ย้ายแก๊งผู้กำกับโจ้เข้าเรือนจํา กทม. โอนคดีให้กองปราบ “ทนายตั้ม” มอบคลิป

ข่าว

    ย้ายแก๊งผู้กำกับโจ้เข้าเรือนจํา กทม. โอนคดีให้กองปราบ “ทนายตั้ม” มอบคลิป

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    1 ก.ย. 2564 05:15 น.

    ตำรวจเรียกสอบแพทย์ พยาบาล 2 โรงพยาบาลที่เหยื่อ ผกก.โจ้ถูกส่งไปรับการรักษามีอัยการ ฝ่ายปกครองและแพทย์ร่วมฟังการสอบสวน ชี้คดีไม่ยาก มีคลิปเหตุซ้อมถุงครอบหัวเป็นหลักฐานสำคัญ ขณะที่ ผบก.ป. และอัยการประสานเสียง แค่พิสูจน์ว่าคลิปไม่มีการตัดต่อใช้เป็นหลักฐานในคดีได้ ส่วน ผกก.โจ้กับพวกทั้ง 7 คน พนักงานสอบสวนกองปราบฯเตรียมทำเรื่องขอย้ายตัวเข้าเรือนจำใน กรุงเทพฯ

    เจ้าหน้าที่ 4 ฝ่ายร่วมสอบสวนพยานคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.นครสวรรค์ กับพวกรวม 7 คน ใช้ถุงพลาสติกดำครอบศีรษะนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดในเซฟเฮาส์ “บ้านกาแฟ” หลังโรงพักจนเสียชีวิต หลังรองอธิบดีอัยการภาค 6 ชี้การชันสูตรพลิกศพและตรวจที่เกิดเหตุต้องมีตำรวจ พนักงานอัยการ แพทย์และฝ่ายปกครอง ร่วมดำเนินการถึงจะถูกต้องสมบูรณ์ เนื่องจากนายจิระพงศ์เสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน

    ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 3 บก.ภ.จ.นครสวรรค์ อ.เมืองนครสวรรค์ ที่ใช้เป็นที่สอบสวนคดี ผกก.โจ้กับพวกทำให้กระทำทารุณผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต มีเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่าย ประกอบด้วยพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และ สภ.เมืองนครสวรรค์ มี พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เป็นหัวหน้าชุด นายพิริยะ วรรธนะมณีกุล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ แพทย์ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ และฝ่ายปกครองร่วมทำการสอบปากคำพยาน

    พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า วันนี้ต้องเข้าร่วมการสอบสวนชันสูตรพลิกศพพร้อมกับอัยการตามที่รองอธิบดีอัยการภาค 6 สั่งการ เรียกพยานมาสอบปากคำอีก 10 ปาก มีทั้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ และ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าคดีนี้ไม่ยาก เพราะมีหลักฐานสำคัญคือ กล้องวงจรปิดบ่งบอกถึงพฤติกรรมที่ชัดเจน

    นายพิริยะ วรรธนะมณีกุล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า วันนี้มาร่วมกับตำรวจสอบสวน บุคลากรทั้ง 2 โรงพยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์ ระหว่างส่งตัว ผู้ตายเข้ารับรักษา ตอนที่ ผกก.โจ้ นำผู้เสียชีวิตไปส่ง รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพนั้น พบว่านายจิระพงศ์ ไม่รู้สึกตัวและไม่มีชีพจร แพทย์ต้องใช้อุปกรณ์พร้อมกับฉีดยากระตุ้น เพื่อให้มีสัญญาณชีพ แต่ก็ถือว่าไม่ได้เป็นการฟื้นคืนชีวิต เพียงแต่สามารถฟื้นคืนชีพจร ส่วนข้อมูลของบุคคลปล่อยคลิปที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด นำไปเผยแพร่ ตนเห็นว่าหากพิสูจน์ได้ว่าคลิปดังกล่าวไม่มีการตัดต่อก็สามารถเป็นหลักฐานนำมาใช้ประกอบสำนวนคดีได้

