ไลฟ์สไตล์
100 year

ตร.จับมิจฉาชีพสาวหลอกขายของออนไลน์ เชิดเงินเหยื่อนับร้อยหนี

ไทยรัฐออนไลน์
14 พ.ค. 2564 22:07 น.
SHARE

กองปราบตามรวบ "สาวมิจฉาชีพ" หลอกขายสินค้าออนไลน์ ก่อเหตุซ้ำซาก ทำเสียหายหลายกว่าร้อยรายทั่วประเทศพบมีหมายจับคดีฉ้อโกง 7 หมาย สืบจนเจอตัวอยู่ที่สมุทรปราการ รับเอาเงินไปใช้จ่าย-เล่นพนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2564 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก./หัวหน้าส่วนปฏิบัติศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ ตร., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.

สั่งการให้ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์, พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์, พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เตชะพันธ์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง รอง ผกก.2 บก.ปปป.ปฏิบัติราชการ ผกก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3.บก.ป. นำโดย พ.ต.ต.กิตติภพ ทองเพชร, ร.ต.อ.วีรศักดิ์ เผือกพันธ์, ร.ต.อ.หญิง สุกัญญา กุดาศรี รอง สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกับศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ ตร. (ศปอร.ตร.) นำโดย พ.ต.ต.นธิป ธงไธสงค์ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านบึง, ร.ต.ท.ณฐพงศ์ วงศ์สุภวัชร์ รอง สว.ยศ. บก.อก.บช.ส., ร.ต.ท.สหรัฐ ยิ่งยวด รอง สว.(สอบสวน) สภ.พุทธมณฑล

ข่าวแนะนำ

ร่วมกันจับกุม น.ส.สาวิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 7 หมายจับ คือ

1.หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 535/2563 ลง 25 ธันวาคม 2563 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์สินของผู้อื่น”

2.หมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.11/2564 ลง 21 มกราคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

3.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.78/2564 ลง 25 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง โดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่น โดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน”

4.หมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ จ.15/2564 ลง 1 กุมภาพันธ์ 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

5.หมายจับศาลจังหวัดหนองคาย จ.44/2564 ลง 17 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

6.หมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 77/2564 ลง 22 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่นนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

7.หมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 103/2564 ลง 29 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

โดยสถานที่จับกุม ภายในซอยเปรมฤทัยกลาง แยก 4 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องมาจาก เพจติดตามมิจฉาชีพออนไลน์ (เพจของกลุ่มผู้เสียหายที่ใช้ติดตามและช่วยเหลือเหยื่อที่ถูก น.ส.สาวิตรีฯ หลอกลวง) ได้ร้องเรียนและขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่ติดตามจับกุม น.ส.สาวิตรี (ผู้ต้องหา) ที่ก่อเหตุหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อในลักษณะซ้ำเดิมจำนวนหลายครั้ง และมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกจำนวนหลายราย

โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า น.ส.สาวิตรี (ผู้ต้องหา) จะเข้ากลุ่มตามเพจเฟซบุ๊คต่างๆ แล้วโพสต์ขายเครื่องซักผ้า, ตู้เย็น, ทีวีมือสอง ในสภาพใหม่และใช้งานได้ดี พร้อมกับอ้างว่าจะต้องย้ายบ้าน ไม่ต้องการขนย้ายของดังกล่าว จึงนำมาขายต่อ ซึ่งทางผู้เสียหายได้ติดต่อเข้าไปซื้อเครื่องซักผ้ากับทางผู้ต้องหา และเมื่อโอนเงิน จำนวน 3,200 บาท ไปยังบัญชีผู้ต้องหาแล้ว กลับพบว่าผู้ต้องหามีการโพสต์ขายสินค้านั้นๆ ตามเพจอื่นๆ อีก ซึ่งเมื่อผู้เสียหายติดต่อไปยังผู้ต้องหา ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนและตรวจสอบข้อมูลตามที่เพจติดตามมิจฉาชีพออนไลน์ร้องเรียนมา โดยพบว่า น.ส.สาวิตรี (ผู้ต้องหา) เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 โดยผู้ต้องหาจะเข้าไปยังเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ที่เปิดเป็นสาธารณะ แล้วทำการโพสต์ขายสินค้า ของใช้มือสอง ในราคาถูก ซึ่งเมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้ต้องหาจะแจ้งราคาพร้อมค่าจัดส่งให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหา หลังจากนั้นจะทำทีไปส่งของที่บริษัทขนส่ง โดยมีการไลฟ์สดพร้อมถ่ายภาพกล่องลังขนาดใหญ่ของคนอื่น แอบอ้างว่าเป็นสินค้าที่จะจัดส่งให้ผู้เสียหาย ซึ่งภายหลังเมื่อผู้เสียหายได้รับพัสดุ กลับพบว่าภายในกล่อง บรรจุยาสมุนไพร, ผ้าเช็ดหน้า, ผ้ากันเปื้อน หรือยาดม มาแทน บางกรณีเป็นกล่องพัสดุเปล่า

