- “บิ๊กหลวง” พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ผู้ธำรงวินัยตัวเอง
- ทำได้แต่ไม่ทำ ที่มาคำสั่งเด้ง ผกก.สภ.ภูเขียว พ้นโรงพัก ไร้ซึ่งระเบียบวินัย และแผนเผชิญเหตุ
- หน้าที่ของตำรวจคืออะไร เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เมื่อ “บิ๊กหลวง” พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ลงนามคำสั่ง ตำรวจภูธรภาค 3 ที่ 206/2564 ลงวันที่ 1 ก.พ.2564 ให้ว่าที่ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผกก.สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หลังปล่อยให้กลุ่มราษฎรแขวนป้าย “ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์” หน้าโรงพัก พร้อมกับตัดสินใจโกนหัวตัวเองเพื่อธำรงวินัย กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันในวงการสีกากีที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียล
...
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 41 (นรต.41) ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ลูกอีสานโดยแท้ ประวัติชีวิตราชการที่ผ่านมา ติดยศ ร.ต.ต. แรกเริ่มเป็นตำรวจป่าไม้ รับผิดชอบทางภาคเหนือ จากนั้นก็ผ่านงานมาทุกภาค รวมถึงกองปราบปราม ทางหลวง เรื่อยมาจนเป็น ผบก.สปพ. (191) และ รอง ผบช.น.ได้รับฉายา “หลวงตามสั่ง” เนื่องจากคลี่คลายงานตามที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี กระทั่งรับไม้ต่อจาก “บิ๊กพูล” พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ นรต.35 นั่งเก้าอี้ “ผบช.ภ.3” ดูแลพื้นที่อีสานใต้ ทั้งหมด 8 จังหวัด มีชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ มีตำรวจภายใต้กำกับดูแล ประมาณ 22,000 นาย
ประวัติการรับราชการที่สำคัญ
ปี 2537 นว.ผบช.ก.
ปี 2539 สว.งาน 2 กก.สส.ภ.3
ปี 2541 สว.ส.ทล.4 กก.1 ทล. (ปากช่อง)
ปี 2543 สว.ส.ทล.1 กก.1 ทล. (พระอินทร์)
ปี 2545 สว.ส.ทล.4 กก.4 ทล. (ชุมแพ)
ปี 2546 นว.(สบ 3) ผช.ผบ.ตร.
ปี 2547 รอง ผกก.4 บก.ป.
ปี 2548 รอง ผกก.1 บก.ป.
ปี 2548 นว.(สบ 4) รอง ผบ.ตร.
ปี 2551 ผกก.5 บก.ทล.
ปี 2551 ผกก.1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. (191)
ปี 2553 รอง ผบก.สปพ.
ปี 2557 ผบก.สปพ.
ปี 2559 รอง ผบช.น.
ปี 2562 จตร. (สบ 8)
ปี 2563 - ปัจจุบัน ผบช.ภ.3
“บิ๊กหลวง” ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ ถึงกรณีกลุ่มราษฎร นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” จัดกิจกรรมที่บริเวณข้างรั้วโรงเรียนภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และกลุ่มนักเรียนภูเขียว อ้างว่าถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ไม่ให้เข้าร่วมค่ายราษฎรออนทัวร์ ครั้งที่ 2 จึงเคลื่อนขบวนไปที่ สภ.ภูเขียว เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจหยุดคุกคามนักเรียน นักกิจกรรมทางการเมือง และกลุ่มราษฎร ก่อนปักหลักชุมนุมกางเต็นท์เล่นแสดงดนตรีที่บริเวณหน้า สภ.ภูเขียว พร้อมแขวนป้ายผ้าขนาดใหญ่ ระบุข้อความ “ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์” ด้านหน้าโรงพักปิดทับป้ายชื่อสถานีตำรวจภูธรอำเภอภูเขียว เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ผมได้มีคำสั่งย้าย ผกก.สภ.ภูเขียว เนื่องจาก ผกก. ไร้จิตสำนึกความเป็นตำรวจ ไร้ซึ่งระเบียบวินัย และไร้ซึ่งแผนเผชิญเหตุ เพราะตำรวจต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด ซึ่งขณะเกิดเหตุ ผกก.ไม่ยอมรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงถึงการปล่อยปละละเลย และหย่อนยาน
...
