กองปราบตามรวบอดีตทหาร ตุ๋นเหยื่อขายที่ดินพิทักษ์ทรัพย์ และคดีอื่นทำเสียหายรวมกว่าสิบล้านบาท ตามหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เจ้าตัวให้การปฏิเสธ อ้างแค่คนกลางช่วยประสาน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มี.ค.64 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ต.ปภินวิทย์ อุดมพร สว.กก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ส.ต.อาทิตย์ พิมพ์สันเทียะ อดีตเจ้าหน้าที่ทหาร อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หลังจับได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อปี 2563 ส.ต.อาทิตย์ พิมพ์สันเทียะ กับพวก ได้มีการอ้างว่า สามารถจัดหาที่ดินพิทักษ์ทรัพย์จากกรมบังคับคดีมาขายให้ได้ในราคาถูกกว่าปกติ โดย ส.ต.อาทิตย์ พิมพ์สันเทียะ จะทำหน้าที่เป็นนายหน้าติดต่อไปหาผู้เสียหาย พร้อมกับนำเอกสารต่างๆ ที่ทำปลอมขึ้นมาแสดง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนมีผู้หลงเชื่อโอนเงินค่าที่ดินกว่า 8 ล้านบาทมาให้ แต่เมื่อได้เงินแล้วกลุ่มผู้ต้องหาจะพยายามตัดขาดการติดต่อ ก่อนจะเชิดเงินหนีหายไป ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี จนมีการออกหมายจับ ก่อนประสานกองปราบช่วยติดตามจับกุมคนร้ายได้ดังกล่าว

พ.ต.ต.ปภินวิทย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างว่าเป็นคนกลางติดต่อซื้อขายที่ดินเท่านั้น เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ดำเนินคดี พร้อมขยายติดตามผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นๆ ต่อไป

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติ ส.ต.อาทิตย์ พิมพ์สันเทียะ พบว่า นอกจากคดีดังกล่าวแล้วยังมีหมายจับคดีอื่นติดตัวอีก 3 หมาย ได้แก่ หมายจับศาลแขวงนนทบุรีในข้อหาฉ้อโกง หลังหลอกผู้เสียหายให้โอนเงินค่าซื้อเหล็กกว่า 1.5 ล้านบาท หมายจับศาลจังหวัดระยอง ในข้อหาลักทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี 2558 ในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม และร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ซึ่งมีพฤติการณ์ก่อเหตุคล้ายกับคดีที่ จ.ระยอง โดยผู้ต้องหาจะทำทีเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจมาจากผู้เสียหายให้ขนของออกจากโรงงานร้าง และฟาร์มเป็ดร้าง ก่อนจะร่วมกับผู้ต้องหาคนอื่นนำทรัพย์สินออกไปขาย.