"สันธนะ" ควง "เสี่ยโป้" แจงประเด็นเงินบริจาค 2 ล้านซื้อเสื้อสีชมพู โชว์เอกสารหลักฐานจากศิริราช แฉ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในโครงการ เตรียมแจ้งกองปราบเอาผิดในข้อหาฉ้อโกง-พ.ร.บ.คอมฯ
จากกรณี นายสันธนะ หรือ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ (ถูกถอดยศเมื่อวันที่ 24 ต.ค.61) อดีตรอง ผกก.ตำรวจสันติบาล ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ให้สอบสวนพฤติกรรมการเรียกรับเงินบริจาคของ นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงชื่อดัง เกี่ยวกับเรื่องการบริจาคเงินซื้อเสื้อสีชมพูของโรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่นายบิณฑ์จะออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้เรียกรับเงินจาก นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ เพื่อเข้าบัญชีตัวเอง แต่เป็นความสมัครใจของเสี่ยโป้ที่บริจาคเงินเข้าบัญชีของโรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำเสื้อสีชมพูมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป ไม่เข้าใจว่านายสันธนะมาร้องเรียนให้ตรวจสอบให้เสียหายทำไม เพราะทำงานช่วยเหลือสังคมมาตลอด ในขณะที่เสี่ยโป้ ออกโรงมาชี้แจงว่า รับปากว่าจะบริจาคเงินจริง แต่ติดเรื่องคดีความ ทำให้ไม่สามารถนำเงินจากต่างประเทศโอนเข้ามาร่วมบริจาคได้ พยายามหยิบยืมเงินจากผู้ใหญ่ที่รู้จักแล้ว แต่สุดท้ายหาเงินไม่ทัน กระทั่งนายสันธนะไปร้องเรียนดังกล่าว ไม่เข้าใจว่านายสันธนะนำเรื่องไปร้องเรียนให้เป็นเรื่องใหญ่โตทำไม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2563 ที่สโมสรราชพฤกษ์ ห้อง เมธา 1 ชั้น 2 อาคารสปอร์ตคลับเฮ้าส์ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต รอง ผกก.ตำรวจสันติบาล พร้อม นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ ร่วมกันแถลงข่าวพร้อมนำเอกสารหลักฐานมาประกอบการแถลงข่าว โดยก่อนการแถลงข่าว นายสันธนะ ได้ต่อสายโทรศัพท์ถึง นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เพื่อสอบถามว่าจะมาร่วมแถลงข่าวด้วยหรือไม่ แต่ นายบิณฑ์ ไม่รับสาย
...
จากนั้น นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ กล่าวถึงความเป็นมาว่า เรื่องราวเกิดจากตนไปเจอพี่บิณฑ์ ในงานๆ หนึ่ง ตนบอกพี่บิณฑ์ ว่าจะให้เงิน 20 ล้าน เพื่อให้เขาพาคนที่อยากร่วมรับเสด็จฯ มาให้เยอะที่สุด ใครไม่มีเงิน ไม่มีค่ารถ ให้มาเอาเงินที่ตน เพราะอยากให้คนได้มาร่วมงาน แต่เหตุการณ์ผ่านไปกว่าครึ่งเดือน พี่บิณฑ์ โทรมาอยากนัดเจอ เพื่อคุยเรื่องเสื้อสีชมพู และเจอกันที่ซีคอน บางแค เขาบอกว่าขอเงินบริจาค 10 ล้าน เพื่อนำไปซื้อเสื้อชมพู ตนตกลง และถามสาเหตุว่าทำไมไม่ใส่เสื้อเหลือง เขาบอกเสื้อเหลืองเป็นเรื่องการเมือง สื่อถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พี่บิณฑ์เขาบอกว่า “ไม่ชอบประยุทธ์” และอยากให้เสื้อชมพู สื่อถึงสัญลักษณ์ของสถาบัน ตนเห็นว่าเรามีอุดมการณ์ตรงกันกับตน และเงิน 10 ล้าน ไม่ได้เยอะมาก
นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ กล่าวว่า ต่อมาตนถูกดำเนินคดีคดีข้อหาพยายามฆ่า จึงแจ้งพี่บิณฑ์ว่า ไม่สามารถออกนอกประเทศไปเซ็นเอกสารทำธุรกรรมได้ การเงินขัดข้อง จึงโทรไปยืมเงิน ซ้อคนหนึ่ง 10 ล้านบาท ซ้อถามสาเหตุว่าทำไมจึงยืม เอาไปทำบุญกับใคร ซ้อมีให้ 2 ล้าน ตนจึงโทรกลับไปหาพี่บิณฑ์ ว่าช่วยได้ 2 ล้าน และนัดแนะวันโอนเงินกัน ซึ่งวันที่จะต้องโอนเงิน ตนไปเที่ยว จ.กระบี่ มีเลขาฯ ส่วนตัวรับสายแทน เลขาฯ คุยกับพี่บิณฑ์ทราบว่า หากโอนไม่ตรงเวลาจะเสียเครดิต ตนจึงรีบโทรหาซ้อให้รีบโอนเงินมาให้ ก่อนซ้อบอกให้โทรไปหารองฯ ต่อ (นายสันธนะ) รองฯต่อทักท้วงว่า ทำบุญแบบนี้ได้ตรวจสอบหรือยัง จากนั้นรองต่อได้ขอเบอร์พี่บิณฑ์ไปคุยกันเอง หลังจากนั้นไม่ได้พูดคุยกับทั้งพี่บิณฑ์และรองฯต่ออีก
