บิ๊กปั๊ด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. นำทีมแถลงปิดคดีฆ่าเแหม่มสวิส นักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หมกลำธารน้ำตกโตนอ่าวยน เกาะภูเก็ต เปิดโฟนอินคำสารภาพจากปากฆาตกรแบบหมดเปลือก อ้างเดือดร้อนเรื่องเงินจากพิษโควิด-19 อยากขอโทษคนไทยทั้งประเทศ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2564 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (ภ.จว.ภูเก็ต) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง.ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รอง.ผบช.ภ.8 รรท.ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง.ผบช.ก. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สส.ภ.7 พล.ต.ต.ภวัต ประทีปวิศรุต ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. พล.ต.ต.วิรุตติ์ เย็นสวัสดิ์ ผบก.ศพฐ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีฆ่านักท่องเที่ยวหญิงชาวสวิตเซอร์แลนด์ เสียชีวิตที่น้ำตกโตนอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นชุดสืบสวนจากหลายหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต่างแยกย้ายกันสืบสวนสอบสวนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญไปทั่วโลก เป็นการทำลายภาพลักษณ์และบรรยากาศการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต ตลอดจนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้รับผลกระทบตามมา เพราะผู้เสียชีวิตเดินทางมาภายใต้โครงการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.64 จากนั้นได้เดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ จนกระทั่งมาถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมในแหล่งท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต

...

พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง.ผบช.ภ.8 กล่าวในช่วงการแถลงผลการจับกุมว่า หลังเกิดเหตุได้มีการสืบสวนจนทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ มีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการแห่งสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นนักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดยได้เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ครบกำหนตอนุญาตอยู่ในประเทศวันที่ 26 สิงหาคม 2564 ในระหว่างที่พักในภูเก็ตได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดฎเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง จากการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 11.30 น. ผู้เสียชีวิตได้ออกจากโรงแรมที่พักบริเวณอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพียงลำพัง โดยได้เดินเท้าไปตามถนนมุ่งหน้าไปยังน้ำตกโตนอ่าวยน และได้ไปถึงบริเวณทางขึ้น เวลา 11:49 น.

โดยระหว่างทางมีกล้องวงจรปิดจับภาพผู้เสียชีวิตได้ตลอดเส้นทาง และไม่ได้กลับออกมาจากที่เกิดเหตุอีกเลย จากข้อมูลกล้องวงจรปิดบริเวณทางขึ้นน้ำตก พบผู้ต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์ ขึ้นไปก่อนผู้เสียชีวิตจะมาถึงประมาณ 12 นาที และอีกประมาณ 3 ชั่วโมง ผู้ต้องสงสัยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับออกจากที่เกิดเหตุ

"ตรวจสอบกล้องวงจรปิด CCTV ร้านบ้านสวนอ่าวยน ก่อนถึงทางขึ้นน้ำตกราว 93 เมตร ห้วงเวลา 00.00.00-19.00.00 น. ของวันที่ 3 ส.ค.64 พบมีการเข้าออกจากจุดดังกล่าว 68 ครั้ง ไม่พบว่า มีผู้ใดขับขี่รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ไปทางที่จอดรถแล้วกลับมาผ่านกล้องตัวดังกล่าวเกินว่า 30 นาที เว้นแต่ชายไทยไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้น ใส่แว่นกันแดด ขับขี่รถจักรยานยนต์สีแดง โดยขึ้นไปตั้งแต่เวลา 10:26:53 น. ก่อนผู้เสียชีวิตจะขึ้นไป (11:49:56 น.) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 23 นาที 53 วินาที และกลับลงมา (13:06:07 น.) หลังจากผู้เสียชีวิตขึ้นไป 1 ชั่วโมง 17 นาที 13 วินาที ร่วมอยู่ในน้ำตก 2 ชั่วโมง 39 นาที 14 วินาที"

จากการสืบสวนทราบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ทะเบียน ขมข 493 ภูเก็ต ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง มีนายธีรวัฒน์ ท่อทิพย์ อายุ 27 ปี เป็นผู้ขับขี่ อยู่บ้านเลขที่ 11/7 หมู่ 3 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แต่มีที่พักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาซักถาม เบื้องต้นให้การรับว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพวงจรปิด ตรวจตามร่างกาย พบร่องรอยบาดแผลที่เพิ่งเกิดหลายแห่ง สภาพบาดแผลเกิดมา 4 - 5 วัน จากการซักถามพบพิรุธต้องสงสัยให้ถ้อยคำไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงหลายประการ และให้การรับสารภาพในเวลาต่อมาว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าด้วยตนเอง

...

