ผบช.ปส. เปิดยุทธการ "สยบตะนาวศรี" ที่กาญจนบุรี จับผู้ขนเงินสดข้ามชายแดน ค้นร้านทองสงสัยเครือข่ายฟอกเงิน คนรับโอนเงินในเครือข่าย โดยการปิดจ๊อบครั้งนี้จับได้ 5 คดี รวบผู้ต้องหา 5 ราย และตรวจค้น 4 จุดเป้าหมาย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 พ.ค.64 ที่ห้องประชุม ศปก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี พล.ต.ท. มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พร้อม พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.อ.สิทธิพร จุลปานะ รอง ผบ.พล.ร.9 พ.อ.ยุทธนา มีเจริญ ผบ.ร.19/ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ นายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี และ ผอ.ปปส.ภาค 7 พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเกี่ยวกับการจับกุมนายวิฑูรย์ เพิ่มพูนภิญโญ และเพื่อขยายผล การปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ตามแผนยุทธการสยบไพรี 64/8 "สยบตะนาวศรี" โดยประชุมนานกว่า 1 ชม.
จากนั้น พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. ได้นำกำลัง ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี 64/8 ออกเดินทางไปที่บริเวณบริษัท ห้างเพชรทองทวีทรัพย์และนาฬิกาทองแท้เยาวราช จำกัด เลขที่ 2/67 ถนนอู่ทอง ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมี นายโชติ มนัสปิยะเลิศ เจ้าของร้าน เป็นผู้รับหมายค้น ส่วน นายธเนศพลร์ มนัสปิยะเลิศ รับทราบหมายจับศาลอาญา
...
โดย นายธเนศพลร์ มนัสปิยะเลิศ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ร่วมขบวนการ เป็นการค้าขายทองปกติ มีลูกค้าสั่งซื้อทองมีการชำระเงิน ลูกค้าก็มารับทองที่ร้านตามปกติ ส่วนการซื้อขายทองจำนวนมากกว่าปกติก็จะมีทำข้อมูลการซื้อขายส่งให้ปปง.ตรวจสอบตามปกติ เราเป็นร้านทอง ซื้อมาขายไปตามปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด
ต่อมา ผบก.ปส.4 แถลงว่า สืบเนื่องจากยุทธการ "สยบตะนาวศรี" ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากชายแดนด้านตะวันตกมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจำนวนมากและมีการแพร่ระบาดจำนวนมาก จึงมีการสืบสวนสืบทราบว่า กลุ่มนักทำบัญชี กลุ่มฟอกเงิน เราจึงพบว่า เส้นทางหนึ่งมีการโอนเงินเข้ามาที่ร้านทอง จึงมาตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ร้านทองมีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร
ส่วน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. เปิดเผยว่า เท่าที่สืบทราบเบื้องต้นเจ้าของร้านก็เคยมีคดีฟอกเงินของ ปปง.หลายคดี และก็ได้ดีแคร์ แต่ได้เรียนกับเจ้าของร้าน ว่า ในการค้ายาเสพติดหรือเส้นทางการเงินที่เข้ามาสู่ร้านมีหลายเคสหลายคดี แต่เคสนี้ชัดเจนทาง บช.ปส. ป.ป.ส. ตำรวจ ทหาร ปกครอง บชภ.7 ร่วมกันสืบสวนสอบสวนทราบว่า เส้นทางการเงินมีเม็ดเงินจากผู้ค้ายาเสพติดได้เข้ามาสู่ร้านทองแห่งนี้เป็นจำนวนมาก วอลลุ่มถึง 30 ล้านบาท เราก็ได้สืบทราบชัดเจนว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกันหลายบุคคล ทาง บก.ปส.4 ก็ได้ทำการออกหมายจับและจับกุมเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนและสอบสวน
คาดว่าคดีนี้น่าจะเป็นตัวอย่างในการกาญจนบุรี เป็นคดีที่ลักลอบนำยาเสพติดออกมาจากชายแดนโดยตรงและมีโพยก๊วนลักลอบนำเงินออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ลักษณะที่เกิดขึ้นยาที่ บช.ภ.7 จับยาเสพติดได้ตันครึ่ง เมื่อปี 2562 -63 เราสืบทราบว่ายาลอตนี้จะลงไปทางใต้ เสร็จแล้วเงินที่จะกลับมาสู่แหล่งผลิตประเทศเพื่อนบ้านจะมีเป็นเงินสด ทองคำแท่ง ในหลายรูปแบบ เราขอยืนยันว่า เราจะดำเนินการติดตามจับกุมต่อไป
จากสถานการณ์การลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าชายแดนทางทิศตะวันตก ด้านอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อจำหน่ายในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และใกล้เคียง ซึ่งในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2564 ได้ตรวจยึดยาเสพติดประเภทยาข้าได้เป็นจำนวนมาก ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 3,217 กิโลกรัม เคตามีน น้ำหนักประมาณ 591 กิโลกรัม และเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 77 กิโลกรัม
...
จากการจับกุมและซักถามผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทราบว่า มีกลุ่มผู้กระทำผิดมี 4 กลุ่ม คือ เอวัน ผู้นำกลุ่มกองกำลังแนวชายแดนซึ่งเป็นกลุ่มจัดหายาเสพติด นายสุทัศน์ หรือมุ้ย เดชคำ นักค้ายาเสพติดรายสำคัญซึ่งหลบหนีไปอยู่เขตพญาตองชู ตรงข้าม อ.สังขละบุรี เป็นกลุ่มสั่งการและจัดหาผู้ลำเลียง ยังมีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดและนำยาเสพติดเข้ามาในเขตจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อตรวจสอบ เส้นทางการเงินค่ายาเสพติดที่ผู้ต้องหาโอนเข้าบัญชีรับเงินค่ายาพบว่าได้โอนเงินไปยังกลุ่มนักทำบัญชี
จากนั้นเงินถูกโอนต่อไปยังกลุ่มฟอกเงินรวมถึงร้านค้าทองคำซึ่งร้านดังกล่าวมีความเชื่อมโยงทางการเงินกับเครือข่ายมลยี จากจังหวัดกาญจนบุรีไปยังกลุ่ม อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีเงินหมุนเวียน มากกว่า 2,000 ล้านบาท จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน รวม 11 หมาย ฐานสมคบฯ, สนับสนุนฯ, ฟอกเงินฯ และสมคบฟอกเงินฯ เพื่อจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดและตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดและฟอกเงินดังกล่าว จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น
...
ตามแผนยุทธการ "สยบตะนาวศรี" ในครั้งนี้ และจากผลการปฏิบัติปรากฏดังนี้ จับกุมผู้ต้องหาตาม หมายจับได้ 4 คน อายัดตัว 1 คน มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ประเภทรถยนต์ มูลค่าประมาณ 17 ล้านบาท ทองคำมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 30 ล้านบาท
โดยผลการดำเนินการตามแผนยุทธการสยบไพรี 64/8 (สยบตะนาวศรี) ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ค. 2564 มีการจับกุมรวมทั้งสิ้น 5 คดี ผู้ต้องหา 5 คน ในวันนี้มีการตรวจค้น 4 จุด อ.สังขละบุรี 1 จุด อ.เมืองกาญจนบุรี 3 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายวิฑูร เพิ่มพูนภิญโญ 2.นางสาวกานต์รวี หอระบรรณ์ 3.นายธวัชชัย หรือมด เดชสาร 4.นายธเนศพลร์ มนัสปิยะเลิศ และ 5.นางสาวนิรดา ไกรวิจิตร (อายัดตัว) โดยทั้ง 5 คน มีตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ(ฟอกเงิน) และหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ฐานร่วมสนับสนุนช่วยเหลือหรือร่วมกระทำความผิดร่วมกันมียาเสพติด (ค้ายาเสพติด)
...
โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ได้ทำการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ ประกอบด้วย 1.บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 1 หลัง 3 คูหา ราคาประมาณ 7,000,000 บาท 2.ทองรูปพรรณ ราคาประมาณ 13,000,000 บาท รถยนต์เก๋ง จำนวน 4 คัน ราคาประมาณ 5,000,000 บาท รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ราคาประมาณ 70,000 บาท เงินสด จำนวน 5,000,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด ประมาณ 30,070,000 บาท