พฐ.เข้าตรวจแนววิถีกระสุนของตำรวจฝั่งที่ยืนอยู่บริเวณหน้า สน.ดินแดง พบว่าหากเป็นการใช้กระสุนจริง ปืนลูกซองจะใช้คู่กับกระสุนลูกปราย เมื่อถูกยิงออกไปย่อมสร้างร่องรอยกระจายตามศาลพระภูมิ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่พบร่องรอย
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.(สบ.8) ปฏิบัติราชการ บช.น. เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณีตามที่ปรากฏภาพในสื่อโซเชียลต่างๆ อ้างว่าเมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจที่อยู่ใน สน.ดินแดง ได้มีการใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาปิดล้อม ก่อความวุ่นวาย ด้านหน้า สน.ดินแดง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิง และมีรถกู้ภัยมารับไปนั้น ว่า ยังไม่แน่ชัดว่ากระสุนที่ยิงใส่ผู้บาดเจ็บมาจากทิศทางใด
แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจแนววิถีกระสุนของตำรวจที่ยืนอยู่บริเวณหน้า สน. ไปยังจุดที่ผู้บาดเจ็บล้มลงแล้ว ยืนยันได้ว่าไม่สามารถใช้ปืนยิงกระสุนยางยิงไปยังผู้บาดเจ็บได้ เพราะมีศาลพระภูมิและรั้วของสถานีตำรวจขวางแนวยิงอยู่ และหากเป็นการใช้กระสุนจริง ปืนลูกซองดังกล่าวจะใช้คู่กับกระสุนลูกปราย ซึ่งเมื่อถูกยิงออกไปย่อมสร้างร่องรอยกระจายตามศาลพระภูมิ แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยดังกล่าว ประกอบกับระยะหวังผลของกระสุนลูกปรายอยู่ที่ประมาณ 30 เมตร แต่เมื่อวัดระยะจากจุดที่เจ้าหน้าที่อยู่ไปยังผู้บาดเจ็บ มีระยะกว่า 38 เมตร ซึ่งเกินวิถีฉกรรจ์ของกระสุนลูกปราย
ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่าตำรวจที่ปรากฏในคลิป ไม่ใช่ผู้ที่ยิงผู้บาดเจ็บอย่างแน่นอน.