ไลฟ์สไตล์
100 year

บุกจับที่พักร้านอาหารในภูเก็ต โกงเราเที่ยวด้วยกันทำรัฐสูญเงินกว่า 20 ล้าน

ไทยรัฐออนไลน์
27 ม.ค. 2564 16:47 น.
SHARE

กองปราบปราม และตำรวจท่องเที่ยวบุกจับเจ้าของโรงแรม-ร้านอาหารในภูเก็ต ที่มีพฤติกรรมทุจริตในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ได้ผู้ต้องหารวม 11 ราย หลังทำรัฐสูญเงินกว่า 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ทท.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป.นำกำลังตำรวจกองปราบปรามพร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ เพื่อเปิดปฏิบัติการจู่โจมจับกุมผู้กระทำความผิด กรณีโกงเงินโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ต่างๆ ในส่วนของ จ.ภูเก็ตและกระบี่หลังดำเนินการตรวจสอบโรงแรมที่พัก ร้านอาหารที่เข้าข่ายทุจริตฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ซึ่งเป็นโครงการที่ภาครัฐที่จัดทำขึ้นมา เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงไวรัสโควิด-19

ข่าวแนะนำ

จากการสืบสวนพบว่าผู้ประกอบการเหล่านี้ มีการกระทำผิดโดยการอาศัยช่องว่างทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการฉ้อโกง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นและหมายจับผู้กระทำผิดในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ” จนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการดังกล่าว

สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นโรงแรมในพื้นที่หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ และเครือข่ายรวม 14 ราย ประกอบด้วย เจ้าของโรงแรม 3 ราย เจ้าของร้านค้า 2 ราย คนกลางผู้รวบรวมสิทธิ์ 5 ราย ผู้รับจ้างบันทึกข้อมูลจองโรงแรมจำนวน 4 ราย และมีประชาชนที่ร่วมทุจริต 800 ราย ผลการค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 ราย โดยพฤติกรรมการทุจริตแตกต่างกันออกไป โดยโรงแรมจะร่วมมือกับผู้จัดการบริษัททัวร์ มีการเชิญชวนว่าหากประชาชนจองห้องพักเต็มสิทธิ์ จะให้เข้าร่วมกิจกรรมทัวร์เป็นจำนวน 3 วัน 2 คืน โดยไม่มีการพักโรงแรมจริง

นอกจากนี้ผู้จัดการทัวร์ยังให้ประชาชนชำระค่าบริการในการทำกิจกรรม โดยให้สแกนคูปองที่ได้รับหลังจากการเช็กอินห้องพักมาสแกนใช้จ่ายกับร้านอาหารที่ตนเองควบคุมไว้ อย่างไรก็ดีสำหรับในส่วนของพื้นที่ จ.ภูเก็ตพบว่า รัฐเสียหายจากพฤติกรรมดังกล่าว ในส่วนของโรงแรมจำนวน 18 ล้านบาท และร้านค้าที่ร่วมกระทำผิดจำนวน 2 ร้านราว 3.9 ล้านบาท

สำหรับการกระทำความผิดในการโกงเงินโครงการดังกล่าว ผู้ต้องหามีการกระทำเป็นขบวนการ โดยจะมีผู้มีสิทธิ์ตามหาซื้อสิทธิ์ในโครงการ โดยให้ค่าตอบแทนรายละ 400-500 บาท เมื่อประชาชนขายสิทธิ์ให้แล้ว ผู้ซื้อสิทธิ์จะให้เจ้าของสิทธิ์ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก่อน หลังจากนั้นผู้ซื้อสิทธิ์จะนำเอาโทรศัพท์ของเจ้าของสิทธิ์ไปดำเนินการจองโรงแรมและใช้คูปอง หรืออีกวิธีหนึ่งคือ จะนำเอาข้อมูลบัตรประชาชนและซิมการ์ดที่ลงทะเบียนแล้วไปขายต่อให้กับผู้สวมสิทธิ์ โดยจะขายให้ผู้สวมสิทธิ์ในราคา 800-1,000 บาท เมื่อผู้สวมสิทธิ์ได้รับสิทธิ์จากโครงการดังกล่าว แล้วจะจ้างให้ผู้ร่วมขบวนการกรอกข้อมูล เพื่อจองที่พักกับทางโรงแรม โดยจะมีกลุ่มที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารอีกกลุ่ม ที่คอยทำธุรกรรมทางการเงินแทนเจ้าของสิทธิ์

หลังจากผู้สวมสิทธิ์เช็กอินตามห้องพักที่จองไว้ ทางผู้สวมสิทธิ์จะนำคูปองที่ได้รับหลังการเช็กอินไปจ่ายกับร้านค้าที่ตนควบคุมได้ ส่วนที่จังหวัดกระบี่ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังเข้าตรวจค้นจำนวน 3 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน อย่างไรก็ดีหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางไปยังกองปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เราเที่ยวด้วยกันโกงเราเที่ยวด้วยกันฉ้อโกงประชาชนพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จองที่พักเราเที่ยวด้วยกันภูเก็ตกองปราบปรามตำรวจท่องเที่ยวข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 08:45 น.