ไลฟ์สไตล์
100 year

หนุ่มอุดรฯ หึงโหด แทงเมียดับ ถือขวดเหล้าเข้ามอบตัว อ้างถูกสวมเขา

ไทยรัฐออนไลน์
16 พ.ค. 2564 04:03 น.
SHARE

หนุ่มในจังหวัดอุดรธานีก่อเหตุใช้มีดแทงภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 2 เดือนจนเสียชีวิต ก่อนดอดเข้ามอบตัว ในมือยังถือขวดเหล้า อ้างว่าถูกเมียสวมเขา

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ร.ต.อ.เจษฎากรณ์ กะพี้โสม รอง สว.สอบสวน สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.อุดรธานี ว่าเกิดเหตุสามีใช้อาวุธมีดแทงภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องนอน บริเวณบ้านเลขที่ 209 ม.7 บ.กิ่ว ต.นาพู่ อ.เพ็ญ ขณะนี้รถกู้ชีพ อบต.นาพู่ นำตัวส่งห้องฉุกเฉินช่วยเหลือชีวิที่ รพ.เพ็ญ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อภายหลัง คือ น.ส.อารีญา บุญมี หรือน้องแบม อายุ 20 ปี ถูกอาวุธมีดแทงบริเวณใต้ราวนมด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจทะลุด้านหลัง ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายชัยวัฒน์ ซุยเสนา อายุ 26 ปี หรือแม็กกี้ สามี หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า MSX สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายหลับหนีไป ร.ต.อ.เจษฎากรณ์ จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยนำกำลังตำรวจสืบสวน ตำรวจป้องกันและปราบปราม ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน รุดตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยมีญาติผู้ตาย ญาติผู้ก่อเหตุ และชาวบ้านมายืนมุงดูกันจำนวนมาก

ข่าวแนะนำ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงคล้ายกับบ้านน็อกดาวน์ขนาดเล็ก อยู่บริเวณทางเข้าบ้านหลังใหญ่ สร้างอยู่ในเนื้อที่สวนมะพร้าวน้ำหอมราว 5-6 ไร่ ห่างจากหมู่บ้านราว 300 เมตร ตรวจสอบภายในห้องนอนมีร่องรอยการต่อสู้ และพบกองเลือดและมีดปลายแหลมสำหรับปอกลูกตาล ยาวประมาณ 30 ซม. อยู่บนที่นอน ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปมอบตัวกับ พ.ต.ต.พิเชษฐ์ ปักเคธาตุ สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ขณะนั่งอยู่ที่ห้องปฏิบัติการ 191 สภ.เมืองอุดรธานี เวลาประมาณ 15.30 น. ด้วยอาการเมา พูดจาเอะอะโวยวายไม่รู้เรื่อง และเหม็นกลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ในมือถือเหล้ายี่ห้อดังที่เหลืออยู่ประมาณครึ่งขวดแบน พร้อมกับบอกว่าขอเข้ามอบตัว หลังจากใช้อาวุธมีดแทงภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องนอนเรือนหอของตนเอง และยังไม่ทราบว่าภรรยาได้เสียชีวิตแล้วทื่ รพ.เพ็ญ ตำรวจ สภ.อุดรธานี โดยอ้างว่าถูกภรรยาสวมเขา หรือนอกใจตัวเอง จึงประสาน พ.ต.ท.ไพฑูรย์ โสนะโชติ สว.สส.สภ.เพ็ญ มาควบคุมตัวพร้อมรถจักรยานยนต์ และขวดเหล้า ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก เพื่อสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด

สอบสวน นายพูลษีร ซุยเสนา อายุ 47 ปี เจ้าของบ้านและเป็นพ่อของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายคนโต ทำงานอยู่ที่โรงไฟฟ้าชีวะมวล ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี และมีนิสัยนักเลง และใจร้อน แต่ก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับใครรวมถึงคนในครอบครัว หลังจากคบหาดูใจกับผู้ตายที่เป็นลูกสะใภ้มา 5 ปี และเพิ่งจัดงานแต่งไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ตนรักผู้ตายเหมือนลูกสาวแท้ๆ เพราะไม่มีลูกสาวมีแต่ลูกชาย 2 คน หลังจากแต่งงานกันเสร็จ จึงให้ลูกชายคนโตมาอยู่ที่บ้านหลังเล็กที่ตนสร้างให้เป็นเรือนหอ ที่ผ่านมาก็มีปากเสียงเรื่องหึงหวงเป็นประจำ ซึ่งเป็นธรรมดาผัวเมียใหม่ เพราะลูกชายรักเมียมาก

นายพูลษีร เผยต่อว่า เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเสร็จพิธีแต่งงานเสร็จ ลูกสะใภ้ขอให้ลูกชายเลิกกินเหล้า เพราะหากเวลาเมาเหล้าจะพูดจาไม่รู้เรื่อง เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้ ลูกชายได้นำดอกไม้มาขอขมาตนและภรรยาว่าจะเลิกกินเหล้านับตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ภรรยาและพ่อแม่สบายใจ ก่อนหวนกลับมากินเหล้าอีกในวันนี้ที่บ้านเพื่อนที่ บ.ดงสร้างควาย ต.นากว้าง อ.เมืองอุดรธานี ก่อนเกิดเหตุซึ่งลูกสะใภ้ทำงานอยู่ที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือกับน้องสาวของตนเองที่บ้านหมูม่น ต.หมูม่น อ.เมืองอุดรธานี และทราบข่าวว่าสามีนั่งกินเหล้าจนเมาที่บ้านเพื่อน จึงขี่รถจักรยานยนต์ไปตามให้กลับบ้าน และลูกชายตนก็ขี่รถจักรยานยนต์ตามมา ก่อนเกิดเหตุสลดขึ้น

"ทุกครั้งที่มีปากเสียงกันตนก็ว่ากล่าวตักเตือนให้หยุดทะเลาะกัน และสั่งสอนลูกชายว่าอย่าคิดมากว่าภรรยาจะนอกใจ หรืออย่าคิดไปเอง เพราะตนเชื่อว่าลูกสะใภ้ไม่เป็นคนแบบนั้น และเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลายตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ซ้ำยังเป็นคนรู้จักความ เหมือนกับแม่บ้านแม่เรือนทั่วไป รวมทั้งลูกสะใภ้คนเล็กด้วย ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่บ้าน ตนไปร่วมงานศพหัวหน้างานที่ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์จากภรรยา ก็รีบขับรถกลับมาบ้าน ส่วนภรรยาและลูกชายคนเล็กและลูกสะใภ้คนเล็กไปปอกลูกตาลขายที่ จ.หนองคาย รู้สึกเสียใจมากกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และไม่มีลางบอกเหตุหรือฝันร้ายแต่อย่างใด คงต้องปล่อยให้ลูกชายรับกรรมที่ก่อไว้ และให้เป็นไปตามขบวนการของกฎหมายบ้านเมือง"

ด้านน้องชายผู้ก่อเหตุ ให้การว่า พี่ชายตนเป็นคนใจร้อน และสัญญาว่าจะเลิกกินเหล้าหลังจากแต่งงานกับพี่สะใภ้ เพิ่งมากินเหล้าวันนี้ก็เกิดเรื่องขึ้น เพราะพี่ชายตนรักและหึงพี่สะใภ้มาก ที่ผ่านมาก็มีปากเสียงกันบ้าง พ่อกับแม่ก็ลงจากบ้านมาพูดว่ากล่าวสั่งสอน และไม่คิดว่าจะถึงขึ้นทำร้ายกันจนเสียชีวิต และอยากจะบอกพี่ชายเป็นภาษาอีสานว่า “ซัว” หรือโง่ ทำอะไรไม่คิดให้ดีก่อน และอีกสาเหตุตนเชื่อว่าพี่ชายผิดคำสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปที่วัด หลังจากขอขมากับพ่อแม่สัญญาว่าจะไม่กินเหล้าอีก จึงเกิดเหตุที่ทุกคนในครอบครัวแบบไม่คาดคิดมาก่อนเลย ตนรักพี่สะใภ้เหมือนกับพี่สาวแท้ๆ ด้วย เพราะเป็นคนดี เป็นแม่บ้านแม่เรือน เลิกงานมาก็ซื้อกับข้าวกลับมานั่งล้อมวงกินข้าวกันทุกเย็น