โดยให้การว่า หลังจากที่ได้เดินขึ้นไปบริเวณชั้นบนของน้ำตก เมื่อได้เดินลงกลับมา พบผู้เสียชีวิตนั่งอยู่บริเวณโขดหิน ได้แอบดูอยู่สักครู่ แล้วได้เดินเข้าไปที่บริเวณด้านหลัง ใช้มือทั้งสองข้างล็อกคอผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตได้ต่อสู้และดิ้นรน แล้วตกลงไปบริเวณแอ่งน้ำด้วยกัน จนผู้เสียชีวิตแน่นิ่ง จากนั้นได้จับผู้เสียชีวิตคว่ำหน้า และใช้พลาสติกสีเข้มที่อยู่ในบริเวณนั้นมาคลุมปิดศพไว้ และใช้ก้อนหินทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผู้ใดพบเห็น แล้วนำกระเป๋าเป้ของผู้ตายไปซ่อนไว้ที่บริเวณหลังต้นไม้

ส่วนรองเท้าของผู้เสียชีวิตได้โยนทิ้งห่างจากศพผู้ตายออกไป จากนั้นได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ โดยขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ต จึงได้จับกุมนายธีรวัฒน์ตามหมายจับที่ 219/2564 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2564 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยนายธีรวัฒน์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ไปรื้อค้นกระเป๋าเป้เอาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเงินสดของผู้เสียชีวิตไปจำนวน 300 บาท พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้น พล.ต.นันทเดช ได้โทรศัพท์ (โฟนอิน) พูดคุยกับนายธีรวัฒน์ที่ถูกควบคุมตัวอยู่อีกห้อง โดยมีภรรยาและทนายความร่วมรับฟังอยู่ด้วย เพื่อให้นายธีรวัฒน์ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่มีการแถลงข่าว โดยนายธีรวัฒน์ได้พูดเป็นภาษาใต้ว่า ตนเองได้ขึ้นไปบนน้ำตกเพื่อจะหากล้วยไม้ป่าหรือของป่า แต่ไม่เจอกับต้นไม้ที่ต้องการ เลยเดินกลับลงมาและเจอกับฝรั่ง 1 คน เปลือยกายท่อนล่างอยู่ริมธาร ด้านข้างมีกระเป๋าเป้สีดำ ตนเองหวังว่าจะมีทรัพย์สินอยู่ในกระเป๋าเป้เลยเข้าไปร้ดคอผู้ตายจากด้านหลัง แต่ขัดขืน จึงเกิดการกอดรัดฟันเหวี่ยงกันและตกลงไปในน้ำทั้ง 2 คน ตนจึงรัดคอซ้ำจนผู้ตายหมดสติ และได้นำผ้าใบมาปิดคลุมร่างไว้และใช้ก้อนหินทับ หลังจากนั้นได้ไปรื้อค้นกระเป๋าเป้ผู้ตาย ได้นำเงิน 300 บาทไป และโยนรองเท้าผู้ตายทิ้งไปในป่าข้างทาง จากนั้นได้เดินลงมาจากน้ำตก และใช้เงินที่ขโมยมาจากกระเป๋าเป้ผู้ตายแวะซื้อน้ำส้ม 30 บาท น้ำแข็ง 10 บาท

...

หลังจากนั้นได้ไปแวะที่ขนำของเพื่อนและเจอเพื่อนฝูง โดยได้ให้เงินที่เหลืออีก 260 บาทไปซื้อกัญชาและบุหรี่มาเสพ จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้านพักและใช้ชีวิตตามปกติ จนถึงวันที่ 5 ส.ค. ทราบข่าวจากแฟนว่ามีฝรั่งเสียชีวิตที่น้ำตกโตนอ่าวยน ซึ่งตนตกใจมาก และสำนึกผิดจากการกระทำที่ทำลงไป จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปนำตัวตนเองไปสอบสวน ตนจึงรับสารภาพทุกอย่างที่กระทำลงไป และอยากขอโทษกับการกระทำที่ตนเองทำลงไป

