ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ประทับรับฟ้อง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และพวกรวม 3 คน ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบช่วยผู้อื่นไม่ต้องรับโทษคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุดีอาระเบียตาม ม.157 และ ม.200
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ว่า จากเหตุอุ้มนายโมฮัมหมัด ไอรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ได้บานปลายกลายเป็นมหากาพย์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.พ.64 ที่ผ่านมา ศาลนัดฟังคำสั่งในคดี อท.114/2562 ที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.สุชาติ วงษ์อนันตชัย รองอธิบดี ดีเอสไอ พ.ต.ท.เบญจพล จันทวรรณ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ในขณะนั้นในฐานความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ ตาม ป. อาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยศาล มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย และ พ.ต.ท.เบญจพล จันทวรรณ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ ตาม ป. อาญา มาตรา 157 และ มาตรา 200 พร้อมนัดพร้อมสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 9 เม.ย.64
พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม กล่าวว่า กรณีดังกล่าว จำเลยกับพวกได้ร่วมกันนำ พ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก จำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดจำคุกตลอดชีวิต มาคุ้มครองพยานตามมาตรการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนำตัวมาสอบสวนเพื่อนำตัวมาต่อรองคดี ซึ่งต่อมาพยานปากดังกล่าวได้ถูกพาหลบหนี จนปัจจุบันยังไม่ได้นำตัวกลับมารับโทษในคดี สำหรับคดีนี้โดยก่อนหน้าได้เคยยื่นฟ้องคดีตั้งแต่เมื่อปี 2552 แต่ในขณะนั้นโจทก์อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีที่ถูกกล่าวหาอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด ไอรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุฯ ศาลจึงได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีจนกว่าจะรอผลคำพิพากษาคดีหลักให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
...
ต่อมามีผลคำพิพากษายกฟ้อง 3 ศาล จึงได้นำคดีที่สั่งจำหน่ายไว้ 10 ปี ขึ้นมาไต่สวนและมีคำสั่งประทับรับฟ้องในความผิดฐานร่วมกัปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ ตาม ป. อาญา มาตรา 157 และ มาตรา 200 เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา.