หนุ่มวัย 29 ปี สูญเสียหนัก หลังภรรยาท้องแก่อาเจียนเป็นเลือดหมดสติ ส่ง รพ.ยื้อชีวิตไม่ทัน แพทย์ผ่าท้องรักษาชีวิตลูกแต่ก็ไม่ทัน ทารกแฝดชายหญิงเสียชีวิตตามแม่ เหตุจากเส้นเลือดกับถุงน้ำคร่ำแตก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ม.ค.64 ร.ต.อ.สมเกียรติ กิจประภานันท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ รับแจ้งจากโรงพยาบาลเพชรเกษม 2 ว่ามีคนไข้มารักษาตัวแล้วเสียชีวิตรวม 3 ราย จึงไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภายในห้องฉุกเฉิน พบศพ น.ส.ธัญทิพย์ ใจเติบ อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายต้อนรับของ รพ.เพชรเกษม 2 เสียชีวิต พร้อมกับเด็กชายและเด็กหญิงฝาแฝด อายุครรภ์ 8 เดือน ที่ผ่าคลอดมาออกแล้ว โดยมีญาติๆ กับสามี ยืนร่ำไห้ด้วยความโศกสลด

นายศุภศิลป์ น้อยสง่า อายุ 29 ปี สามี กล่าวว่า ตนยังช็อกกับเหตุการที่เกิดขึ้น โดยภรรยาได้ฝากครรภ์ที่ รพ.ศิริราช หมอระบุว่าได้ลูกแฝดเป็นเพศชายกับหญิง ตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก และมีกำหนดคลอดเดือนก.พ.นี้ ล่าสุดเพิ่งไปหาหมอวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา หมอบอกว่าเด็กแข็งแรงดี และเด็กกลับหัวแล้ว ให้ประคองไว้อีก 4 สัปดาห์ เพื่อรอถึงกำหนดคลอด และมีนัดอีกครั้งวันที่ 3 ก.พ.จึงกลับมาพักผ่อนที่บ้าน กระทั่งเย็นวานนี้ (11 ม.ค.) ภรรยาบอกว่าลูกถีบท้องแรงมาก รู้สึกเจ็บท้อง จึงเดินไปที่อ่างล้างมือ ปรากฏว่าภรรยาอาเจียนเป็นเลือด หายใจไม่ออก

...

เมื่อเห็นดังนั้น ตนจึงรีบแจ้งรถฉุกเฉิน โรงพยาบาลเพชรเกษม 2 ให้มารับ จังหวะนั้นอาการภรรยาเริ่มหนักขึ้น ตนกลัวไม่ทัน จึงพาภรรยานั่งรถเก๋งขับมาโรงพยาบาลเอง ตลอดทางตนพยายามปลุกให้ภรรยาตื่น และหมดสติไประหว่างทาง เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉิน แพทย์พยายามปั๊มหัวใจยื้อจนถึงเวลา 23.30 น. แต่ก็ไม่เป็นผล เสียชีวิตลง แพทย์จึงผ่าคลอดเด็กเพื่อหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่รอดเช่นกัน แพทย์ลงความเห็นถึงสาเหตุการตายเบื้องต้นว่า เส้นเลือดกับถุงน้ำคร่ำแตก ตนไม่ติดใจแพทย์ที่ทำการรักษา แต่แค่สงสัยว่าเหตุใด แพทย์ที่รับฝากครรภ์ของโรงพยาบาลศิริราช ไม่เตือนอะไรเลย เพราะภรรยาตนเป็นคนตัวเล็ก แต่ได้ลูกแฝด ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติ ถ้าเตือนอะไรบ้างก่อนหน้านี้ ตนคงไม่ต้องสูญเสียครั้งใหญ่แบบนี้

ด้าน ร.ต.อ.สมเกียรติ กล่าวว่า แม้สามีจะไม่ติดใจสาเหตุการตาย แต่ก็ต้องส่งศพไปผ่าพิสูจน์ถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช อีกครั้ง.