ไลฟ์สไตล์
100 year

ศาลอาญาให้ประกัน 13 กลุ่มม็อบรีเด็ม ชุมนุมหน้าศาล "สมยศ" ติดกำไลอีเอ็ม

ไทยรัฐออนไลน์
14 พ.ค. 2564 19:33 น.
SHARE

ศาลอาญาให้ประกันตัว 13 ม็อบรีเด็มกรณีชุมนุมหน้าศาลอาญา วงเงินคนละ 4 หมื่นบาท ห้ามออกนอกประเทศ โดยมีบางคนให้ติดกำไล EM ด้าน สมยศ ประกันในวงเงิน 8 หมื่นบาท ติดกำไล EM ห้ามออกนอกนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.64 ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ยื่นคำร้องฝากขัง รวม 2 สำนวน สำนวนแรกมี นายศุภกิจ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี, นายวีรภาพ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี, นายปรณัท น้อยนงค์เยาว์ อายุ 25 ปี, นายพัชรวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อายุ 22 ปี, ว่าที่ รต.อิทธิกร ทรัพย์แฉ่ง อายุ 21 ปี, น.ส.ปรัชญา สานจิตสัมพันธ์ อายุ 24 ปี, น.ส.สุทธิตา รัตนวงศ์ อายุ 23 ปี, นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง อายุ 22 ปี, นายศรัณย์ อนุรักษ์ปราการ อายุ 21 ปี , นายชาติชาย แกดำ อายุ 37 ปี, นายชนกันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี และนายยงยุทธ ฮังนนท์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-13

ข่าวแนะนำ

ส่วนสำนวนที่สองยื่นฝากขัง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ในความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ร่วมกันชุมนุมที่มีการรวมคนที่แออัดเกินกว่า 20 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯและข้อหาอื่นๆ มาฝากขังที่ศาลอาญาครั้งแรก

คำร้องบรรยายว่า ก่อนเกิดเหตุ อัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 ได้ยื่นฟ้อง นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ ต่อศาลอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทดูหมิ่นฯพระมหากษัตริย์ กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ เป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 นางสุรีย์รัตน์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวนายพริษฐ์ ซึ่งในวันดังกล่าวปรากฏว่าได้มีกลุ่มมวลชนประมาณ 200 คน เข้ามารวมตัวชุมนุมมั่วสุมกัน ที่บริเวณหน้ามุขตรงบันไดทางขึ้นอาคารศาลอาญา โดยมีนายสมยศ ผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำปราศรัย โดยใช้เครื่องขยายเสียง

เนื้อหาสำคัญในคำปราศรัย เป็นการตำหนิการทำหน้าที่ของศาลที่ใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายพริษฐ์ และมีการปลุกเร้าให้กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นพ้องกับเนื้อหาที่ปราศรัยรวมถึงการแสดงความไม่พอใจในการทำหน้าที่ของศาลโดยมีการโห่ร้องด่าทอ แสดงอาการไม่พอใจ และตะโกนให้ศาลต้องมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายพริษฐ์กับพวกซึ่งเป็นจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีการยื่นขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการจนเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปควบคุมสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง

จากการตรวจสอบพบว่า เนื้อหาที่กลุ่มมวลชนได้กล่าวปราศรัยนั้นมีถ้อยคำบางคำที่เป็นการหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวดังกล่าว และเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายในบริเวณที่ทำการของศาลซึ่งมีข้อกำหนดของศาลเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล ปรากฏว่าระหว่างที่มีการชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปประกาศข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้นให้กลุ่มผู้ที่ชุมนุมได้ทราบและให้เลิกชุมนุมแล้วแต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ปฏิบัติตาม แต่อย่างใดอีกทั้งยังปรากฏว่าในการชุมนุมดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กทางเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดหมายวันและเวลา


มวลชนมาพบกันที่บริเวณศาลอาญาหลังจากการชุมนุมเรียกร้องในวันดังกล่าวได้ยุติไปแล้ว และเห็นว่าการชุมนุมกดดันไม่เป็นผลกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้มีการนัดหมายเพื่อมาชุมนุมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากเพจของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุมแล้ว ก็ยังมีกลุ่มเยาวชนปลดแอกมาร่วมชุมนุมด้วยโดยพบว่ามีการโพสต์ข้อความในเพจเยาวชนปลดแอก (Free Youth) เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564 นัดหมายให้เดินทางมาร่วมชุมนุมเพื่อกดดันศาลในการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยกับพวกที่บริเวณหน้าศาลอาญาในวันที่ 2 พ.ค. 2564

