ไลฟ์สไตล์
100 year

อดีตนักกีฬาพิการสุดซวย แก๊งชั่วหลอกดาวน์รถ เป็นหนี้ 3 ล้าน บ้านถูกยึด

ไทยรัฐออนไลน์
18 มิ.ย. 2564 20:46 น.
SHARE

นักกีฬาคนพิการตาบอด ทีมชาติไทย ฮีโร่เหรียญทองแดงอาเซียนพาราเกมส์ สุดเคราะห์ร้าย ถูกแก๊งโจรกรรมรถข้ามชาติ หลอกดาวน์รถก่อนเชิดหนี ทั้งยังเอาหลักฐานไปซื้อรถมือสอง และหลอกให้ค้ำประกันอีก รวม 3 คัน มีคันหนึ่งเอาไปขนกัญชา ถูกฟ้องจนสิ้นเนื้อประดาตัว กลายเป็นหนี้กว่า 3 ล้าน บ้านถูกยึด

เวลา 17.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายบริพัตร จงวิวัฒนธรรม อายุ 41 ปี นักกีฬาโบว์ลิ่งคนพิการทีมชาติไทย พร้อม น.ส.สุภาพร รูปชัยภูมิ อายุ 41 ปี ภรรยา อาชีพพยาบาล เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชนินทร ง่วนสน รอง ผกก.สอบสวน กก.1.บก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกมิจฉาชีพหลอกนำเอกสารไปยื่นดาวน์รถยนต์ป้ายแดงและรถมือสอง รวมถึงค้ำประกันรถยนต์ ก่อนเชิดรถหนีไป จนกลายเป็นหนี้สินกว่า 3 ล้านบาท ถูกยึดบ้าน จนสิ้นเนื้อประดาตัว

ข่าวแนะนำ

น.ส.สุภาพร กล่าวว่า เมื่อปี 2559 ตนและสามี มีความต้องการจะซื้อรถเพื่อนำไปใช้รับส่งลูก และใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ติดปัญหาถูกขึ้นแบล็กลิสต์เครดิตบูโร ไม่สามารถออกรถได้ กระทั่งไปพบเห็นป้ายข้อความโฆษณารับดำเนินการจัดซื้อรถแม้ติดเครดิตบูโร ที่ติดอยู่ตามเสาไฟฟ้าริมทาง จึงโทรศัพท์ติดต่อไปสอบถามตามหมายเลขโทรศัพท์ ที่ลงไว้ในป้ายโดยมี น.ส.จุฑามาศ หรือ ดาว ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้รับสายและให้คำปรึกษา ก่อนนัดหมายพาตนและสามีนำเอกสาร สลิปเงินเดือน ไปติดต่อขอยื่นซื้อรถยนต์กระบะป้ายแดงที่โชว์รูมนิสสัน สาขาเกษตรนวมินทร์ รวมถึงพาไปติดต่อยื่นซื้อรถยนต์มือสองที่เต็นท์รถยนต์มือสองย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี อีกแห่งหนึ่งสำรองไว้ หากเอกสารยื่นซื้อรถป้ายแดงไม่ผ่านการพิจารณา

น.ส.สุภาพร กล่าวว่า ต่อมาทางโชว์รูมรถนิสสัน ได้ติดต่อกลับมาแจ้งว่าเอกสารผ่านการพิจารณาแล้ว สามารถออกรถได้ แต่จะต้องจ่ายเงินดาวน์ 120,000 บาท จึงจะสามารถทำสัญญาซื้อรถได้เลย แต่เนื่องจากตนและสามี มีเงินอยู่เพียง 50,000 บาท ไม่พอที่จะจ่ายค่าดาวน์รถ น.ส.จุฑามาศ จึงเสนอตัวให้การช่วยเหลือออกเงินดาวน์ให้ก่อน เพื่อนำรถออกมา แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องนำไปจอดเก็บไว้ที่โกดังบริษัทของเขาก่อนซึ่งอ้างว่าอยู่ไม่ไกลจากโชว์รูม เมื่อตนและสามีหาเงินดาวน์มาคืนให้ได้ครบจำนวนจึงจะสามารถนำรถกลับไปได้ จึงตอบตกลงทำตามข้อเรียกร้องของ น.ส.จุฑามาศ

