กองปราบคุมตัว "เด่นภูมิ" สอบสวน ปัดข้อหาข่มขืน อ้างหญิงสาวสมยอม แต่จนท.ไม่เชื่อ ขณะที่คดีหลอกพริตตี้มีเจ้าทุกข์นับสิบรายในหลาย สน. ล่าสุดโดนหมายจับอีก 3 หมาย ส่งตัว สน.บางขุนเทียน ดำเนินคดีต่อไป
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 พ.ค.64 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. นำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสจนสามารถจับกุม นายเด่นภูมิ วัฒนโชติภิญโญ หรือโจอี้ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาและศาลอาญาธนบุรี รวมจำนวน 3 หมายจับ ในข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดๆ หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หลังหลอกเป็นโมเดลลิ่ง ลวงสาวพริตตี้ไปก่อเหตุข่มขืนในหลายพื้นที่ จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อแสดงตัวออกมาแจ้งความแล้ว 36 ราย
...
กระทั่งชุดคลี่คลายคดีกองปราบปรามสืบทราบว่า นายเด่นภูมิ ได้หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดมิเนียมย่านเขตสายไหม กทม. จึงได้วางกำลังปิดล้อมตึก บุกเข้าจับกุมตัวเอาไว้ได้ขณะกำลังจะหลบหนีลงทางบันไดหนีไฟ โดยนายเด่นภูมิให้การกับ จนท.ชุดจับกุมว่า ปลอมเป็นโมเดลลิ่งหลอกสาวรับงานจริง แต่ไม่ได้บังคับคนขืนใจ ส่วนเรื่องยาเสพติด ส่วนมากเด็กจะเป็นคนนำมาเอง กรณีที่ผู้เสียหายอ้างว่าใช้มีดสอดช่องคลอด ยืนยันว่าไม่ได้ทำ เมื่อ จนท.ถามว่าก่อเหตุมาแล้วกี่ครั้ง ก็ตอบว่า ไม่มั่นใจว่าก่อเหตุมาแล้วกี่ครั้ง และไม่มั่นใจว่าเป็นโควิด-19 หรือไม่ ก่อนนำตัวกลับมาสอบสวนที่กองปราบปราม
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. ได้นำตัวนายเด่นภูมิมาสอบสวน โดยให้สวมใส่ชุดพีพีอีป้องกันโควิด-19 ก่อนจะร่วมกันแถลงผลจับกุมครั้งนี้
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายเด่นภูมิได้มีพฤติการณ์อ้างตัวเป็นโมเดลลิ่งและเป็นเสี่ยมีฐานะ ล่อลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นกลุ่มสาวพริตตี้ โดยทำทีติดต่อจ้างงานเอนเตอร์เทนชงเหล้าให้กับลูกค้าที่ห้องพักตามโรงแรมต่างๆ แต่เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางมาถึงกลับใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้เสพยาก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืน ชิงทรัพย์ พร้อมกับถ่ายคลิปวิดีโอขณะข่มขืนไว้แบล็คเมล์ ที่ผ่านมามีหญิงสาวหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อนับ 10 ราย กระจายเข้าแจ้งความตามท้องที่ต่างๆ อาทิ สน.บวรมงคล สน.บางขุนทียน สน.ประชาชื่น จนมีการออกหมายจับดังกล่าว และกำลังจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 หมายจับตามมา ทั้งนี้ภายหลังทราบเรื่องจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกองปราบนำกำลังลงพื้นที่สืบสวนร่วมกับตำรวจท้องที่ จนกระทั่งทราบว่าภายหลังก่อเหตุนายเด่นภูมิได้หนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ย่านสายไหม จึงนำกำลังเข้าติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
รอง ผบช.ก. กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายเด่นภูมิให้การปฏิเสธ อ้างว่าผู้เสียหายสมยอม ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่ายังมีหมายจับข่มขืนลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.ปักธงชัย ปี 2561 ติดตัวอีก 1 คดี รวมทั้งที่ผ่านมายังเคยถูกจับกุมข้อหาชิงทรัพย์ ข้อหายาเสพติด และครอบครองอาวุธปืน จำคุกจนออกมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะมาก่อเหตุดังกล่าว
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากนั้นน่าจะเป็นช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะถูกจับกุมในคดียาเสพติด เมื่อพ้นโทษออกมาเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา จึงมาเริ่มก่อเหตุอีกครั้ง จนเมื่อเหยื่อหญิงสาวต่างๆ เห็นพฤติกรรมที่เป็นข่าวของผู้ต้องหาจึงกล้าทยอยเข้าให้ข้อมูลรวมทั้งแจ้งความ จนทำให้มีผู้เสียหายดูเป็นจำนวนมาก แต่ที่แจ้งความดำเนินคดีตอนนี้ และออกหมายจับมีอยู่ 3 หมาย และกำลังแจ้งความอีก 3 รายในท้องที่ สน.บวรมงคล ขณะนี้ กองปราบปรามได้ร่วมกับตำรวจนครบาล กำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะนำตัวส่งให้ พนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
...
รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางสืบสวนพบว่า นายเด่นภูมิ ชีวิตเคยมีปัญหาเรื่องครอบครัว เป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ ใช้ชีวิตอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ก่อนจะมีพ่อแม่บุญธรรมมารับไปอุปการะตั้งแต่อายุ 3 เดือน ส่งเสียเลี้ยงดูจนจบมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ต่อมากลับมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนผันตัวมาทำงานเป็นพนักงานเชียร์แขกตามสถานบริการต่างๆ จนทำให้รู้จักจุดอ่อน หรือวิธีหลอกผู้หญิง รวมถึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะไม่ถูกแจ้งความดำเนินคดี.