ผบ.มทบ.23 แสดงความเสียใจ "พลทหาร" ในสังกัดเสียชีวิต ยันรอ "กองทัพ" เป็นผู้แถลงข้อเท็จจริง ขณะที่ญาติติดใจที่ตายในค่าย ยันไม่เชื่อเป็นการฆ่าตัวตาย ขณะที่ รพ.ศรีนครินทร์ให้รอผล 45 วัน
ความคืบหน้ากรณีพ่อแม่และญาติของพลทหาร รชฏ เสนาสนิท อายุ 21 ปี ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตภายในค่ายทหาร ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายและไม่เชื่อว่าเป็นโรคซึมเศร้า ล่าสุดรอผลผ่าพิสูจน์จากแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ 45 วัน ขณะที่ทางคดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ด้าน ผบ.มทบ.23 ลั่น ไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องทหารตาย ให้รอฟังกองทัพแถลง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 พ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยทางโทรศัพท์จาก พลตรี คณธัช ชนะกาญจน์ ผบ.มทบ.23 ว่า ในกรณีพลทหารตายในค่ายนั้น ทาง มทบ.23 ไม่สามารถที่จะพูดได้ ทุกอย่างต้องให้เป็นผู้บังคับบัญชาและกองทัพบกเป็นคนพูด ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ตายด้วย
ขณะที่ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสารกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวถึงการสืบสวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้องในกรณีที่มีพลทหารตายในค่ายทหารว่า เรื่องดังกล่าว ได้มีการกำชับพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยศิลา ให้มีการสอบสวนในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าเวรยามในช่วงเวลาก่อนพบศพและขณะพบศพ รวมถึงสอบสวนด้วยว่า การเคลื่อนย้ายศพจากจุดเกิดเหตุไปยัง นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์นั้น พ่อแม่ ญาติพี่น้องคนตายทราบหรือเห็นด้วยหรือไม่ รวมถึงการสอบสวนทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวทั้งหมด ให้มีความโปร่งใสชัดเจน เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกๆ ฝ่าย
ทางด้าน นายสุรชัย เสนาสนิท อายุ 43 ปี พ่อของพลทหาร รชฏ เสนาสนิท อายุ 21 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การตายของลูกชายนั้น เป็นการตายในหน้าที่ เพราะลูกชายอยู่ระหว่างการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้คุมเรือนจำในค่ายทหารดังกล่าว เนื่องจากหลังจากที่ส่งลูกชายกลับเข้าค่ายวันที่ 25 ต.ค. วันที่ 27 ต.ค.ก็ถูกรับขึ้นหน่วยไปเป็นผู้ช่วยผู้คุม และปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบจนวันตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อแม่น่าภูมิใจที่ลูกชายประพฤติดีมาตลอด ไม่เคยทำผิดระเบียบวินัย
แต่เมื่อรับแจ้งจากค่ายว่าลูกชายตาย จึงรีบแจ้งพี่น้องมาดูและรับศพลูกชายรวมถึงการนิมนต์พระสงฆ์มาเชิญวิญญาณลูกชายกลับบ้านด้วย แต่ในช่วงที่กำลังเดินทางมายังค่ายทหารนั้น ก็รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ต้องมาที่ค่ายทหารให้ไปรับศพลูกชายที่ นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ แต่ครอบครัวยังไม่ไป เพราะต้องการเดินทางมายังค่ายทหารดังกล่าว เพื่อขอดูสถานที่ที่เกิดเหตุ พบว่าจุดที่ลูกชายตายนั้น อยู่ที่ศาลาใกล้กับเรือนจำ จึงให้พระสงฆ์เชิญวิญญาณลูกชายกลับบ้านและทางค่ายก็นำภาพถ่ายที่พบศพมาให้ดู ซึ่งขณะนั้นยังทำอะไรไม่ถูก กระทั่งไปที่นิติเวช ทราบจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรในขณะนั้นว่า ร่างกายลูกชายมีคราบเลือด แต่เมื่อล้างจุดที่พบคราบเลือดปรากฏว่าไม่มีบาดแผล รวมถึงรอยเจาะที่แขน 2 จุด เชื่อว่าน่าจะมีการใช้มีดปลายแหลมเจาะที่แขนของลูกชายและรัดคอจนเสียชีวิต จึงจับแขวนคอก็เป็นได้ จึงอยากให้มีการสอบสวนให้ชัดเจนด้วย
ขณะที่ พล.ต.คณธัช ชนะกาญจน์ ผบ.มทบ.23 กล่าวว่า ในกรณีพลทหารตายในค่ายนั้น ทาง มทบ.23 ไม่สามารถที่จะพูดได้ ทุกอย่างต้องให้เป็นผู้บังคับบัญชาและกองทัพบกเป็นคนพูด ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ตายด้วย.