อธิบดีอัยการภาค 9 แจงกรณีโมเดลลิ่งลวงอนาจารเด็กสาวนับสิบราย หลัง บุ๋ม ปนัดดา ยื่นร้องเรียนได้ติดตามจนพบผู้เสียหายและพาแจ้งความ จนถูกออกหมายจับ วอนผู้ที่เคยถูกละเมิดมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.64 ที่ห้องประชุมชั้น 7 สำนักงานอัยการภาค 9 ถ.แหลมสนอ่อน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา อธิบดีอัยการภาค 9 นายโสภณ ทิพย์บำรุง อธิบดีอัยการภาค 9 ได้แถลงถึงตามที่ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้ร้องขอให้ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต่อนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการสูงสุด รักษาการในตำแหน่งรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 ต่อมาจึงได้มีหนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ลงวันที่ 14 มกราคม 64 เรื่อง ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แจ้งขอความช่วยเหลือเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถึงอธิบดีอัยการภาค 9 เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีมีเด็กผู้หญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายราย โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายจำนวนหนึ่งซึ่งอธิบดีอัยการภาค 9 ในฐานะประธานคณะทำงานประจำศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัวภาค 9 ได้มอบหมายให้อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายภาค 9 ดำเนินการ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 64 ศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็กฯ ภาค 9 โดยนางสาวอภิพร จันทพันธ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีปกครองยะลา 1 ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฎหมายภาค 9 นายสุนทร นามแสง นิติกรชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งนิติกรเชี่ยวชาญ และนายทศพร ช่วยภักดี นิติกรชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งนิติกรชำนาญการพิเศษ คณะทำงานประจำศูนย์ดังกล่าว ได้ประชุมหารือร่วมกับท่านโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง ผู้ได้รับข้อมูลการขอความช่วยเหลือจาก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

...

พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นกรณีที่ปรากฏการกระทำความผิดทางเพศต่อเด็กหญิงหลายรายโดยผู้ต้องสงสัยซึ่งยังคงมีโอกาสคลุกคลีกับเด็กหญิงจำนวนมาก โดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพเกี่ยวกับเด็ก เปิดบริษัทดราม่า เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และมีลักษณะเป็นโมเดลลิ่ง (สอนการเต้นการเดินแบบและจัดงานประกวดเด็กในเทศกาลต่างๆ) จึงเป็นกรณีเร่งด่วนที่ต้องสอบข้อเท็จจริง และไม่อาจดำเนินการโดยเปิดเผยอันอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลที่ถูกอ้างอิงตามข้อมูล และภาพถ่ายที่ได้รับมา และเพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิด ตลอดจนวัตถุพยานสำคัญที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือใช้บันทึกข้อมูลอันเป็นหลักฐานการกระทำความผิดอัน ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่อาจถูกทำลาย หรือ ซ่อนเร้นได้โดยง่ายหากผู้ต้องสงสัยได้รับทราบถึงการตรวจสอบ

จึงได้เร่งพิจารณาวางแนวการดำเนินงาน และตรวจสอบข้อมูล จนติดต่อมารดาเด็กผู้เสียหายคนหนึ่งได้ ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้เดินทางมาพบคณะผู้ปฏิบัติงานโดยทันที และได้ยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดของผู้ต้องสงสัย ทั้งมีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย คณะผู้ปฏิบัติงานจึงได้รายงานต่อท่านอธิบดีอัยการภาค 9 ซึ่งท่านได้กรุณาแจ้งประสานงานไปยังตำรวจภูธรภาค 9 และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ โดยให้คณะผู้ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือแก่มารดาเด็กผู้เสียหายในการเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันดังกล่าว

และเนื่องจากจำเป็นต้องสอบคำให้การเด็กผู้เสียหาย ที่เป็นพยานปากสำคัญที่ยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องสงสัย เพื่อดำเนินการขอออกหมายจับและหมายค้นต่อศาล คณะผู้ปฏิบัติงานจึงได้ประสานงานกับพนักงานอัยการและสหวิชาชีพเป็นกรณีเร่งด่วน หลังสอบปากคำผู้เสียหายได้เสร็จสิ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 64 และในวันที่ 18 มกราคม 64 พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเด็กผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย และสอบพยานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนทุกประเด็น 

ต่อมาวันที่ 18 มกราคม 64 ศาลจังหวัดสงขลาได้ออกหมายจับ และหมายค้นตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวน ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวนายพงษ์ศักดิ์ มั่นคงวิวัฒน์ ผู้ต้องหา ได้ในวันที่ 19 ม.ค.64 พร้อมทั้งตรวจพบข้อมูลภาพสื่อลามกอนาจาร และการล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมาก จากเครื่องโทรศัพท์มือถือของนายพงษ์ศักดิ์ มั่นคงวิวัฒน์ ผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ จะได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายพงษ์ศักดิ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำนักงานอัยการภาค 9 จึงขอฝากให้บิดา มารดา และผู้ปกครองที่คิดว่าบุตรหลานของตนอาจถูกล่วงละเมิดทางเพศจากผู้ต้องหารายนี้ โปรดติดต่อผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เพื่อขอดูภาพถ่าย ที่พนักงานสอบสวนยึดไว้เป็นของกลางว่าใช่บุตรหลานของท่านหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำนักงานอัยการภาค 9 โดยท่านอธิบดีนายโสภณ ทิพย์บำรุง จะได้สั่งการให้พนักงานอัยการพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป เมื่อสำนวนการสอบสวนมาถึงพนักงานอัยการแล้ว

...

นอกจากนี้ หากท่านพบเห็นการกระทำความผิดที่เป็นการละเมิดสิทธิ หรือสวัสดิภาพของเด็ก หรือเหตุความรุนแรงต่อเด็กและสตรี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ที่ศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัวภาค 9 โทรศัพท์ 0-7431-1349.