หนุ่มหลอนยาเดินถือมีดไปแทงป้าดับระหว่างซักผ้า ระแวงเป็นมือที่สามเอาเมียไปซ่อนและยุให้เลิก หลังภรรยาหนีออกจากบ้าน ขณะที่ป้าอีกรายรอดหวุดหวิด โชคดีที่อาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 5 มิ.ย. 64 ร.ต.อ.มนตรี ซ่อนกลิ่น รองสว.สอบสวน สภ.บ้านกวาง จ.แพร่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้มีดแทงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านเลขที่ 102 ซอย 25 ม.2 ต.บ้านกวาง อ.สูงเม่น ขอให้เดินทางไปสอบสวนด้วย หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.ท.วีรยุทธ อรุณ สวญ.สภ.บ้านกวาง และรุดไปที่บ้านเกิดเหตุร่วมกับสายตรวจ สภ.บ้านกวาง

เมื่อไปถึงบ้านเกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ ชื่อ นางเปลี่ยน ขันวิเศษ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านถูกมีด ปลายแหลม แทงเข้ากลางหลัง และมีถังน้ำสีขาว คลอบที่หัวอยู่ด้วย นอนอยู่ข้างกาละมังซักผ้า ส่วนมือมีดที่แทงทราบชื่อคือ นายวีระยุทธ ตานะกุล อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 102/4 ม.2 ต.บ้านกวาง บ้านติดกัน เป็นหลานชายของ นางเปลี่ยน ผู้บาดเจ็บ ตำรวจสายตรวจ สภ.บ้านกวางได้ควบคุมตัวไว้ทันที พร้อมกับมีดเปื้อนเลือด

โดยมือมีด มีอาการคุ้มคลั่งจากปัญหาส่วนตัว หลังภรรยาหนี และระแวงพวกญาติพี่น้องพาเมียไปซ่อน พยายามก่อกวนขอค้นบ้านคนนั้นคนนี้ตลอด โดยเฉพาะบ้านใกล้ระแวงมากเป็นพิเศษ จนญาติพี่น้องต้องคอยบอกว่าไม่ทราบเรื่อง ไม่ได้เอาเมียไปซ่อน หรือยุยงให้หนี จนวันนี้ ได้ใช้มีดแทงนางเปลี่ยน จนบาดเจ็บและหน่วยกู้ภัย กู้ชีพ อบต.บ้านกวาง นำส่ง ร.พ.สูงเม่น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางความเสียใจของบรรดาญาติ

จากการให้การของ นายเรียบ เรือนแก้ว อายุ 69 ปี 102/2 ม.2 ต.บ้านกวาง ซึ่งเป็นลุง นายวีระยุทธ และเป็นน้องเขย นางเปลี่ยน ให้การว่า ได้ยินเสียงนางเปลี่ยน เรียกขอความช่วยเหลือจึงรีบวิ่งไปดู เห็นล้มลงหลังโดนแทงไม่รู้สึกตัวแล้ว ก่อนที่นายวีระยุทธ เดินถือมีดสวนออกมา จากนั้น นายวีระยุทธ ถือมีดจะเข้ามาบ้านอีกหลังที่ใกล้กันเพื่อจะไปทำร้ายนางปทุม เรือนแก้ว อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นป้า แต่ไม่พบเพราะเข้าห้องน้ำ จึงรอดจากการถูกแทง ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุน่าจะมาจากหลอนยา ระแวงว่าญาติๆ เอาภรรยาไปซ่อน

...

เบื้องต้นหลังถูกจับ นายวีระยุทธ ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะยังอยู่ในอาการหลอน นั่งอยู่ในห้องน้ำในห้องขัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเรียกมาสอบปากคำและตรวจลายนิ้วมือก็ไม่ยอมออกมา จึงได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจที่เกิดเหตุ สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ บันทึกที่เกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนในการสอบสวน หากผู้ต้องหาได้สติ จะได้นำมาสอบสวน ตรวจปัสสาวะ และตั้งข้อหาต่อไป.