ศปอส.ตร. จับผู้ต้องหาหลอกลวงผู้เสียหาย ขายสินค้าแบรนด์เนม ผ่านสื่อออนไลน์ โดยได้ลงรูปประกาศเฟซบุ๊กชื่อ "Celebrity Brandname กระเป๋าแบรนด์เนมแท้มือ 2 ของแท้100% รับซื้อ ฝากขาย จำนำ" 

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.64 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุม กลุ่มมิจฉาชีพ ที่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชนออนไลน์ อันเป็นการซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงสั่งการให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ดำเนินการตามสั่งการของนายกฯ อย่างเคร่งครัด และให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ศปอส.ตร.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร, พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบช.สทส., พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จตร., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม./หน.ชป.1 ศปอส.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเทคนิคและสืบสวน ชุดที่ 1 ได้เข้าสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกขายสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตสื่อโซเชียล และโอนเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ผู้ขายเสนอขาย และเมื่อผู้ขายได้รับโอนเงินแล้วไม่ดำเนินการส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ อันมีพฤติการณ์ที่มีลักษณะการกระทำต่อเนื่องกับผู้เสียหายหลายครั้งและมีผู้เสียหายหลายราย

...

จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ จับกุมตัว น.ส.กุลธิดาลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1925/2563 ลง 29 ธ.ค.63 ในความผิดฐาน "ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ได้ที่บริเวณ สน.ทองหล่อ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พฤติการณ์ คือ นางสาวกุลธิดาลักษณ์ฯ ผู้ต้องหา กรรมการบริษัท เซเลบ แบรนด์เนม จำกัด ได้ลงรูปประกาศขายสินค้าประเภทสินค้าแบรนด์เนมมือสอง ในเพจเฟซบุ๊กชื่อ "Celebrity Brandname กระเป๋าแบรนด์เนมแท้มือ 2 ของแท้100% รับซื้อ ฝากขาย จำนำ" ให้บุคคลทั่วไปที่สนใจได้สั่งซื้อสินค้า ต่อมามีผู้ซื้อสินค้าจำนวนหลายรายได้โอนเงินซื้อสินค้าและไม่ได้รับสินค้า อันมีลักษณะที่มีพฤติการณ์เป็นการหลอกหรือจูงใจให้บุคคลทั่วไปที่ใช้วิธีการชื้อของผ่านระบบอินเทอร์เน็ตสื่อโซเชียล หลงเชื่อ และโอนเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ผู้ต้องหาเสนอขายสินค้าประเภทมือสอง และเมื่อผู้ต้องหาได้รับโอนเงินแล้ว ไม่ดำเนินการส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ ทำให้ผู้ซื้อได้รับความเสียหายอันมีลักษณะการกระทำผิดต่อเนื่องหลายครั้ง มีผู้เสียหาย 11 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,794,500 บาท นอกจากนี้ยังเหลือผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าแจ้งความ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอฝากถึงพี่น้องประชาชน ที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกขายสินค้าแบรนด์เนม สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่สายด่วนหมายเลข 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง และสายตรง 081-8663000 เวลาราชการ.