• LRAD เครื่องมือที่ช่วยสลายการชุมนุมได้เป็นอย่างดี
  • LRAD หวังผลได้ไกลกว่าแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง
  • LRAD เป็นอาวุธสงคราม


สถานการณ์การชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คํ่าคืนวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่ม “ผู้ชุมนุม” และ “เจ้าหน้าที่” มีการพ่นสเปรย์เขียนข้อความขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โจมตี ส.ส. ส.ว.ที่ไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ นำรถ 6 ล้อบรรทุกน้ำ สูบสีน้ำฉีดเข้าไปใน ตร. เป็นเชิงสัญลักษณ์ตอบโต้ที่ถูกฝ่ายตำรวจฉีดน้ำสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา

ขณะที่ภายใน ตร. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเครื่อง Long Range Acoustic Device (LRAD) มาติดตั้งบนรถฉีดน้ำแรงดันสูง (จีโน่) โดยเครื่องดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนชนิดหนึ่งในมาตรฐานสากล

"L-RAD" หรือภาษาไทยหมายถึง เครื่องขยายเสียงระดับไกล (LRAD: Long Range Acoustic Device) ถูกนำมาใช้กับการปราบจลาจล เป็นหนึ่งในมาตรการสากลจากเบาไปหาหนัก ใช้สำหรับการป้องปรามป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเข้ามา เป็นการส่งสัญญาณเตือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยใช้สลายการชุมนุมได้เป็นอย่างดี และไม่มีผู้บาดเจ็บ

โดยเครื่องนี้กำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา จากเหตุการณ์โจมตีเรือ USS Cole ในปี ค.ศ.2000 โดยผู้ก่อการร้ายได้ขับเรือเล็กบรรทุกระเบิดพุ่งชนเรือได้รับความเสียหาย ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจึงได้ให้ทุนวิจัยแก่บริษัทเอกชน พัฒนาอุปกรณ์ป้องกันเหตุการณ์โจมตีในลักษณะต่างๆ จนสามารถพัฒนานวัฒกรรมอาวุธจากคลื่นเสียงแอลแรดขึ้นมาได้สำเร็จ

ทั้งนี้ การทำงานในวัตถุประสงค์ขั้นแรกของตำรวจ จะใช้เตือนผู้ชุมนุมไม่ให้เข้ามาใกล้พื้นที่ต้องห้าม ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้ไม่ต่างจากลำโพงทั่วไป แต่เป็นลำโพงที่ส่งเสียงพูดได้ บันทึกเสียงได้เป็น MP3/WMA ได้ระยะไกล 300 เมตร ถึง 3,000 เมตร กำหนดทิศทางเสียงได้ วิธีการทำงานด้วยการยิงคลื่นเสียงความถี่สูงใส่ฝูงชน ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ได้รับเสียงทนไม่ไหว บางครั้งทำให้หูหนวกชั่วคราวด้วย โดยเครื่องนี้ได้รับการยอมรับว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชนน้อยที่สุด ตำรวจจึงเลือกใช้วิธีนี้ก่อนอันดับแรก

...

คุณสมบัติของเจ้าแอลแรด เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการปราบจลาจล สลายการชุมนุมโดยไม่ทำให้เกิดความรุนแรง หรือมีอาการบาดเจ็บถาวร หรือผลกระทบต่อแก้วหูในระยะยาว โดยสามารถส่งคลื่นเสียงรบกวนพิเศษที่มีความดังถึง 151 เดซิเบลได้ เพื่อใช้ผลักดันกลุ่มคน เช่น ทหารตามแนวชายแดนที่รุกล้ำอธิปไตย และใช้ในภารกิจปราบปรามหรือตรวจค้นได้ ซึ่งหวังผลได้ไกลกว่าแก๊สน้ำตาหรือกระสุนยาง

อีกทั้งสามารถส่งคลื่นเสียงได้ไกลกว่า 3,000 เมตร ด้วยเสียงที่ชัดเจนในทุกระยะ เหมาะสำหรับการแจ้งเตือน การประชาสัมพันธ์กลุ่มคนจำนวนมาก เพื่อแสดงเจตนาที่ชัดเจนในการสื่อสาร และเป็นการเพิ่มระยะความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ จากกลุ่มบุคคลต้องสงสัย และสามารถกำหนดทิศทางเสียงให้เจาะจงไปยังเป้าหมายได้ กำหนดระยะกว้างหรือแคบได้ ใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ ใช้งานควบคู่กับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สปอตไลต์ หรือเครื่องวัดอุณหภูมิ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้

ปัจจุบันประเทศไทยมี 2 เครื่อง อยู่ในการครอบครองของตำรวจ โดยมี 2 ขนาด ขนาดใหญ่ใช้กับเครื่องปั่นไฟ มีระยะส่งคลื่นเสียง 3 กิโลเมตร ราคา 2 ล้านบาท และขนาดเล็ก ใช้สำหรับติดตัว มีระยะส่งคลื่นเสียง 300-500 เมตร ราคา 7 แสนบาท ซึ่งอยู่ในการครอบครองของกองบัญชาการตำรวจนครบาล

สิ่งที่ควรรู้ LRAD เป็นอาวุธสงคราม ซื้อขายได้แบบรัฐต่อรัฐเท่านั้น LRAD ถูกใช้เยอะมากที่อิรัก เพื่อควบคุมฝูงชน และสหประชาชาติรับรองแล้ว LRAD จะยิงคลื่นเสียง การหาวัสดุมาอุดหู ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดหูได้ในระยะหนึ่ง แต่ถ้าอยู่ในแนวคลื่นเสียงพิเศษเป็นเวลานานก็ไม่สามารถทนได้ นอกจากนี้ผู้ที่อุดหูก็จะสูญเสียการได้ยินทั้งหมด ทั้งจากแกนนำเอง และจากพรรคพวกที่อยู่รอบๆ LRAD อาจทำให้บางรายอาจคลื่นไส้ อาเจียน แต่จะหายสนิทเมื่อออกไปพ้นแนวทิศทางของเสียง LRAD จะไม่ส่งผลระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เครื่อง LRAD ถูกใช้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2552 เพื่อสลายการชุมนุมของกลุ่มคนงานที่มาชุมนุมเรียกร้องต่อรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ขอให้แก้ไขปัญหาการถูกเลิกจ้างงาน โดยคนงานที่มาชุมนุมพบว่าผลของเครื่อง LRAD ทำให้เจ็บปวดแก้วหู บางรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และต่อมา เครื่อง LRAD ถูกนำออกมาในพื้นที่สาธารณะอีกครั้ง ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณแยกราชประสงค์ บริเวณใกล้กับแยกราชดำริ เมื่อปี พ.ศ.2553


อ้างอิง: http://www.9engineer.com

https://prachatai.com/journal/2010/04/28788