปราบร่วมกรมศิลปากร ค้น 3 จุด ร้านค้าโบราณวัตถุ ยึดปืนใหญ่เทียม 7 กระบอก

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 ก.ย. 2564 10:17 น.

    ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับกรมศิลปากร นำกำลังเข้าทำการตรวจค้นร้านค้าโบราณวัตถุ จำนวน 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี พบโบราณวัตถุคล้ายปืนใหญ่ 7 กระบอก

    เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ, พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์, พ.ต.ต.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ สว.กก1.บก.ป. นำกำลังเข้าทำการตรวจค้น ร้านค้าที่มีการจำหน่าย และเก็บรักษาโบราณวัตถุ จำนวน 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 2 จุด และพื้นที่ จ.นนทบุรี จำนวน 1 จุด

    สืบเนื่องจาก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ตำรวจกองปราบปราม ได้รับแจ้งจากเพจเฟซบุ๊ก “กองปราบปราม” ให้ช่วยตรวจสอบเพจเฟซบุ๊ก ที่มีการขายสินค้าประเภทโบราณวัตถุลักษณะคล้ายปืนใหญ่ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีการประกาศขายกันอย่างโจ่งแจ้ง ปรากฏข้อความชวนเชื่อให้ผู้คนทั่วไปเกิดความสนใจ และมีการจำหน่ายในราคาที่ค่อนข้างสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 1 บก.ป. จึงได้สืบสวนจนทราบว่า ร้านดังกล่าวมีการประกาศขายโบราณวัตถุจริง เปิดร้านจำหน่ายสินค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีการเก็บรักษาสินค้าไว้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุญาตศาลออกหมายค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง 3 แห่ง เพื่อตรวจสอบ

    เมื่อไปถึงพบ นายยืนยง สงวนนามสกุล แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่ทั้งหมด ก่อนพาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจค้น พบโบราณวัตถุลักษณะคล้ายปืนใหญ่ทั้งสิ้น 7 กระบอก และสินค้าประเภทอื่นๆ อีกด้วย

    จากการสอบสวนนายยืนยง ให้การรับว่าเป็นผู้ครอบครองปืนใหญ่ของกลางทั้งหมด ได้ติดต่อซื้อมาจากคนรู้จัก ก่อนนำเข้ามาจากต่างประเทศ กำหนดราคาตามขนาด กระบอกเล็กขายในราคาประมาณ 50,000 - 100,000 บาทกระบอกใหญ่ขายในราคา 100,000 - 200,000 บาท มีหน้าร้านบริเวณถนนบรมราชชนนี แขวงและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เปิดมานานกว่า 8 ปี ส่วนกรณีที่พบโบราณวัตถุลักษณะคล้ายปืนใหญ่ปรากฏอยู่ในโซเชียลมีเดียนั้น เป็นบุคคลอื่นที่ช่วยโปรโมตขายสินค้าทางออนไลน์ให้

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โบราณวัตถุลักษณะคล้ายปืนใหญ่ทั้งหมด เป็นวัตถุที่ทำเทียม เลียนแบบขึ้นมา จากนี้เจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันอีกครั้ง นอกจากปืนใหญ่ ยังตรวจสอบพบว่าร้านค้าดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตทำการค้าตามกฎหมาย

    เบื้องต้นพฤติการณ์ของนายยืนยง เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 19 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวนายยืนยง ส่งพนักงานสอบสวน กก.1.บก.ป.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กองปราบกองปราบปรามร้านค้าโบราณวัตถุโบราณวัตถุปืนใหญ่ปืนใหญ่เทียมกรมศิลปากรข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 00:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์