ไลฟ์สไตล์
100 year

ชี้ ปธ.ศาลฎีกา ตั้งสอบปมสินบนโตโยต้า เพื่อความโปร่งใส ยังไม่ใช่สอบวินัย

ไทยรัฐออนไลน์
1 มิ.ย. 2564 10:03 น.
SHARE

ศ.พิเศษวิชา แจงที่ ปธ.ศาลฎีกาตั้ง กก. 2 ชุดสอบข้อเท็จจริงปมสินบนโตโยต้าเพื่อความโปร่งใสในระดับสากล แสดงถึงความเข้มแข็งของกระบวนการยุติธรรม แต่ยังไม่ใช่การสอบวินัยเอาผิด ไม่ใช่ดิสเครดิตศาลไทย

วันที่ 1 มิ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประธานศาลฎีกาตั้งคณะทำงานสองชุด ชุดแรกให้ตรวจสอบที่มาของข่าวสินบนโตโยต้า และติดตามการดำเนินคดี ชุดที่สองให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องการทุจริตว่ามีจริงหรือไม่ ทำให้เกิดกระแสความคิดว่า เรื่องนี้เป็นข่าวบิดเบือนหรือมีการให้สินบนกันหรือไม่ การตั้งคณะทำงานจะก่อให้เกิดผลอย่างไร

ข่าวแนะนำ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้เดิมเป็นการสืบสวนของกฎหมานชื่อว่า เอฟซีพีเอ. หรือ Foreigh Corrupt Practices Act ที่ให้อำนาจกระทรวงยุติธรรมที่จะสืบสวนการทุจริตให้สินบนข้ามชาติ รวมทั้งการอำนวยความสะดวก ต่างๆ โดยครอบคลุมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง จึงต้องแยกพิจารณาว่าหนึ่ง การตรวจสอบว่าบริษัทนั้นๆ ให้สินบนในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นก้าวก่ายอำนาจอธิปไตยของชาติอื่น เพราะเขาทำได้เนื่องจากมีข้อตกลงระหว่างประเทศในการปราบปรามการทุจริตข้ามชาติ ถ้าพบว่าผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีพฤติกรรมดังกล่าวก็จะมีโทษปรับสูงมาก

อดีตกรรมการ ป.ป.ช.และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวต่อว่า ขณะนี้ในสหรัฐฯ เขาเสนอตั้งคณะลูกขุนใหญ่ หรือ แกรนด์จูรี่ ไต่สวนเรื่องนี้ ซึ่งเราต้องติดตามสองในแง่ศาลยุติธรรมไทย เมื่อมีกระแสข่าวออกมาพาดพิง ประธานศาลฎีกาได้แต่งตั้ง เลขาธิการศาลยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบความคืบหน้าในการดำเนินคดี กับที่มาของข่าวบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมของไทย และตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าที่มาของเรื่องนี้เป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และยังไม่ถือว่าเป็นการสอบสวนทางวินัย

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของคณะทำงานของนายพงษ์เดช เราจะไปรอช้าไม่ได้ ต้องรีบขอความร่วมมือเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้ามา เพื่อทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะหากล่าช้าจะทำให้ประเทศไทยขาดความน่าเชื่อถือในทางธุรกิจ เพราะที่ข่าวออกมานานาชาติก็เหมือนเชื่อไปครึ่งหนึ่งแล้ว ดังนั้นเพื่อเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืนมาให้ต่างประเทศเห็นว่าเรามีความเข้มแข็งเพียงพอหรือไม่ในการตรวจสอบกับเรื่องทุจริต การตั้งคณะทำงานจึงไม่ใช่ว่าเชื่อหรือไปกล่าวหาใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าเรื่องนี้ต้องการดิสเครดิตศาลยุติธรรมของไทย เพื่อหวังผลทางการเมืองของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเป็นไปได้หรือไม่ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะไม่เช่นนั้นการสืบสวนการทุจริตในชาติใดก็จะกลายเป็นว่าจะเป็นการดิสเครดิตศาลประเทศนั้นหรือมีการเมืองเกี่ยวข้องไปทั้งหมด และองค์กรเอฟซีพีเอ.ก็เกิดขึ้นมานานแล้ว

"ส่วนคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง ที่ประธานศาลฎีกาตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 พ.ค. เป็นคนละเรื่องกับการสอบวินัย แต่เป็นเรื่องทำความจริงให้ประจักษ์ เป็นระบบใหม่ที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส เพื่อให้เกิดความจริงที่เป็นผล เพราะถ้ายังเก็บเรื่องไว้ ก็เหมือนซุกไว้ใต้พรม นานวันจะถูกขุดออกมาโจมตีได้ หรือหาว่าศาลก็เข้าข้างกันเอง" ศ.วิชา กล่าว

อดีตกรรมการ ป.ป.ช.และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวอีกว่า การอ่านข่าวหรือเสนอข่าวเราก็ต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่าเชื่อเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะข่าวที่ยังไม่ไฟนอล หรือเป็นที่สุด แต่เมื่อเกิดข้อสงสัยขึ้นมา ศาลยุติธรรมต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ต้องประสานความร่วมมือไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วย เพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เดิม โตโยต้าฟ้องกรมศุลการกร ต่อศาลภาษีอากรกลาง ขอเพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ในการนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์รุ่นพรีอุสไม่ถูกต้อง ทุนทรัพย์คดีหนึ่งหมื่นล้านบาท รวม 10 สำนวน ศาลแบ่งการพิจารณาเป็นสามองค์คณะ แล้วพิพากษาสอดคล้องกัน ให้โตโยต้าจ่าย 7 พันล้านบาท แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้โตโยต้าจ่าย 1 หมื่นล้านบาท คดีอยู่ระหว่างขออนุญาตฎีกาและโจทก์ขอทุเลาคำบังคับ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คดีสินบนโตโยต้าประธานศาลฎีกาสอบข้อเท็จจริงการให้สินบนวิชา มหาคุณเอฟซีพีเอสอบทุจริตความโปร่งใสกระบวนการยุติธรรมศาลไทยข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 21:59 น.