รมว.ยุติธรรม กำชับ ผบ.เรือนจำทั่วประเทศ สต๊อกยาฟ้าทะลายโจร ดูแลผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด คนละ 50 แคปซูลต่อคน ภายในเดือน ส.ค.นี้ พร้อมกำชับข้าราชการต้องมีสเปรย์ติดตัวไว้ฆ่าเชื้อ หวังช่วยลดจำนวนผู้ป่วย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2564 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในเรือนจำ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนต้องขอบคุณทุกท่านที่เอาจริงเอาจังจนผู้ติดเชื้อลดลงมา แต่ตนอยากให้ลดลงอีกเรื่อยๆ และต้องปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด ในส่วนของการรักษาผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด ขณะนี้เราได้สั่งแคปซูลฟ้าทะลายโจร 100,000 กระปุก แต่ของยังมาไม่ครบจำนวน เพราะการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่มีความต้องการทั่วประเทศ ดังนั้นเราต้องมีการปรับแผนปรับตัว ให้ผู้ต้องขังเข้าถึงยารักษา ผบ.เรือนจำทุกเรือนจำขอให้จัดหา แบบบดราคาเม็ดละประมาณ 1 บาท ทำอย่างไรให้มีเพียงพอ ตนจึงอยากให้ ผบ.เรือนจำช่วยตัวเอง โดยการปลูกและผลิต และขอให้ ผบ.เรือนจำทุกแห่ง คำนวณจำนวนของฟ้าทะลายโจรแคปซูล จะต้องมีสำรองประมาณคนละ 50 แคปซูลต่อผู้ต้องขัง 1 คน หากมีผู้ต้องขัง 1,000 คน ต้องมี 50,000 แคปซูล ไว้เป็นสต๊อกสำรอง ภายในสิ้นเดือน ส.ค. นี้ต้องมี เราจะต้องทำอย่างไรให้มี ซึ่งบางเรือนจำมีการสต๊อกของไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นความปลอดภัย และจะทำให้ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำไม่เพิ่มขึ้น

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การมีสต๊อกสำรอง 50 แคปซูลต่อคน จะเป็นแบบบดก็ได้ แต่ต้องมี นี่คือวิธีการทำงาน ทุกคนต้องใช้วิจารณญาณให้ถูก และการให้ยาต้องรวดเร็ว ซึ่งหากใช้การตรวจ PCR จะตกหัวละ 2,000 บาท แต่หากใช้ยาฟ้าทะลายโจรจะแค่ไม่กี่บาท ดังนั้น ผบ.เรือนจำทุกเรือนจำต้องจัดหาเตรียมพร้อมไว้ และต้องศึกษาด้วยว่าจะต้องใช้อย่างไร แต่ละกระปุกมีสารแอนโดรกาฟลอไรด์เท่าไร และในการประชุมครั้งต่อไปจะสุ่มถาม เพราะหากเราไม่รู้เราจะใช้ไม่ถูกและจะรักษาไม่ได้ นอกจากนี้ตนต้องการให้ข้าราชการของกระทรวงยุติธรรมที่เดินเข้าออกเรือนจำ ต้องมีสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัวไว้พ่นฆ่าเชื้อตลอดเวลา เพื่อลดการติดเชื้อ สุดท้ายตนขอขอบคุณทุกท่าน ขณะนี้เราเข้าสู่การปฏิบัติที่แท้จริง เชื่อว่ากลางเดือนนี้ยอดผู้ติดเชื้อในเรือนจำจะลดลง.