เสี่ยโป้ กล่าวอีกว่า ตนเคยโอนเงินให้เขา 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมด้วย หวังในใจลึกๆ ว่าเขาจะไม่มีพฤติการณ์แอบอ้าง ตนมีอุดมการณ์ ทำบุญด้วยใจ ไม่เคยได้ผลประโยชน์จากการบริจาค และไม่เคยทำธุรกิจในประเทศไทย ถึงจะเป็นนักพนันแต่ไปเล่นต่างประเทศ ซึ่งมันถูกกฎหมาย และเอาเงินมาบริจาค ฝากบอกพี่บิณฑ์ ว่า หากไม่ผิด ก็ให้ตรวจสอบ
ด้าน นายสันธนะ กล่าวว่า ตนได้เบอร์นายบิณฑ์มา เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พยายามโทรไป 3 สาย แต่ไม่มีใครรับสาย ต่อมา 25 พฤศจิกายน เป็นวันที่นัดโอนเงิน 2 ล้านบาท นายบิณฑ์ โทรกลับมา ได้ซักถามถึงที่มาที่ไป ว่าจะเอาเงินจำนวนนี้ไปทำอะไร ทางนายบิณฑ์ บอกว่าให้โอนเงินให้เขา 2 ล้านบาท สมทบทุน รพ.ศิริราช เมื่อตนฟังว่าเขาให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัว จึงถามว่าทำไมต้องผ่านบัญชีเขา แต่เขาตอบไม่ได้ ตนจึงขอกลับมาตรวจสอบก่อน และยังไม่มีการโอนเงินให้ พร้อมยังติงว่าการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว อาจจะเป็นข้อครหาได้ เขาบอกว่าเสี่ยโป้ รับปากกับผู้ใหญ่ไว้ จะต้องโอนเงินมา “คำพูดเป็นเชิงให้ตนเข้าใจว่าเหมือนเสี่ยโป้ ติดหนี้เขา พร้อมยืนยันว่าหากเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิ รพ.ศิริราช ทันที ตนจะไม่ติดใจแบบนี้”
...
นายสันธนะ กล่าวว่า ต่อมา 3 ธันวาคม ทำหนังสือไปที่ รพ.ศิริราช ว่ามีโครงการจัดทำเสื้อชมพู พร้อมตราสัญลักษณ์ หรือไม่ ทาง รพ.แจ้งมาว่า มีนายแพทย์บุญ วนาสิน เป็นประธานดำเนินโครงการ จึงมีหนังสือไปสอบถามนายแพทย์บุญ วนาสิน ท่านมีหนังสือตอบกลับมา มีใจความโครงการดังกล่าวเป็นโครงการบริจาคเงินสมทบทุนอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โดยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยลัยมหิดล เป็นผู้เสนอโครงการ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 31 ธันวาคม 2563 และการบริจาคต้องโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีศิริราชมูลนิธิ ธนาคารกรุงเทพ และในส่วนของนายบิณฑ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการโครงการนี้
นายสันธนะ กล่าวว่า ต่อมานายบิณฑ์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก อ้างว่าเป็นคนกลางประสานให้เสี่ยโป้คุยกับนายนิรันดร และสั่งเสื้อไว้ 3 แสนตัว ทั้งๆ ที่นายแพทย์บุญ แจ้งว่ามีการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ รพ.ศิริราช ไปก่อน 12 ล้านบาท และเบิกเสื้อมา 2.4 แสนตัว อยากถามว่านายบิณฑ์ ไปเอาเสื้อมาจากไหน ตกลงไปจ้างสำเพ็งทำมาค้ากำไรหรือไม่ ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าเสี่ยโป้เป็น "นักบุญ ทุนพนัน" แต่นายบิณฑ์เป็น "นักบุญ ทุนชาวบ้าน" เพราะฉะนั้นจึงต้องตรวจสอบในชัดเจน
...
“ตนจะรอฟังนายบิณฑ์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กภายในคืนนี้ หากเขาไม่ชี้แจ้ง วันพรุ่งนี้ที่ (14 ธันวาคม) เวลา 10.30 น. ตนพร้อมเสี่ยโป้จะไปที่กองปราบปราม (บก.ป.) แจ้งความดำเนินคดีกับนายบิณฑ์ ในข้อหาฉ้อโกง และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนถึงที่มาที่ไปการรับบริจาค”