"ไอ้เอ็ม" หนีหัวซุกหัวซุนโบกรถหนีตำรวจจากในเมืองแพร่ กลับมาซบอกแม่ที่บ้าน แต่ลงจากรถตกใจเห็นคนเยอะรีบวิ่งหลบหนีเข้าป่า อาศัยความชำนาญเส้นทางหลบไปได้ในป่าทึบ จนท.ตรึงกำลังทั่วบริเวณแล้ว
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 พ.ต.อ.บำรุง น่อมเศียร ผก.สภ.สอง จ.แพร่ ร่วมกับ นายกิติพัฒน์ กะวัง นายอำเภอสอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบ ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองอำเภอสอง ออกกระจายกำลังค้นหานาย นายพิพัฒน์ จัดชาวนา หรือ เอ็ม ผู้ต้องหาข่มขืนสาวชาวลาว แล้วหลบหนีจากห้องพักที่อำเภอเมืองแพร่ มาที่บ้านแม่ที่อำเภอสอง ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เบื้องต้นได้เบาะแสว่าไอ้เอ็มนั่งรถโดยสารมาลงหน้าบ้าน พอลงจากรถก็วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป โดยมีผู้ใหญ่บ้านจัดกำลังเฝ้าจนพบเส้นทางที่หลบหนี ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดตามตัว
พ.ต.อ.บำรุง น้อมเศียร ผกก.สภ.สอง จ.แพร่ กล่าวว่า ตอนนี้เราได้จัดกำลังออกติดตามเส้นทางที่คาดการณ์ว่านายเอ็มผู้ต้องหาจะหลบหนีไป เบาะแสสุดท้ายคือมีคนพบเห็นว่านอนอยู่ห้างนาใกล้ป่าช้าโดยเราได้แบ่งกำลังเป็น 3 ชุด กระจายเดินเท้าค้นหา มั่นใจว่าคนร้ายอยู่ในพื้นที่แน่นอน แต่เนื่องจากเป็นป่าทึบค่อนข้างยากต่อการค้นหา เป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจผู้ต้องหา เพราะต้องหลบหนีขนาดนี้อาจก่อเหตุไม่คาดคิด แต่เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหามีความชำนาญเส้นทางในการหลบหนีจึงทำให้ยากต่อการติดตาม
...
นางเทียน (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี แม่ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนนั้นอยู่กับลูกชาย เขาก็ไปทำงาน ที่เขาไปก่อเหตุนั้นตนไม่ทราบเรื่อง เพราะยังไม่เจอลูกชายเลย มีคนมาบอกว่าลูกชายเหมารถโดยสารมาลงที่บ้าน ไม่มีเงินจ่าย คนขับรถโดยสารก็รอเอาเงินค่ารถสามร้อย แต่ตนไม่มีเงินมีแค่ร้อยเดียวเลยให้ไป แต่ไม่เจอลูกชาย ตอนรถโดยสารมาจอดนั้นตั้งแต่ประมาณ 10 โมง ตั้งแต่เขาไปทำงานก็ไม่ได้กลับบ้านมาเลย ลูกชายนั้นเป็นคนดี นิสัยร่าเริง เขาไม่มีโทรศัพท์ เขายืมโทรศัพท์คนอื่นโทรมาหาแม่ครั้งหนึ่ง เขาโทรมาว่าผมจะกลับบ้าน เราก็บอกกลับมาเลย แล้วมาเอาค่ารถที่นี่ เราก็จ่ายไป 60 บาท ก่อนที่จะไปทำงานที่โรงงานน้ำดื่มนั้น ก็อยู่ที่บ้านตัดไม้ รับจ้างทั่วไป ภรรยาเขาก็เพิ่งติดคุก ตัวเขานั้นออกจากคุกมาประมาณปีกว่า ออกมาก็ไปอยู่ที่บ้านข่วงชมพู ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกัน อยู่กับเมีย
แม่ผู้ต้องหา กล่าวอีกว่า อยากจะบอกลูกว่าอยากให้ลูกเป็นคนดี ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะสอนให้ลูกเป็นคนดี อย่าไปทำร้ายใคร เค้าก็ไม่ฟังแม่เลย ตอนนี้อยากให้มอบตัว บนบานศาลกล่าวขอให้เขาเข้ามอบตัว เรื่องร้ายจะได้กลายเป็นเบา เขาก็ไม่ยอมเค้าบอกจะสู้ตาย เขาพูดหลายวันแล้วก่อนจะไปทำงาน ก็ยังบอกลูกอยู่ว่าให้ตนกราบลูกไหม ถ้าแม่กราบลูกลูกก็อายุสั้น แม่ก็ไม่ทำ แม่ก็ขอให้ลูกเป็นคนดี จากนั้นจึงได้นำด้ายผูกข้อมือ ให้อยู่ดีมีสุขปีใหม่นี้ อยากให้เขามอบตัวดีกว่าโดนวิสามัญ แบบนั้นแม่ทำใจไม่ได้
นายแสงเวียน คำเขิน ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 นาไร่เดียว ต.เตาปูน กล่าวว่า พฤติกรรมของนายเอ็ม เป็นคนลักขโมยตั้งแต่เด็กและติดยา ก่อนหน้านี้ลักขโมยข้าวเปลือก ขึ้นบ้านผู้หญิง ขโมยรถของญาติหน้าบ้านที่หมู่บ้าน 3-4 คดี ล่าสุดก็มีเรื่องทุบหัว คนบ้านช่วงชมพู ไม่คาดคิดว่าจะมีความรุนแรงขนาดนี้ ตอนนี้ก็ได้ประกาศเตือนชาวบ้านให้ระมัดระวังตัวอย่าเสียบกุญแจรถไว้ และหากใครพบเจอก็ขอให้แจ้งเบาะแส สำหรับเมื่อเช้าตนเองพร้อมกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเข้าไปสอบถามแม่เขาที่บ้านตั้งแต่ 7 โมงเช้าว่านายเอ็มมาบ้านไหม แต่บอกไม่มา ซึ่งตอนนี้กำลังเหมารถโดยสารมา และให้แม่เตรียมจ่ายให้จากนั้นตนจึงให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแอบอยู่หลังบ้าน สักพักก็มาจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมา แล้วคนร้ายก็วิ่งหนีออกหน้าบ้าน.