โดยนายธีรวัฒน์ได้ตอบข้อซักถามจากสื่อมวลชน กรณีหลังทราบข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตรู้สึกอย่างไรบ้าง จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปนำตัวมาสอบสวน ซึ่งนายธีรวัฒน์บอกว่า ทราบข่าวการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวดังกล่าวจากแฟนก็รู้สึกกลัวและตกใจ แต่ก็ไม่ได้บอกแฟนหรือกับผู้อื่น จนเจ้าหน้าที่ได้ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดและติดตามเข้ามาหาตนเองที่บ้านพัก ยอมรับว่าตกใจ โดยขณะที่พบผู้เสียชีวิตที่น้ำตกนั้น ไม่ได้เสพยาเสพติด แต่ก่อนเกิดเหตุสัก 1 สัปดาห์เคยเสพยา และประสงค์แค่ทรัพย์สินของผู้ตายเท่านั้น โดยตนเองเดือดร้อนเรื่องเงินจากพิษโควิด-19 ตกงาน และมีรายได้น้อย เพียงรับจ้างตัดหญ้าอาทิตย์หนึ่งราว 1 พันบาท มีเงินก็ให้แฟนไปใช้จ่ายกับครอบครัวหมด

โดยขณะชิงทรัพย์ไม่คิดว่าจะทำให้ผู้ตายถึงแก่ชีวิต อารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีเจตนาที่จะฆ่านักท่องเที่ยว และอยากจะกราบขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่กระทำลงไป ขอโอกาสคนไทยทั้งประเทศยกโทษให้ตนเองด้วย ตนเองได้สำนึกผิดกับการกระทำที่ได้กระทำลงไป โดยช่วง 2 วันหลังเกิดเหตุตนเองก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ ขับรถจักรยานยนต์ออกไปรับจ้างตัดหญ้า ยอมรับว่ากลัวมาก แต่ก็พยายามใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งก็ไม่รู้จะหนีไปไหนหรือจะซ่อนความลับที่ก่ออย่างไร จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาตามจับ ส่วนบาดแผลที่ด้านข้างลำตัวมีอยู่แล้วนิดหนึ่ง แต่ขณะเกิดเหตุอาจไปถูกหินขูดเพิ่ม เพราะแผลที่เอวได้เคยบอกกับแฟนก่อนเกิดเหตุแล้ว

...

และต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าว กรณีผลกระทบจากการกระทำของนายธีรวัฒน์ที่มีต่อโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นายธีรวัฒน์กล่าวขอโทษคนไทยทั้งประเทศ ตนเองไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเหตุบานปลายเช่นนี้ และที่สำคัญอยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต

จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้กล่าวเป็นภาษาอังกฤษถึงครอบครัวผู้สูญเสียโดยมีใจความว่า ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่เฉพาะตัวเอง แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดอยากจะแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียในครั้งนี้ คงไม่มีอะไรจะมาทดแทนกับการสูญเสียในครั้งนี้ได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ก็ตาม เราจะทำหน้าที่รักษากฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อย ปกป้องและพิทักษ์ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดไป และอยากให้มีนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวในประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะที่ จ.ภูเก็ต เท่านั้น

นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการภูเก็ตกล่าวด้วยว่า ตนเองในฐานะตัวแทนพี่น้องชาวภูเก็ต เพื่อนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ใน จ.ภูเก็ต ขอขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและอีกหลายท่านที่ให้ข้อชี้แนะตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุและเพื่อที่จะให้การสนับสนุนภารกิจกับตำรวจที่จะคลี่คลายคดี ต้องขอพระคุณอย่างสูง ผบ.ตร.นำทีมลงมาสืบสวนสอบสวนจนแล้วเสร็จอย่างรวดเร็ว ทางจังหวัดได้มีการหารือทุกภาคส่วนในการที่จะปรับและยกระดับมาตรการที่จะรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่จะสามารถดำเนินการได้เร็ววัน

ขณะที่นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ตนเองได้รับมอบหมายจาก รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและได้ส่งจดหมายแสดงความเสียใจผ่านไปทางสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ซี่งเป็นกรณีที่สะเทือนใจและจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อย่างไรก็ดีต้องขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ที่ลงมากำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนในครั้งนี้ด้วยตนเอง

และอยากเรียนว่าจากสถิติการจองที่พักหลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ยังเร็วไปที่จะประเมิน เบื้องต้นยังไม่มีผลกระทบ ยังคงมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น วันที่ 5 ส.ค. มีการจองห้องพักกว่า 7 พันคืน วันที่ 6 ส.ค. กว่า 6 พันคืน และวันที่ 7 ส.ค. กว่า 6 พันคืน เป็นต้น อย่างไรก็ดีทาง ททท.ได้ประสานไปยัง ททท.ทั่วโลกเพื่อติดตามการรายงานข่าวเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นเช่นไร เป็นวงกว้างมากน้อยเพียงใด มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของตลาดท่องเที่ยวหรือไม่ อย่างไร ซึ่งจะได้มีการวางมาตรรับมือกับผลกระทบต่อไป