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาหลอกลวงเหยื่อมาแล้วทั่วประเทศ มีทั้งผู้เสียหายที่แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วและยังไม่ได้แจ้งความ และในปัจจุบันผู้ต้องหายังคงมีพฤติการณ์โพสต์หลอกลวงเหยื่อตามเพจต่างๆ อยู่เช่นเคย แต่มีการเปลี่ยนเเปลงเหตุผลในการขายสินค้าที่แตกต่างกันออกไป โดยจะอ้างว่าตกงานเพราะสถานการณ์โควิด-19 ต้องย้ายกลับบ้าน, อ้างว่าไม่มีรถขนของ หรือ อ้างว่าต้องการขายของเพื่อนำเงินมาใช้ในการเดินทางกลับต่างจังหวัด

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้รายงานข้อมูลการสืบสวนให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเร่งดำเนินการติดตามจับกุมมิจฉาชีพรายนี้ เนื่องจากในสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ประชาชนส่วนใหญ่มักจะจับจ่ายซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ หากไม่รีบดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาให้ได้โดยเร็ว ผู้ต้องหาอาจจะไปก่อเหตุ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้อีก

โดยประมาณเดือนเมษายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหารายนี้ โดยพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับที่ยังต้องการตัวอีก 7 หมายจับ ตามพื้นที่ จ.ปทุมธานี, จ.ลำพูน, จ.นครปฐม, จ.หนองคาย, จ.เลย, จ.อุบลราชธานี, จ.ร้อยเอ็ด และมีผู้เสียหายที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีกว่า 100 ราย อีกทั้งยังพบว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหาหลายครั้งต่อวัน และระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ผู้ต้องหายังคงพักอาศัยอยู่คอนโดมิเนี่ยม ไม่ประกอบอาชีพใดๆ มักเขาไปใช้บริการร้านเสริมสวย และคาเฟ่ต่างๆ และยังคงโพสต์ขายสินค้า ของใช้มือสอง ตามเคย

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่บริเวณซอย เปรมฤทัยกลางแยก 4 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ และทำการจับกุมผู้ต้องหา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าได้เริ่มก่อเหตุมานานเกือบ 2 ปี เนื่องจากเห็นว่าเพื่อนเคยทำมาก่อนและยังไม่ถูกจับกุม และคิดว่าจำนวนเงินที่หลอกเหยื่อมาได้นั้น มีจำนวนไม่สูงมาก (1,500-9,000 บาท/ราย) ผู้เสียหายอยู่ไกลน่าจะยากแก่การติดตาม ซึ่งในส่วนของเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง ตนใช้หมดไปกับการเล่นพนันออนไลน์และการใช้จ่ายส่วนตัว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หลอกขายของออนไลน์หลอกขายของมิจฉาชีพจับสาวแสบหมายจับติดตัวกองปราบปรามคดีฉ้อโกงฉ้อโกงทรัพย์สินของผู้อื่นจับสาวิตรีเพจติดตามมิจฉาชีพออนไลน์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 07:41 น.