ลุงพลพร้อมทนายษิทรา เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อหาที่ 4 ในคดีน้องชมพู่ ถูกกล่าวหากระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 288 "ฆ่าผู้อื่น"

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.64 (ที่ผ่านมา) นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล นางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น และบุตรชายทั้ง 2 คน น้องโอม และน้องน้ำมนต์ ได้เดินทางมาที่อัยการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีการเสียชีวิตของ เด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ โดยใช้เวลาเข้าห้องสอบสวนประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากให้ปากคำเสร็จ ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ทั้งนี้ได้มีหมายเรียกป้าแต๋นและบุตรชายทั้ง 2 คน น้องโอม น้องน้ำมนต์ เข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีน้องชมพู่ เดิมเป็นวันที่ 20 ส.ค. 64 ขอเลื่อนเป็นวันที่ 25 ส.ค.64 ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ได้มีการเรียกสอบญาติซึ่งเป็นครอบครัวของแม่น้องชมพู่เข้าให้ปากคำทั่งหมด 7 ปาก มีการแยกสอบเป็น 2 ที่ คือ ที่สํานักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร และที่ สภ.กกตูม อ.ดงหลวง โดยที่ สภ.กกตูม มีนายชาญ หลาบโพธิ์ อายุ 67 ปี กับนางสมควร หลาบโพธิ์ อายุ 65 ปี พร้อมนายนรินทร์ หลาบโพธิ์ หรือน้าแต อายุ 35 ปี และที่สํานักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร มีพ่อแม่พี่สาวของน้องชมพู่เข้าสอบในช่วงบ่าย ซึ่งนอกจากครอบครัวน้องชมพู่แล้วยังมี นายเสริม สุขพันธุ์ น้าชาย นางจุไรพร สุขพันธุ์ น้าสาว และลูกชายของนายเสริม นางจุไรพร

ต่อมา วันที่ 26 สิงหาคม หลังมีกระแสข่าวมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ลุงพล ในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 นายไชย์พล วิภา พร้อมทนายความส่วนตัวคือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 เพิ่มจากก่อนหน้านี้ที่นายไชย์พล ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ 1.พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร 2.ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย 3.กระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพ หรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป และแจ้งเพิ่มอีกในวันนี้คือ ข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288.

...