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. กล่าวถึงขั้นตอนหลังกองปราบปรามรับโอนสำนวนคดี ผกก.โจ้ กับพวกรวม 7 คน ว่า คณะพนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำตำรวจ 6 นาย เป็นชุดจับกุมในฐานะพยานให้การเป็นประโยชน์ ยอมรับว่าอยู่ในเหตุการณ์การจับกุมจริง และนำผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ หลังจากนั้นจะมีพฤติกรรมอย่างไรต้องตรวจสอบในรายละเอียด ส่วนทั้ง 6 นายจะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะพนักงานสอบสวนที่มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะสืบสวนสอบสวนจะพิจารณา

    ผบก.ป.กล่าวต่อว่า เรื่องการขยายผลเส้นทางการเงินของ ผกก.โจ้ โดยเฉพาะการครอบครองรถยนต์หรูกว่า 300 คัน ขณะนี้ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ บก.ปอศ. รับผิดชอบในการตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้นกรณีที่ ผกก.โจ้เป็นผู้แจ้งจับรถกับกรมศุลกากรกว่า 300 คัน ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ บก.ปอศ.ต้องสอบสวนอย่างละเอียดว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่จริงหรือไม่ รวมทั้งผู้ที่นำเข้ารถหรูจะรู้เห็นเป็นใจกับ ผกก.โจ้หรือไม่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ บก.ปอศ.เช่นกัน ข้อมูลต่างๆที่แจ้งมายังตำรวจ และเผยแพร่สื่อออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเก่าไม่มีตัวตนผู้แจ้ง แต่ตำรวจจะตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างที่ประชาชนแจ้งเบาะแสมา

    พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกระแสข่าวว่า ผกก.โจ้ ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์นั้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าเป็นก่อนหรือหลัง มีการรักษาตัวหรือไม่ การมากล่าวอ้างแบบเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักในทางคดี สำหรับประเด็นคนนำคลิปเหตุการณ์ขณะทำร้ายผู้ต้องหาบนโรงพักมาปล่อย อยู่ระหว่างตรวจสอบ ยืนยันได้ว่าแม้ไม่พบคนปล่อยคลิป หากคลิปดังกล่าวไม่มีการตัดต่อถือเป็นหลักฐานที่สำคัญและสมบูรณ์ในการดำเนินคดี ส่วนพ่อผู้เสียชีวิตจะมี ความผิดหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ แต่ตำรวจไปสอบปากคำมาแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องทำอย่าง รอบคอบ รวมทั้งเรื่องบุคคลที่มาช่วยเหลือนำตัว อดีต ผกก.โจ้ มาส่ง สภ.แสนสุข อยู่ระหว่างการสืบสวนเช่นกัน

    รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้คณะทำงานคลี่คลายคดีเรียกสอบพยานบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องไปแล้วเกือบ 40 ปาก และจะเรียกสอบเพิ่มเติมอีกบางส่วน และในวันที่ 2 ก.ย. จะสอบปากคำ ผกก.โจ้กับพวกทั้ง 7 คน ในเรือนจำกลางพิษณุโลก เพื่อสอบถามบางประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย ซึ่งขั้นตอนการสอบสวนผู้ต้องหาหรือพยานบุคคลต่างๆในคดี จะมีพนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง และแพทย์ เข้าร่วมสอบสวนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพื่อให้เป็นไปตาม กฎหมายที่ระบุว่าการชันสูตรผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติ และเพื่อความโปร่งใสในคดี

    นอกจากนี้ ภายหลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้โอนย้ายสำนวนคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบกองปราบฯ พนักงานสอบสวน บก.ป.จะทำเรื่องขอย้ายตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์และพวกรวม 7 นาย จากเรือนจำกลางพิษณุโลกมาคุมขังยังเรือนจำในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครในวันที่ 1 ก.ย. ส่วนจะเป็นเรือนจำใดนั้นอยู่ที่ดุลพินิจกรมราชทัณฑ์ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายใน 3-4 วัน