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันเต็นท์รถมือสองได้ติดต่อมาหา พร้อมกับแจ้งว่าเอกสารการกู้ซื้อรถผ่านการพิจารณาเช่นกัน แต่ตนเห็นว่าเอกสารที่ยื่นซื้อรถป้ายแดงที่โชว์รูมนิสสันได้ผ่านการพิจารณาแล้ว จึงตอบปฏิเสธเต็นท์มือสองดังกล่าวไป โดยไม่ได้มีการขอเอกสารหลักฐานที่เคยยื่นไว้กลับคืนมา เพราะกำลังยุ่งอยู่กับการหาเงินดาวน์รถไปคืนให้กับ น.ส.จุฑามาศ เพื่อที่จะได้รถกลับคืน แต่ต่อมาหลังจากนั้นไม่กี่วัน เมื่อสามารถหาเงินได้ครบจำนวนแล้ว กลับไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.จุฑามาศ ได้ อีกทั้งเมื่อไปตรวจสอบที่โกดังเก็บรถดังกล่าวก็ไม่พบรถยนต์ของจอดอยู่ จนมาทราบในภายหลังอีกว่า น.ส.จุฑามาศ ได้ใช้เอกสารของตนแอบไปดาวน์รถที่เต็นท์รถมือสองย่านบางใหญ่ที่เคยยื่นซื้อไว้ แล้วเชิดหนีไปอีกคันด้วย

นอกจากนี้ ก่อนที่จะทราบความจริง ยังถูก น.ส.จุฑามาศ หลอกให้เซ็นชื่อเป็นผู้ค้ำประกันออกรถให้กับเพื่อนของ น.ส.จุฑามาศ อีกด้วย ซึ่งต่อมาทราบข่าวว่าเพื่อนของ น.ส.จุฑามาศ คนดังกล่าว คือผู้ต้องหาขบวนการโจรกรรมรถส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความกังวลใจ นำเรื่องเข้าแจ้งความตามสถานีตำรวจที่แถวบ้านพัก แต่ไม่มีสถานีตำรวจใดรับแจ้งความ ทำได้เพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนายบริพัตร กล่าวว่า ภายหลังจากที่ น.ส.จุฑามาศ ได้รถทั้ง 2 คันไปแล้วนั้น กลับไม่ยอมส่งค่างวดรถให้กับทางบริษัทไฟแนนซ์แต่อย่างใด ทำให้มีหนังสือบังคับคดีส่งมาที่บ้านของตนเมื่อเดือน มิ.ย. 2563 โดยแจ้งว่าขณะนี้บ้านได้ถูกนำไปขายทอดตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อนำไปใช้หนี้รถยนต์มือสองที่ น.ส.จุฑามาศ แอบนำเอกสารของตนและภรรยาไปใช้เป็นหลักฐานซื้อรถแล้วไม่ได้มีการส่งค่างวดรถ  ยังมีเอกสารจากบริษัทไฟแนนซ์อีกแห่งส่งมาทวงค่างวดรถนิสสันป้ายแดงอีกคันที่ถูก น.ส.จุฑามาศ เชิดหนีไปด้วยเช่นกัน รวมถึงเอกสารทวงค่างวดรถของเพื่อน น.ส.จุฑามาศ ที่ภรรยาของตนไปเป็นผู้ค้ำประกันไว้

นายบริพัตร กล่าวอีกว่า เมื่อเดือน ธ.ค. 2563 ยังได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.นครพนม ว่า รถยนต์มือสองที่ น.ส.จุฑามาศ แอบนำเอกสารของตนซื้อกับเต็นท์รถย่านบางใหญ่นั้น ได้กลายเป็นของกลางคดียาเสพติด เนื่องจากถูกใช้เป็นยานพาหนะขนลำเลียงกัญชาอัดแท่งจำนวนกว่า 200 กิโลกรัม ตนและภรรยาจึงได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่ไปที่มาของรถคันดังกล่าวให้ตำรวจได้รับทราบ ก่อนจะมีการเชิญไปให้ปากคำในฐานะพยานคดีดังกล่าว ซึ่งการกระทำของ น.ส.จุฑามาศ และพวก ทำให้ตนและครอบครัว ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องกลายเป็นหนี้สินกว่า 3 ล้านบาท บ้านยังมาถูกยึด ต้องไปเป็นพยานในคดียาเสพติดอีกด้วย ที่ผ่านมาเคยยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานต่างๆ หลายแห่งแต่ก็ไร้การเหลียวแล ในวันนี้ จึงตัดสินใจมาเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับกองปราบปราม

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ พร้อมกับสอบปากคำตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด ก่อนรวบรวมประสานส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

สำหรับประวัติของนายบริพัตร เป็นนักกีฬาโบว์ลิ่งคนพิการทีมชาติไทย ทำผลงานสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมาแล้วมากมาย อาทิ รางวัลเหรียญทองแดงการแข่งขันเอเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 3 ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2561 และรางวัลจากการแข่งขันโบว์ลิ่งคนพิการชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 2 ประเภทบี 2 สายตาเลือนรางมาก อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักกีฬาถูกโกงนักกีฬาคนพิการหลอกดาวน์รถเชิดรถหนีค้ำประกันรถแก๊งโจรกรรมรถข้ามชาติข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 29 กรกฎาคม 2564 เวลา 16:39 น.