กองปราบปราม รวบหนุ่มแสบอ้างประมูลของผ่านร้านช็อปปิ้งออนไลน์ทำกำไร หลอกผู้เสียหายร่วมลงทุนแล้วไม่ส่งสินค้าให้ ทำสูญเงินกว่าครึ่งล้าน สอบประวัติหมายจับติดตัวอื้อ ส่ง สน.บางนา ดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.64 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ สว.กก.1 บก.ป.ร่วมกันจับกุมนายจีราวัฒน์ โชติชัยพิทักษ์กุล หรือชัย อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 556/2563 ลงวันที่ 11 กันยายน 2563 ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ฉ้อโกงประชาชน และข้อหาฉ้อโกง และยังมีหมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 17/2564 ลงวันที่ 1 มีนาคม ข้อหาฉ้อโกง หมายจับศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ที่ 81/2562 ลงวันที่ 20 มิถุนายน ข้อหายักยอกทรัพย์ และหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ที่ จ98/2564 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม ข้อหา ฉ้อโกง จับได้ที่คอนโดฯย่านรามอินทรา-นวมินทร์ ถ.รามอินทรา แขวงและเขตคันนายาว
สืบเนื่องมาจากช่วงเดือนสิงหาคม 2563 นายจิราวัฒน์ ได้ลงประกาศขายเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านทางเฟซบุ๊ก ราคาถูกกว่าท้องตลาดถึง 30% มีผู้เสียหายรายหลายสนใจสั่งซื้อ โดยมีการนัดไปดูสินค้าที่โกดังย่านรามอินทรา ทั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนของโกดังสินค้า สามารถต่อรองราคาสินค้าให้ถูกลงได้อีก จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ต่อมานายจิราวัฒน์ ได้เสนอให้ผู้เสียหายลงทุนร่วมกัน โดยให้นำเงินมาให้ตัวเองไปประมูลสินค้าออกมาจากเว็บช็อปปิ้งออนไลน์แล้วนำมาขายต่อ อ้างว่าจะสามารถทำกำไรให้ได้
ผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงโอนเงินให้ไป จนเมื่อครบกำหนดส่งสินค้า ผู้ต้องหาได้เดินทางมาส่งสินค้าให้กับผู้เสียหายด้วยตนเอง แต่เมื่อตรวจสอบดูพบว่า สินค้าไม่ตรงตามบัญชีที่ได้ตกลงซื้อไว้ อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่ชำรุดแล้ว และไม่ได้ครบตามรายการ เมื่อสอบถามไปกลับอ้างว่าสินค้าลอตนี้เป็นแค่บางส่วน จะมีสินค้าที่เหลือตามมาภายหลัง และหากสินค้าใดเสียหายสามารถเคลมได้จากช็อปปิ้งออนไลน์โดยตรง ในวันดังกล่าวผู้ต้องหาได้ขอนำสินค้าจำนวนหนึ่งไปขายล่วงหน้าก่อน โดยอ้างว่ามีออเดอร์จากลูกค้า สามารถขายทำกำไรได้ทันที หลังจากนั้นประมาณ 2-3 วัน ผู้ต้องหาได้โอนเงินจำนวนหนึ่งให้ อ้างว่าเป็นเงินกำไรที่ได้จากการขายสินค้า
...
ต่อมา ผู้เสียหายได้ติดต่อไปทวงถามสินค้าที่เหลือ แต่ผู้ต้องหาได้บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จนกระทั่งผู้เสียหายสอบถามไปทางช็อปปิ้งออนไลน์ จึงพบว่ารายจิราวัฒน์ ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ได้เป็นหุ้นส่วนของโกดังสินค้าตามที่กล่าวอ้างด้วย จึงเชื่อว่าถูกหลอก รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 580,000 บาท จึงได้ไปแจ้งความที่ สน.บางนา จนกระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับดังกล่าว ต่อมาชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายจิราวัฒน์ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียม ย่านรามอินทรา-นวมินทร์ ถ.รามอินทรา แขวงและเขตคันนายาว จึงได้คิดตามไปจับกุมตัว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ตรวตสอบประวัติตั้งแต่ปี 2555-2564 พบถูกดำเนินคดีและออกหมายจับ ข้อหา “ฉ้อโกง” มากกว่า 15 คดี ความเสียหายรวมกว่าสิบล้านบาท เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเมื่อประกันตัวได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จะออกมาก่อเหตุซ้ำอีก โดยจะวางแผนคิดกลอุบายแตกต่างกันไป นตัวำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.