    ด้านพระอานนท์ ธมฺมโชโต ที่ให้กำลังใจ ผกก.โจ้ หลังถูกคุมตัวดำเนินคดี จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกระทั่งถูกขับออกจากวัดภัทรสิทธาราม อ.เมืองนครสวรรค์นั้น ตอนสายวันเดียวกันพระอานนท์เข้าไปสึกกับพระปริยัติพัชราพร เจ้าอาวาสวัด ไพรสณฑ์ศักดารามพระอารามหลวง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ กลับเป็นฆราวาสในชื่ออานนท์ คนธาร์ ตามเดิม นายอานนท์กล่าวว่า กลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปที่บ้าน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ทางบ้านก็มีไร่นาพอมีฐานะอยู่บ้าง ส่วนเรื่องที่ไปให้กำลังใจอดีต ผกก.โจ้ ตนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปหมดแล้ว ไม่ขอตอบคำถามอะไรอีก

    ต่อมาเวลา 18.00 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางมาที่ บก.ภ.จ.นครสวรรค์ พบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกมาให้ปากคำ กรณีเผยแพร่คลิป ผกก.โจ้กับพวกใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะผู้ตาย พร้อมนำคลิปดังกล่าวมามอบ นายษิทรากล่าวว่า คงจะไม่เปิดเผยว่าคนที่นำคลิปมาให้ตนเป็นใคร แต่ยืนยันว่าเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยอยู่ที่ภูธรจังหวัดนครสวรรค์ มีตัวตนจริงเพราะได้คุยกันอยู่ ไม่เปิดเผยตัวเพราะเกรงจะได้รับความเดือดร้อน จากนั้นนายษิทราเดินขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนทันที

    หลังให้ปากคำพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้น นายษิทรา หรือทนายตั้ม เปิดเผยว่า สอบปากคำในประเด็นหลักคือเรื่องคลิปวิดีโอที่ตนเป็นคนเผยแพร่ มีการสอบถามเรื่องที่มาของคลิปวิดีโอ แต่เป็นการซักถามปกติ ไม่ได้เค้นเอาคำตอบ ตนไม่ได้เปิดเผยชื่อ รวมถึงแชตที่คุยกับคนส่งคลิปมาให้ พร้อมยืนยันจะให้ ความร่วมมือตำรวจเต็มที่ จากนั้นนายษิทราได้โชว์ข้อความ ที่แชตโต้ตอบกับคนที่ส่งคลิปมาให้จำนวน 2 คลิป ความยาวรวม 9 นาที 50 วินาที เพื่อส่งต่อ ผบ.ตร.

    ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวอีกครั้งว่า วันนี้มีการเรียกสอบพยานทั้งหมด 10 ปาก เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ที่เคยสอบปากคำไปแล้วแต่เรียกมาสอบปากคำใหม่ร่วมกับอัยการ ทั้งหมดให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับแพทย์ที่ทำการชันสูตรศพซึ่งเข้ามาให้ปากคำก่อนหน้านี้ พรุ่งนี้ยังไม่มีการเรียกใครเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม ส่วนคลิปเหตุการณ์ที่ปรากฏในสำนวนคดี ตำรวจได้รับมาหลายช่องทาง คลิปที่ได้รับจากนายษิทรา เป็นเพียงช่องทางหนึ่ง ต้องนำคลิปมาเปรียบเทียบกันว่าเป็นคลิปเดียวกันหรือไม่ หากรู้ตัวผู้ที่ส่งคลิปให้นายษิทราก็เป็นเรื่องดี แต่หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร และวันนี้ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้โอนย้ายสำนวนคดีและผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ไปยังส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ผู้กำกับโจ้ผกก.โจ้จับผู้กำกับโจ้ษิทรา เบี้ยบังเกิดโจ้ เฟอร์รารี่พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผลคลิป ผกก.โจ้ผกก. นครสวรรค์ผกกโจ้ ประวัติข่าวผกก.โจ้ ล่าสุดข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 05:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์