ด้านนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในนามคนภูเก็ตและพี่น้องชาวภูเก็ตถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความสนใจกับเหตุการณ์นี้และมีการดำเนินการจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ประธานหอการค้า จ.ภูเก็ต ได้ริเริ่มที่จะระดมทุนมอบเงินรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสจำนวน 2 แสนบาท แม้ว่าจะทราบภายหลังว่ายังไม่มีผู้แจ้งเบาะแสก็ตาม เราอยากจะมอบเงินส่วนนี้ไว้ให้กับ สตช. ในการนำไปใช้ในการดำเนินการต่างๆ ในโอกาสนี้จึงขอเป็นตัวแทนชาวภูเก็ตมอบเงินดังกล่าวให้กับ ผบ.ตร. และดอกไม้แสดงความขอบคุณ

นอกจากนี้ยังพบว่า นายธีรวัฒน์เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต จับกุมเมื่อวันที่ 5 ต.ค.63 ในความผิดครอบครองยาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ตามคดีอาญาที่ 1278/2563 ลง 5 ตุลาคม 2563 ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 9 เดือน ปรับ 15,000 บาท โทษจำคุก รอลงอาญา 2 ปี อยู่ระหว่างคุมความประพฤติ 1 ปี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวภายใต้โครงการ "Phuket Sandbox" ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างยิ่ง

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.นำทีมชุดสืบสวนจากส่วนกลาง สนธิกำลังแพทย์นิติเวช ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน หน่วยหนุมานกองปราบปราม ขึ้นเครื่องบินตำรวจไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อสนับสนุนชุดสืบสวนในพื้นที่ โดยวิเคราะห์เส้นทางการเดินออกจากรีสอร์ตของผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 เวลาประมาณ 11.40 น. เพื่อไปที่น้ำตกโตนอ่าวยน ระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 18 นาที ระยะทางและเวลาเดินถูกนำมาคำนวณวิเคราะห์กับภาพจากกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งบริเวณทางขึ้นน้ำตก โดยในห้วงเวลาก่อนและหลังที่ผู้เสียชีวิตขึ้นไปบนน้ำตก พบบุคคลต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันผลชันสูตรเบื้องต้นพบว่าถูกบีบรัดคอ กระดูกคอหัก พบทรายในระบบทางเดินหายใจ ส่วนการถูกล่วงละเมิดหรือไม่นั้นต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการทางนิติเวช การทำงานของหลายหน่วยต่างแยกย้ายพิสูจน์ทราบบุคคลต้องสงสัยอย่างละเอียด โดยพบว่านายธีรวัฒน์ หรือ บังหลี อายุ 27 ปี ชาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต คือผู้ต้องสงสัยมากที่สุด ซึ่งวันที่ 3 ส.ค. หายเข้าไปในน้ำตกนานกว่า 3 ชั่วโมง ชุดสืบสวนเชิญตัวมาซักถาม โดยตลอดเวลาซักถามนายธีรวัฒน์มีพิรุธ ชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลที่นายธีรวัฒน์อ้างในบางเรื่อง ก็ไม่เป็นความจริง ไม่นานนายธีรวัฒน์ยอมรับสารภาพจำนนต่อหลักฐาน

ต่อมาเวลา 11.30 น. วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายธีรวัฒน์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่น้ำตกโตนอ่าวยน ซึ่งเป็นจุดที่นายธีรวัฒน์ลงมือฆ่าผู้เสียชีวิตในลำธารน้ำตกห่างจากทางขึ้นราว 700 เมตรท่ามกลางสื่อมวลชน ตลอดจนชาวบ้านที่ทราบข่าวมารอดูหน้าฆาตกรใจโหดที่ทำลายภาพลักษณ์และบรรยากาศการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต พังยับเยิน ทั้งๆ ที่เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด แต่กลับไม่รักบ้านเกิดของตัวเอง โดยมีกำลังหน่วยหนุมาน กองปราบปรามควบคุมตัวนายธีรวัฒน์ตลอดเวลาในการทำแผนฯ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปยังจุดที่เกิดเหตุ จากนั้นได้นำตัวกลับไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.วิชิต ก่อนที่จะส่งฟ้องฝากขังที่ศาล จ.ภูเก็ตตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.