ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ชง สอช.สอบจรรยาบรรณ และเอาผิด ครูวัย 39 ลวงเด็กสาว 15 ปีเข้าม่านรูด ตรวจพบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหมดอายุมาหลายเดือน ถือว่าพ้นสภาพ ส่วนคดีอาญาประกันตัวออกมาสู้คดีแล้ว

มีความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังเข้าจับกุมครูวัย 39 ปี คนหนึ่ง คาโรงแรมม่านรูดขณะอยู่กับนักเรียนหญิงอายุ 15 ปี สองต่อสองเมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.พ. ก่อนคุมตัวดำเนินคดี ในข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย

ล่าสุด วันที่ 15 ก.พ.64 นางยุพิน บัวคอม ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนต้นสังกัดซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนใน จ.เชียงใหม่ ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมาที่ศึกษาธิการจังหวัดแล้ว โดยระบุว่าทางโรงเรียนได้รับรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของครูมาก่อนหน้า และได้เรียกมาตักเตือนครั้งหนึ่งแล้ว โดยอยู่ในช่วงสังเกตพฤติกรรม จนกระทั่งถูกตำรวจเข้าจับกุม

...

ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า ครูคนดังกล่าวได้ยื่นหนังสือขอลาออกกับทางโรงเรียนก่อนหน้านี้ และขอให้มีผลในเดือนเม.ย.64 ที่จะถึงนี้ แต่หลังจากถูกจับกุมก็ถือว่าพ้นสภาพครูในทันที จากการตรวจสอบยังพบด้วยว่าครูคนดังกล่าวใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหมดอายุไปก่อนหน้านี้หลายเดือน และอยู่ระหว่างการยื่นขอต่อใบอนุญาต แต่ในข้อเท็จจริงก็ถือว่ามีการสอนโดยที่ไม่มีใบอนุญาต ถือว่ามีความผิดทั้งตัวผู้สอนและโรงเรียนต้นสังกัด โดยข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้ได้รายงานไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน หรือ สอช. แล้ว หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจรรยาบรรณ ทั้งนี้ หากพบมีความผิดจริงจะมีบทลงโทษสูงสุดคือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตลอดชีวิต

ส่วนตัวเด็กนักเรียนคนดังกล่าว ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองเด็กตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากจะเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก แต่เบื้องต้นผู้ปกครองจะเป็นผู้ดูแลเด็กด้วยตัวเอง และอาจเปลี่ยนวิธีมาเรียนออนไลน์แทน เพื่อลดความกดดัน รวมทั้งเพื่อความสบายใจของเด็ก ในส่วนของการดำเนินคดีอาญาอยู่ในส่วนของพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เจ้าของพื้นที่ ล่าสุดทราบได้ประกันตัวออกไปสู้คดี.