ส่วนนางบุญแฝง เทพวงษา อายุ 53 ปี ป้าของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้ตายเป็นลูกสาวของน้องสาวตนที่เดินทางไปทำงานที่ กทม. และตนเลี้ยงหลานมาตั้งแต่ยังเล็ก หลังจากน้องสาวแยกทางกับสามี ทราบข่าวจากน้องสาวอีกคน โทรศัพท์มาบอกว่าน้องแบมหลานสาวถูกสามีแทง หายใจรวยระรินอยู่ภายในห้องนอน และไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เพราะตอนหลานสาวโทรไปบอกแม่ที่ กทม. ให้มาช่วยเหมือนกับจะขาดใจตายแล้ว ตนจึงรีบมาดูพบว่าเป็นเรื่องจริง และมีชาวบ้านยืนมุงดูกันจำนวนมาก จึงเดินเข้าไปดูพบเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.นาพู่ กำลังปั๊มหัวใจ และชีพจรเต้นอ่อนมาก ตนจึงบอกว่าไม่ต้องปั๊มแล้ว น้องแบมน่าจะเสียชีวิตแล้ว ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพ็ญ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุตนไม่รู้ แต่ก็เห็นขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงานด้วยกันทุกวัน

"ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนฝันเป็นลางฝันเห็นย่าของหลานสาว เดินร้องไห้มาที่บ้านของตน มีเลือดอาบไปทั่วร่างกาย จึงถามไปว่าเป็นอะไร แต่ย่าของหลานสาวไม่ยอมพูดด้วย ตนเชื่อว่าเป็นฝันร้าย จึงไม่พูดให้ใครฟัง ก่อนไปพูดแก้เคล็ดที่ห้องน้ำ ตามคำคนโบราณบอกไว้ว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี และออกจากบ้านไปทำงานหางตาด้านขวากระตุกหลายครั้ง ซึ่งคนโบราณบอกไว้ว่า ‘ซ้ายได้หัวเราะ ขวาได้ร้องไห้’ กระทั่งบ่ายสามโมงกว่า น้องสาวโทรศัพท์มาบอกว่า น้องแบมถูกสามีใช้อาวุธมีดแทงบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านี้น้องแบมฝันว่าฟันหลุดหลายครั้ง ตนก็บอกเข้าไปพูดแก้เคล็ดในห้องน้ำ และอย่าเพิ่งพูดให้ใครฟัง ก่อนที่ปู่แท้ๆ ของน้องแบมจะเสียชีวิต พ่อของสามีก็พาไปอาบน้ำมนต์ที่วัดแล้ว แต่ก็ไม่พ้นเคราะห์กรรม และรู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ เพราะรักน้องแบมเหมือนลูก”

พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบอาวุธมีดปลายแหลมที่สามีผู้ตายใช้ก่อเหตุ 1 ด้าม หลังก่อเหตุสามีได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี จึงประสานงานให้ตำรวจสืบสวน สภ.เพ็ญ ไปควบคุมคนร้ายมาสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังเกิดเหตุได้รายงานให้ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี รับทราบแล้ว ซึ่งในวันพรุ่งนี้ท่านจะเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหา และนำผู้ต้องหาชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วยตนเอง ส่วนสาเหตุเป็นเรื่องหึงหวง และมีปากเสียงทะเลาะกัน หลังจากแต่งงานกันมาประมาณ 2 เดือน เบื้องต้นทางเราแจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุ "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หึงโหดสวมเขาแทงเมียตายฆาตกรรมอุดรธานีมอบตัวเมาเหล้าข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 03:09 น.