ศาลอาญาคดีทุจริตยกฟ้อง “พล.ต.อ.ชนสิษฎ์” อดีตจเรตำรวจกับพวกรวม 8 คน ใช้ดุลพินิจเสนอ “บิ๊กต้อย-วิระชัย ทรงเมตตา” ผิดวินัยร้ายเเรง ปมคลิปเสียงคดียิงรถ “บิ๊กโจ๊ก” ทำเสียสิทธิ์การได้รับแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบ.ตร. อดีตจเรตำรวจเเห่งชาติ, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ต.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พ.ต.อ อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม, พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ, พ.ต.อ.สมเกียรติ ค้ำชู และ พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ทั้ง 8 คน เป็นจำเลยในฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อาญา มาตรา 157

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง 8 เป็นเจ้าพนักงาน และมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์การสนทนากรณีมีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์

จำเลยทั้ง 8 ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันจัดทำรายงานพร้อมสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ โดยได้กล่าวหาว่าการกระทำของโจทก์ดังกล่าวมีมูลเพียงพอรับฟังได้ว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง เป็นการใช้ดุลพินิจโดยอำเภอใจ มิได้พิจารณาโดยใช้ดุลพินิจอย่างเที่ยงธรรมถูกต้องเหมาะสมการรายงานผลดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ถูกกล่าวหาทางคดีอาญา ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และถูกสำรองราชการให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขาดคุณสมบัติในการได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจ

...

โดยก่อนหน้านี้ในชั้นตรวจฟ้องศาลมีคำสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งสำเนารายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 24/2563 และสำเนารายงานการสอบสวนตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่ 383/2563 พร้อมสำเนาต่อศาล พร้อมคำสั่งให้สำรองราชการโจทก์ มาประกอบการพิจารณา

ศาลพิเคราะห์ว่า เมื่อการมีความเห็นตามรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจำเลยทั้ง 8 กับพวก ล้วนแต่มีมูลเหตุมาจากการกระทำของโจทก์ การที่จำเลยทั้ง 8 กับพวกวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากการกระทำของโจทก์ที่เกิดขึ้น แต่ความเห็นของจำเลยทั้ง 8 กับพวกไม่ตรงกับความเห็นของโจทก์ ย่อมไม่อาจกล่าวได้ว่าการสรุปความเห็นของจำเลยทั้ง 8 กับพวกตามรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตตามที่โจทก์กล่าวหา คดีรับฟังไม่ได้ว่าฟ้องโจทก์มีมูลความผิด ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์