นักข่าว 2 ค่ายฟ้องศาลแพ่ง เอาผิด สตช., ผบ.ตร., ผบช.น. และ ผบ.คฝ.เรียกค่าเสียหายจากตำรวจคนละ 7 แสน และขอคุ้มครองชั่วคราว ห้าม ตร.ใช้กระสุนยาง ยันไม่มีการประกาศเตือนใช้กระสุนยางก่อนยิง

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 ที่ ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวพลัส เซเว่น (PLUS SEVEN) และ นายชาญณรงค์ เอื้ออุดมโชติ ช่างภาพ เดอะแมทเทอร์ พร้อมด้วย นางจันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความ ภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้ายื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนยางยิงสื่อได้รับบาดเจ็บ จากเหตุสลายการชุมนุม 18 กรกฎา 64 พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราว ห้าม ตร.ใช้กระสุนยาง ยืนยันไม่มีการประกาศเตือนใช้กระสุนยางก่อนยิง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ใส่เครื่องหมายแสดงตัว ปลอกแขน บัตรสื่อมวลชน และไม่มีท่าทีคุกคาม หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ

นายธนาพงศ์ กล่าวว่า ในวันนี้จะเรียกร้องค่าเสียหาย กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน รวมถึงเรียกร้องเสรีภาพของสื่อมวลชนด้วย การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อต้องได้รับการคุ้มครอง สื่อไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร รัฐอาจปฏิบัติหน้าที่อาจหละหลวมทำให้เราได้รับผลกระทบ วันนี้จึงมาเรียกร้องค่าเสียหาย และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ตำรวจใช้กระสุนยาง ซึ่งอาจกระทบกับการทำงานของสื่อมวลชนในการชุมนุมครั้งต่อไป

ผู้สื่อข่าวพลัสเซเว่น กล่าวด้วยว่า สำหรับ เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ วันนั้นตนปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณริมฟุตปาท พร้อมกับสื่อมวลชนจำนวนมาก มีการสวมปลอกแขนแสดงความเป็นสื่อมวลชนอย่างชัดเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่ประกาศฉีดน้ำผสมสี สื่อมวลชนจึงหลบด้านข้าง แต่ผ่านไปไม่เกิน 3 นาที เจ้าหน้าที่ได้ยิงกระสุนยาง โดยที่ไม่มีการประกาศแจ้งเตือน ตนถูกยิงที่สะโพก และฟุบลงไป ขณะที่นายชาญณรงค์ ถูกยิงที่แขนซ้าย



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโจทก์ได้ยื่นฟ้องศาลได้ตรวจคำฟ้องว่าคำฟ้องมีเอกสารคำคู่ความครบถ้วนหรือไม่ จากนั้นได้ให้โจทก์นำส่งหมายและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยเพื่อคัดค้าน ซึ่งหากมีการยื่นคำคัดค้านก็จะมีการไต่สวนทั้งสองฝ่ายต่อไป..