เกิดเหตุสองสามีภรรยาคนงานเมียนมานอนตายคาห้องพัก 2 ศพในหอพัก อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยร่างของทั้งคู่พบบาดแผลถูกแทงหลายจุด คาดอาจมีปากเสียงกัน จนฝ่ายหนึ่งโมโหแทงจนตาย แล้วฆ่าตัวตายตาม
เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 28 มีนาคม 2564 พ.ต.ต.ไพรัตน์ ดีไร่ สารวัตรสอบสวนสภ.กระทุ่มแบน รับแจ้งเหตุแทงกันตาย 2 ศพ ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ซอยตาชั่ง หมู่ที่ 3 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พิภบ พัชรลภัส ผกก.สภ.กระทุ่มแบน พ.ต.ท.ธนนท์ ล้นเหลือ รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน แพทย์จากโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชายกับหญิงสัญชาติเมียนมา นอนจมกองเลือดอยู่ในห้องน้ำ โดยศพผู้หญิงยังไม่ทราบชื่อ มีบาดแผลข้างลำตัวไม่กี่แห่ง เสียชีวิตอยู่ในลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอน ทับอยู่บนร่างของศพผู้ชายที่มีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายหลายแห่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายลิน โค โค่ อายุ 27 ปี คาดว่าทั้งสองคนเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-6 ชั่วโมง ขณะที่สภาพภายในห้องไม่มีร่องรอยของการต่อสู้แต่อย่างใด ข้าวของยังคงอยู่เหมือนเดิม มีเพียงรอยเลือดกระเซ็นเลอะพื้นบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ในห้องยังพบกรรไกรตัดด้ายตกอยู่หน้าห้องน้ำ 1 เล่ม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เพื่อนำไปตรวจสอบว่าเป็นอาวุธที่สองหนุ่มสาวชาวเมียนมาใช้ก่อเหตุฆ่ากันตายหรือไม่
...
จากการสอบถามคนข้างห้องเล่าว่า หนุ่มสาวชาวเมียนมาคู่นี้เพิ่งจะแต่งงานกันได้ประมาณ 1 เดือน ยังเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ยินทั้งคู่ทะเลาะกันโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ และก็ไม่มีใครได้ใส่ใจอะไรมากนักเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย พอมาเช้าวันเสาร์ก็ไม่มีใครออกไปทำงาน จนกระทั่งพอตอนค่ำมีเพื่อนของผู้เสียชีวิตโทรศัพท์มาบอกว่าให้ช่วยไปดูเพื่อนให้ที เพราะโทรมาหาหลายรอบแล้วไม่มีใครรับสาย งานก็ไม่ไปทำ ดังนั้นตนจึงไปเคาะเรียก ปรากฏว่าไม่มีใครมาเปิดประตู พอดีว่าประตูไม่ได้ล็อกจึงได้เปิดเข้าไป ก็เห็นขาโผล่ออกมาจากห้องน้ำ ก็รู้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่นอน จึงได้รีบโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองน่าจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพลั้งมือใช้กรรไกรตัดด้ายแทงอีกฝ่ายเสียชีวิต ก่อนที่จะแทงตัวตายก็เป็นไปได้ โดยจะต้องนำหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ พร้อมกับจะต้องมีการตรวจสอบหลักฐานอื่นๆ และหาลายนิ้วมือแฝงด้วย ส่วนศพส่งไปที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช เพื่อชันสูตรบาดแผลและอาวุธที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุที่ชัดเจนต่อไป.