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2564 เวลา 12.00-22.00 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 500 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ต้องหาที่ 1-13 ปรากฏ เข้ามารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าศาลอาญา และมีการทำกิจกรรมนำภาพถ่ายของผู้พิพากษา ซึ่งทำหน้าที่ในการพิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวดังกล่าว มาปิดไว้ที่บริเวณป้ายชื่อหน้าศาล จากนั้นได้มีการนำสีและของเหลวสีแดงมาเทราดที่ป้ายชื่อของศาล และที่ภาพของผู้พิพากษา อีกทั้งยังได้มีการยิงหนังสติ๊กขว้างปาไข่ มะเขือเทศ ขยะ ก้อนหินและสิ่งของต่างๆเข้ามาในบริเวณศาล พร้อมทั้งตะโกนเรียกร้องให้ศาลปล่อยตัวจำเลย เปิดเครื่องขยายเสียงซึ่งมีถ้อยคำกล่าวหาผู้พิพากษาผู้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าเป็นฆาตกรพร้อมทั้งนำข้อมูลส่วนตัวของผู้พิพากษา เช่น บุคคลในครอบครัวถิ่นที่อยู่มาเปิดเผย และประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบ

ต่อมาพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ 1-13 และนายสมยศ ตามหมายจับศาลอาญาที่ที่ 732-745/2564 ลงวันที่ 11 พ.ค.2564 ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้ามามอบตัวเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 พ.ค.2564 เหตุเกิดที่บริเวณ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกแขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-13 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา การกระทำของผู้ต้องหาทั้งหมด เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198,215,216 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 34 ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2564 พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 มาตรา 4,9

พนักงานสอบสวนยังต้องสอบพยานอีก 10 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาที่ 1-13 มาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาที่1-13 มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14-25 พ.ค.2564 ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงหากผู้ต้องหาที่ 1-13 ได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหาพร้อมทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

โดยศาลพิจารณาคำร้องเเล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสมยศ ผู้ต้องหา ระหว่างสอบสวนโดยทำสัญญาประกันราคาประกันคนละ 8 หมื่นบาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรยกเว้นได้รับอนุญาตจากศาลให้ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม) และห้ามออกนอกเขตกรุงเทพฯ จังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ

สำหรับนางสาวสุทธิตา ผู้ต้องหาที่ 8 เป็นพยาบาล และนายโสภณ ผู้ต้องหาที่ 9 เป็นนักศึกษาแพทย์ ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวนโดยตีราคาประกันคนละ 40,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

ส่วนนายปรณัท ผู้ต้องหาที่ 3 นางสาวจุฑาทิพย์ ผู้ต้องหาที่ 5 ว่าที่ร้อยตรีอิทธิกร ผู้ต้องหาที่ 6 นางสาวปรัชญา ผู้ต้องหาที่ 7 และ นายชาติชาย ผู้ต้องหาที่ 11 กลุ่มนี้เป็นนักศึกษาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวนโดยตีราคาประกันคนละ 40,000 บาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล พร้อมกับให้แจ้ง สตม.ทราบ และให้มีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลด้วย โดยให้นำผู้กำกับดูแลมาไต่สวนในวันที่ 18 พ.ค. นี้เวลา 13.30 น

สำหรับนายศุภกิจ ผู้ต้องหาที่ 1 ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยติดกำไล EM พร้อมวางหลักประกันจำนวน 40,000 บาทและกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามออกนอกเคหสถานเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. โดยให้ติดกำไล EM มีกำหนด 30 วัน

นายวีรภาพ ผู้ต้องหาที่ 2 ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยติดกำไล EM พร้อมวางหลักประกันจำนวน 40,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามออกนอกเขต กทม., นนทบุรี โดยให้ติดกำไล EM มีกำหนด 30 วัน

นายพัชรวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 4 และนายศรัณย์ ผู้ต้องหาที่ 10 ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยติดกำไล EM พร้อมวางหลักประกันจำนวน 40,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามออกนอกเขต กทม. โดยให้ติดกำไล EM มีกำหนด 30 วัน

นายชนกันต์ ผู้ต้องหาที่ 12 ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยติดกำไล EM พร้อมวางหลักประกันจำนวน 40,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยให้ติดกำไล EM มีกำหนด 30 วัน โดยให้อยู่ในเคหสถาน เวลา 23.00 น.ถึง 04.00 น

นายยงยุทธ ผู้ต้องหาที่ 13 ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยติดกำไล EM พร้อมวางหลักประกันจำนวน 40,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามออกนอกเขต กทม., สมุทรปราการ โดยให้ติดกำไล EM มีกำหนด 30 วัน

โดยให้ผู้ต้องหา มาติดกำไล EM ในวันจันทร์ที่ 17 พ.ค.นี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุมนุมม็อบรีเดมREDEMชุมนุมหน้าศาลข่มขู่ศาลสมยศ พฤกษาเกษมสุขร่วมกันดูหมิ่นผู้พิพากษาประกันตัวประกันตัวผู้ชุมนุมข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 17:54 น.