พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.สั่งกองปราบลงพื้นที่เกาะเต่า เร่งคลี่คลายคดีสองผัวเมียมหาเศรษฐีพันล้านเชื้อสายอินเดียจมน้ำตายปริศนา หวั่นมีเงื่อนงำ
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2564 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.ส่งชุดสืบสวนของ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. ลงพื้นที่ อ.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสืบสวนหาสาเหตุการตายอย่างมีเงื่อนงำของ นายราเกซ สัจจธรรมกูล อายุ 59 ปี และนางอันชู สัจจธรรมกูล อายุ 55 ปี สองสามีภรรยาเศรษฐีชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ที่จมน้ำเสียชีวิตในสระว่ายน้ำในรีสอร์ตหรูแห่งหนึ่งบนเกาะเต่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยให้ประสานข้อมูลกับตำรวจท้องที่ และชุดสืบสวนของ บก.สส.ภ.8 เพื่อให้หมดข้อสงสัยของสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ยังคงมีความเคลือบแคลงถึงสาเหตุการตายว่า มาจากการจมน้ำจริงหรือไม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้ญาติของผู้ตายจะไม่ติดใจการเสียชีวิตก็ตาม
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ให้กำลังชุดสืบสวนกองปราบฯ ลงไปประสานกับชุดสืบสวนในพื้นที่เพื่อร่วมคลี่คลายคดี โดยให้หาสาเหตุการตายให้หมดข้อสงสัย เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยให้ดูสาเหตุอื่นๆ ประกอบ เช่นความลึกของสระว่ายน้ำ สุขภาพของผู้ตายที่มีการพูดว่ายังมีสุขภาพแข็งแรง ออกกำลังกายกันเป็นประจำ รวมทั้งให้ตรวจสอบปมขัดแย้งทางธุรกิจโรงแรมหรูที่ จ.ภูเก็ต และโรงงานใน จ.ระยอง และปราจีนบุรีด้วย
นอกจากนี้ยังเน้นให้สอบปากคำพยานบริเวณที่เกิดเหตุ รวมทั้งลูกชายของผู้ตาย เพื่อตัดปมสงสัยเกี่ยวกับการตายออกให้หมด เพื่อตำรวจจะได้ตอบคำถามสังคมได้ และคดีจะมีความชัดเจนต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 .บก.ป. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ทราบเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบกับตำรวจท้องที่แล้ว เบื้องต้นทราบว่า สระน้ำที่สองสามีชาวไทยเชื้อสายอินเดียลงไปว่ายน้ำกันนั้น มีความลึกประมาณ 3 เมตร ซึ่งทั้งคู่อาจจะไม่ทราบถึงความลึกของสระน้ำ เพราะเป็นสระน้ำที่เอาไว้สอนการดำน้ำด้วย จึงอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการจมน้ำเสียชีวิตของทั้งคู่ โดยหลังจากนี้จะต้องรอผลชันสูตรว่า ทั้งคู่เสียชีวิตเพราะอะไร รวมทั้งต้องสอบพยานแวดล้อมต่างๆ มาประกอบด้วย เบื้องต้นเท่าที่ทราบญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการตายของทั้งคู่แต่อย่างใด เนื่องจากให้การว่าทั้งคู่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการจมน้ำครั้งนี้
...
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะสืบสวนตรวจสอบร่วมกับตำรวจท้องที่ในประเด็นต่างๆ อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อตัดประเด็นให้หายสงสัยต่อไป.