ตำรวจนครพนม เตรียมขอศาลออกหมายจับ นายทุนเงินกู้โหด สั่งผัวยกพวก รุมกระทืบลูกหนี้ปางตาย ยันหลักฐานเพียงพอ แจ้ง 4 ข้อหาหนัก จ่อสอบโยงฟองเงิน ลั่นหากพบคนมีสี-จนท.เอี่ยว ไม่ละเว้น 

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.63 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ นายสกุล ศรีรักษา อายุ 49 ปี สมาชิก อบต.บ้านคำนกกก ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่คืนวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเข้าแจ้งความไว้ ที่ สภ.บ้านแพง จ.นครพนม โดยตำรวจได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพบหลักฐานยืนยันผู้กระทำผิดเป็น 2 สามีภรรยา ชาว อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ซึ่งมีอาชีพปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย และมีการสืบสวนยืนยันพบตัวผู้กระทำผิดชัดเจน อยู่ระหว่างการสรุปพยานหลักฐานเตรียมเสนอขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับให้เร็วที่สุด มั่นใจมีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด ยืนยันว่าบุคคลที่เป็นสามีเจ้าแม่เงินกู้ ตามที่ผู้เสียหายระบุว่า เป็นคนพกพาอาวุธปืนนำลูกน้องมาทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บนั้น เบื้องต้นตำรวจได้ดำเนินคดีกับสองสามีภรรยาไว้ก่อน ในฐานความผิด 4 ข้อหา คือ "ร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด, ร่วมกันทวงหนี้โดยการข่มขู่การใช้ความรุนแรงหรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ, และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วน" หลังจากนี้จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะมีการสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันทำร้ายอีก 3 ราย  

...

พล.ต.ต.ธนชาติ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามคดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญ ที่กระทำโดยอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด และขอให้เชื่อมั่นตำรวจทำงานตรงไปตรงมา ส่วนผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อนั้น สามารถเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สภ.บ้านแพง หรือที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมโดยตรง ซึ่งทางตำรวจจะดูแลทุกด้าน ทั้งการดำเนินคดีและความปลอดภัย ส่วนกรณีมีผู้เสียหายระบุว่า มีคนมีสีเจ้าหน้าที่บางคนเข้าไปเกี่ยวข้องดูแลนายทุนเงินกู้รายดังกล่าวนั้น จะต้องมีการสอบสวนเชิงลึกอีกครั้ง หากพบความผิดจะดำเนินคดีไม่มีละเว้น สำหรับความผิดข้อหาอื่นๆนั้น ต้องรอดำเนินการตามขั้นตอน หากมีการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่ามีหลักฐานชัดเจน เชื่อมโยงเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน หรือเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีเกี่ยวกับกฎหมายฟอกเงินต่อไป