สตม. บุกรวบ "โรฮีนจา" ซุกบ้านเช่าย่านดอนเมือง 19 คน ติดโควิด 7 ราย

ข่าว

    สตม. บุกรวบ "โรฮีนจา" ซุกบ้านเช่าย่านดอนเมือง 19 คน ติดโควิด 7 ราย

    ไทยรัฐออนไลน์

    7 ม.ค. 2564 15:37 น.

    สตม.โชว์ผลงานจับแก๊งต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทำเป็นขบวนการ ก่อนนำมาแอบพักอาศัยในบ้านเช่าย่านดอนเมือง ตรวจสอบ 19 คน พบติดโควิด 7 คน

    เมื่อวันที่ 7 ม.ค.64 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

    พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.สส.สตม. ร่วมกันแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีบ้านในชุมชนแห่งหนึ่งมีคนต่างด้าวมาพักอาศัยในชุมชน จึงได้จัดกำลังไปตรวจสอบ เมื่อถึงชุมชนได้มาพบกับประธานชุมชน ชื่อนายนัทธี และนำเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านริมคลองมีประตูเหล็กปิดอยู่โดยการใช้โซ่คล้องแล้วล็อกด้วยแม่กุญแจไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานกับผู้ให้เช่าบ้านและแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกรณีคนต่างด้าวดังกล่าวให้ทราบ ผู้ให้เช่าบ้านจึงยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้าน ประธานชุมชนได้ให้เจ้าหน้าที่ของชุมชนทำการตัดโซ่ที่คล้องประตูเหล็กไว้ เมื่อเข้าไปภายในพบบ้านไม้ มีลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น พบบุคคลต่างด้าวนั่งรวมกันอยู่บริเวณ ชั้น 2 จำนวน 15 คน และหลบอยู่ในห้องน้ำอีกจำนวน 3 คน รวมจำนวน 18 คน เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้ไปรวมกันที่บริเวณชั้น 1 ของบ้าน พร้อมขอตรวจสอบเอกสาร (หนังสือเดินทาง) บุคคลต่างด้าวทั้ง 18 คน ซึ่งไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้

    ผู้ให้เช่าบ้านได้แจ้งเบาะแสเพิ่มเติมว่า ผู้เช่าบ้าน 2 ชั้น หลังดังกล่าว ชื่อนางระมัย และได้ซื้อบ้านไว้อีกหลังหนึ่งบริเวณท้ายซอยเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบ้านท้ายซอยดังกล่าวพบ นายฮุสซา อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและไม่สามารถแสดงให้ดูได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสาน สน.ดอนเมือง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และล่ามภาษาโรฮีนจา เพื่อให้ร่วมตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในบ้านดังกล่าว พร้อมขอใช้พื้นที่บริเวณ สน.ดอนเมือง เพื่อคัดแยกตรวจโรค โดยมีล่ามภาษาโรฮีนจาให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ จากการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว

    กรณีกลุ่มแรก จำนวน 5 คน ให้การเบื้องต้นว่า ได้เดินทางออกจาก อ.แม่สอด จ.ตาก โดยรถยนต์เก๋งไม่ทราบสีและไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จนเดินทางมาถึงดอนเมืองกรุงเทพฯ โดยลงรถบริเวณลานปูนเยื้องทางข้ามสะพานเข้าไปที่พัก แล้วเข้าไปที่พัก โดยที่พักมีหญิงไทยชื่อนางระมัย กับนายบาบู เป็นผู้เช่าบ้านพัก โดยอาศัยอยู่ในห้องเป็นเวลา 10 วัน

    กรณีกลุ่มที่สอง จำนวน 13 คน ให้การเบื้องต้นรับว่า เดินทางออกจากรัฐยะไข่ ประเทศพม่า มาที่เมืองย่างกุ้ง ทางเรือ จากย่างกุ้ง ใช้เส้นทางผ่านเมืองเมาะลำไย โดยรถ ค้าง 1 คืน แล้วจากเมาะลำไย มาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยรถ ผ่านช่องทางธรรมชาติ และนอนพักบ้านไม้ชั้นเดียว 1 คืน จากนั้นเดินทางออกจาก อ.แม่สอด และได้เดินทางมาถึง กทม. ช่วงประมาณ 5 ทุ่มของวันถัดมา และพักภายในบ้านหลังเกิดเหตุ

    กรณีที่สาม นายฮุสซา ให้การเบื้องต้นว่า ได้เข้ามาประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จากนั้นขึ้นรถทัวร์ โดยมีคนไทยไม่ทราบชื่อเพศชายซื้อตั๋วและนั่งรถมาด้วย มาลงที่สถานีขนส่งกรุงเทพฯ สายใต้ใหม่ จากนั้นมีการติดต่อกับหญิงไทยชื่อนางระมัย และเดินทางมาถึงดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยนั่งรถแท็กซี่ และได้อาศัยอยู่ในบ้าน แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง เป็นเวลา 10 วัน

    เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวคนต่างด้าวทั้งหมดไปที่ สน.ดอนเมือง ส่งพนักงานสอบสวน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ทำการซักถามข้อมูลเพิ่มเติม จากการสอบถามผู้ถูกจับกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง และนายฮุสซา รวม 19 คน ให้การสอดคล้องตรงกันว่า ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยการช่วยเหลือของนางระมัย และนายบาบู สัญชาติเมียนมา แต่กลุ่มผู้ถูกจับไม่ได้ต้องการมาทำงานในประเทศไทย ต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการตรวจสารคัดหลั่งของผู้ถูกจับทั้งหมด เพื่อตรวจสอบเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะทราบผลมีผู้ติดเชื้อจำนวน 7 ราย

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันทำการสืบสวนขยายผล โดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสอบปากคำผู้ถูกจับเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนพนักงานสอบสวนสามารถนำไปยื่นขอศาลอาญาออกหมายจับนางระมัย และนายบาบู สัญชาติเมียนมาได้ ในข้อหา "ร่วมกันให้คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" และเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลต่อจนถึงขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศต่อไป

    สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      "แพท ณปภา" ประกาศติดโควิด-19 "น้องเรซซิ่ง" ไม่ติด
      02:44

      "แพท ณปภา" ประกาศติดโควิด-19 "น้องเรซซิ่ง" ไม่ติด

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดวันนี้โควิด 19 ล่าสุดสตม.โรฮีนจาดอนเมืองข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 17:34 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์