ไลฟ์สไตล์
100 year

พยานโผล่ ยืนยัน "ทหารอากาศฝ่าไฟแดง" ขับมาเร็ว เมาแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์
5 เม.ย. 2564 17:09 น.
SHARE

พฐ.เก็บหลักฐานเพิ่มเติม ประกอบสำนวนคดี ทั้งซากจักรยานยนต์ของนักศึกษา และรถยนต์เก๋งทหารอากาศ ขณะที่พยานโผล่ยืนยัน เห็นตำตาลูกทัพฟ้าฝ่าไฟแดงแน่นอน ขับมาด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

กรณี พ.อ.อ.ธีรศักดิ์ ศรีทอง อายุ 49 ปี ซิ่งรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กอ 779 อุดรธานี ฝ่าไฟแดงพุ่งชนรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กศ 4224 สกลนคร บริเวณสี่แยกบ้านธาตุนาเวง ถนนนิตโย ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร เป็นเหตุให้ น.ส.ณัฐพร หดทะเสน อายุ 21 ปี ชาว จ.สกลนคร และ น.ส.กันยารัตน์ รัตนะ อายุ 21 ปี ชาว จ.นครพนม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ชั้นปีที่ 3 เสียชีวิตทั้งคู่ ส่วน น.ส.จันจิรา หงษ์ภู อายุ 21 ปี ชาว จ.สกลนคร บาดเจ็บ เหตุเกิดเวลา 01.45 น. วันที่ 3 เม.ย. ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม ว่า หลังเกิดเหตุทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในทันที แต่กลับเลือกที่จะตรวจในช่วงเช้า ซึ่งผลตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้เพียง 29 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เกินกว่ากฎหมายกำหนด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ข่าวแนะนำ

ความคืบหน้าล่าสุดที่ สภ.เมืองสกลนคร ผศ.ปรีชา ธรรมวินธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมจิตร เบ็ญเจิด สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อติดตามสอบถามความคืบหน้าของคดี ซึ่งหลังจากที่เดินทางมาถึงได้แวะเข้าทักทายกับญาติของนักศึกษาผู้เสียชีวิตทั้งสองคนที่มาติดตามความคืบหน้าหน้าของคดีอยู่บริเวณด้านหน้า สภ.เมืองสกลนคร

โดย ผศ.ปรีชา ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน จากนั้นได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามความคืบหน้า โดยแจ้งพนักงานสอบสวนถึงความห่วงใยในเรื่องของคดีที่นักศึกษาที่ประสบเหตุทั้งหมดเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ขณะที่คู่กรณีเป็นข้าราชการ ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มาติดตามความคืบหน้าของคดีด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจพิสูจน์เก็บหลักฐานรถคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ทั้งจักรยานยนต์ของนักศึกษาที่อยู่ในสภาพเป็นเศษซากรถ และรถยนต์เก๋งสีขาวของทหารอากาศคู่กรณี ซึ่งถูกนำมาเก็บไว้ที่หน้า สภ.เมืองสกลนคร ซึ่งการเก็บรวบรวมหลักฐานของตำรวจพิสูจน์หลักฐานในครั้งนี้ เป็นการตรวจพิสูจน์โดยละเอียด เพื่อรวบรวมนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบในสำนวนคดีของพนักงานสอบสวน ก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

นายธนกฤต (ขอสงวนนามสกุล) 1 ในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถยนต์ตามหลังรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาที่เกิดเหตุออกจากตัวเมืองมาติดไฟแดงด้วยกันที่สี่แยกบ้านธาตุ ยังสังเกตเห็นรถฝั่งขาเข้าเมืองที่มาจาก จ.อุดรธานี ขับผ่านสี่แยก เนื่องจากฝั่งนั้นเป็นไฟเขียว และเห็นรถกระบะคันหนึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ในฝั่งที่มาจากนครพนม สักพักพอฝั่งของตนปรากฏสัญญาณไฟเขียวขึ้น ก็เห็นรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาขี่ออกไป แล้วทันใดนั้นก็มีรถเก๋งจากฝั่งที่มาจากนครพนม ฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาอย่างจัง

นายธนกฤต กล่าวอีกว่า พอตั้งสติได้ก็รีบลงจากรถมาดูก็พบร่างนักศึกษาทั้ง 3 คน และเศษชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อนถนน จากนั้นก็เห็นคนขับรถเก๋งเดินลงจากรถมาในสภาพคล้ายคนเมา ตาแดง มีกลิ่นแอลกอฮอล์ ซึ่งตนยังได้เดินเข้าไปถามว่า “พี่ฝ่าไฟแดงมาชนเขาทำไม” แต่ในขณะนั้นชายคนดังกล่าวกลับยังพูดว่า “เกิดอะไรขึ้นครับ” โดยทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ตนขอยืนยันว่าคนขับรถเก๋งเมา เป็นไปไม่ได้ที่ไม่เมา และขับมาด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และตนพร้อมที่จะไปเป็นพยานให้กับน้องๆ นักศึกษาที่ประสบเหตุ หากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทหารอากาศฝ่าไฟแดงฝ่าไฟแดงฝ่าไฟแดงชนตายทหารฝ่าไฟแดงชนนักศึกษาชนนักศึกษา 2 ศพสภ.เมืองสกลนครเมาแล้วขับข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 21:02 น.