“ประเด็นคือ เราเป็นหัวหน้าโรงพัก ผกก.เนี่ยตามคำสั่ง ตร. หรือผมเองก็ย้ำในที่ประชุมมาตลอด ว่าเราต้องมีแผนเผชิญเหตุ รู้ว่าเด็กจะมาตั้งเต็นท์ ตั้งเวที ก็ปล่อยให้เข้ามาไม่ได้ ส่วนที่อ้างว่าจะถูกคุกคามยังไงก็ต้องให้ส่งตัวแทนเข้ามา ผมก็ยอมรับว่าทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ ท่าน ผกก. ที่ไม่เข้าใจคือ ไม่เข้าใจว่าทำไมปล่อยให้เด็กเข้าไป ทำไมคุณไม่ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ ส่วนที่เข้าใจคือ เมื่อเด็กเข้าไปจัดกิจกรรมแล้ว เราจะไปใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการจับกุมก็เกรงว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งกัน ผมเชื่อว่าเด็กพวกนี้เขามีความรู้ เด็กเขาไปแค่ 30 คน แค่เราปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ เอาแผงเหล็กมากั้น เอาตำรวจมา เอาไมโครโฟนมาพูดกับเขาดีๆ เด็กเขาก็เข้าใจ”
เมื่อถามถึงประเด็นการโกนหัว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ บอกว่า เมื่อผมสั่งอะไรไปแล้ว แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาไร้ซึ่งระเบียบวินัย นั่นก็คือความรับผิดชอบของผม ความรับผิดชอบของตำรวจทหารก็คือ ธำรงวินัย ก็คือ โกนหัว เพื่อให้เห็นว่า 1. ผมรับผิดชอบ 2. เพื่อจะบอกกับ ผกก.ทุกโรงพักในสังกัดว่า ต่อไปถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกก็ต้องปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ ต้องมีการประเมินสถานการณ์ เด็กมากี่คน ถ้ามาเป็นร้อยคนก็ต้องเรียกกองร้อยควบคุมฝูงชนมาช่วย มีการพูดเจรจา เนื่องจาก จ.ชัยภูมิ ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมแพร่ระบาดโรคติดต่อร้ายแรงด้วย มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ รวมสะสม 9 ราย มีการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ
...
“การโกนหัวธำรงวินัย หลักๆ เลยคือ ผมต้องการลงโทษตัวเองเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจภูธรภาค 3 เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมได้พูดมาแล้วหลายครั้งว่า ขอให้มีแผนเผชิญเหตุ ทำไมเราไม่สถาปนาพื้นที่ ระงับยับยั้งตั้งแต่ตอนแรก ทำได้ ไม่ใช่ทำได้แต่ไม่ทำ เมื่อสั่งไปแล้วไม่ทำ ผมก็ต้องแสดงให้เห็นว่าผมรับผิดชอบ”
เมื่อถามว่า ในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ขึ้นอีก จะมีการธำรงวินัยอีกหรือไม่อย่างไร พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ บอกว่า ก็คงจะต้องลงโทษผู้การฯ มาประจำ ศปก. แต่ต้องดูเรื่องข้อเท็จจริงเป็นหลัก ต้องแสดงให้เห็นว่า เราทำเต็มที่แล้ว ไม่ใช่หย่อนยาน พ.ร.บ.ตำรวจ 2547 อำนาจหน้าที่ คือรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ฯ
...
“เราเป็นข้าราชการตำรวจ หน้าที่ของตำรวจข้อแรกเลยคือ เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เมื่อมีการนำป้ายดังกล่าวมาแขวนไหว้ ก็ต้องมาดูตรงนี้ เราเป็นตำรวจอย่างนี้มันเหมาะสมมั้ย”
สุดท้ายแล้ว อยากฝากถึงน้องๆ นักศึกษา ตำรวจเราเคารพในการชุมนุม เคารพในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่น้องๆ ก็ต้องเคารพกฎหมายที่มันออกมาเกี่ยวข้องด้วย เช่น บางจังหวัดมีเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ก็ควรเคารพด้วย
ส่วนเรื่องที่อยากจะฝากถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ในสถานการณ์เช่นนี้ ตำรวจซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ควรที่จะต้องมีแผนเผชิญเหตุในการปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการชุมนุมก็ดี เพื่อจะป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงกระทบกระทั่งกัน ก็ขอให้ตำรวจเข้มแข็ง แข็งขัน มีความเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ.
เรื่อง : gravity_ki
กราฟฟิก : Theerapong.c