กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ยึดโคเคนซุกมาในสินค้ากระเป๋านักเรียนและเสื้อผ้าไหม 12.16 กก. ขนข้ามโขงมาจาก สปป.ลาว พร้อมทั้งกัญชา 570 กก.และยาบ้า 19,800 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 117 ล้านบาทที่บึงกาฬ
เมื่อวันที่ 7 พ.ย.63 ที่ฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 2106 อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ พลตรีบุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พลตำรวจตรีสมศักดิ์ คงไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.อ.ยรรยง แสงฮาด รอง ผอ.รมน ฝ่ายทหาร นายภิญโญ โฆษิต ผอ.ปปส.ภาค 4 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดยาเสพติดลอตใหญ่ที่สามารถตรวจยึดได้ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ โคเคน จำนวน 12.16 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 117 ล้านบาท ที่ซุกซ่อนมาในรูปแบบของสินค้าเสื้อผ้าไหม และกระเป๋านักเรียนส่งไปประเทศที่ 3 และยังมียาบ้าจำนวน 19,800 เม็ด กัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 570 กิโลกรัม
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก พันเอกพิทักษ์พล ชูศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าหลบเลี่ยงภาษีอากรจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาบริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมแม่น้ำโขงท้ายบ้านศรีวิไล หมู่ที่ 5 ตำบลนากั้ง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จึงรายงานให้พลตรีบุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ทราบพร้อมนำกำลังร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคาด ตม.บึงกาฬ ตำรวจน้ำ ศุลกากร ตำรวจ ตชด และหน่วยเรือ นรข.รัตนวาปี วางแผนร่วมกันออกดักสุ่มตรวจสอบตามริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณท่าน้ำต่างๆ ตลอดแนวเขตบ้านศรีวิไลและแนวเขตอำเภอปากคาด จนกระทั่งได้ยินเสียงเรือหางยาวขับเข้ามาใกล้บริเวณจุดที่ดักซุ่มห่างประมาณ 100 เมตร พร้อมชาย 3 คน จากนั้นช่วยกันยกสิ่งของลงจากเรือแล้วขนขึ้นมาไว้บนสันเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง
จนท.จึงแสดงตัวเพื่อทำการตรวจสอบ ชาย 2 คนตกใจวิ่งหลบหนีไปกับความมืด ส่วนคนที่ขับเรือได้ขับเรือหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ด้านในบรรจุเสื้อทำจากผ้าไหม จำนวน 2 ถุง และบรรจุกระเป๋านักเรียนแบบสะพายหลังลายการ์ตูนอีกจำนวน 2 ถุง จึงได้นำเสื้อออกมาทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าที่คอเสื้อและชายเสื้อด้านล่างมีวัตถุแปลกปลอมซุกซ่อนอยู่ภายใน จึงใช้มีดกรีดเลาะตะเข็บออกพบว่ามีผงสีขาวคล้ายแป้งบรรจุในถุงพลาสติกใส ขนาดกว้างประมาณ 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 120 เซนติเมตร จำนวน 95 แผ่น/ถุง และซุกซ่อนอยู่ทั้งที่คอเสื้อและที่ชายเสื้อด้านล่าง ส่วนกระเป๋านักเรียนก็มีวัตถุแปลกปลอมซุกซ่อนอยู่ในสายสะพายทั้ง 2 ข้างเช่นกัน จึงใช้มีดกรีดเลาะตะเข็บออกพบผงสีขาวคล้ายแป้ง บรรจุในถุงพลาสติกใส ขนาดกว้างประมาณ 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 25 เซนติเมตร จำนวน 168 แผ่น/ถุง
เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นยาเสพติดให้โทษแต่ยังไม่ทราบชนิด จึงนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่ฐานทหารพราน 2106 ปรากฏว่าถุงพลาสติกสีดำที่บรรจุเสื้อผ้าไหมและกระเป๋านักเรียนบริเวณด้านนอกของถุงพลาสติกนั้น มีการพิมพ์ข้อความภาษาอังกฤษแสดงถึงที่อยู่ผู้รับที่ประเทศอิสราเอล และประเทศออสเตรเลีย ชั่งน้ำหนักรวมผงสีขาวคล้ายแป้งพร้อมพลาสติกใสที่ห่อหุ้มได้ 12.160 กิโลกรัม ได้ร่วมกันพิเคราะห์ถึงชนิดของยาเสพติดตามประสบการณ์ในการทำงานและประเทศปลายทางที่จะส่งยาเสพติดนั้นไปสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดโคเคน
ขณะเดียวกันในพื้นที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 84 ถนนหมายเลข 212 บ้านห้วยก้านเหลืองน้อย ต.ปากคาด อ.ปากดาด จังหวัดบึงกาฬ ทหารพรานที่ 2106 ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนปากคาด และฝ่ายปกครอง พบวัยรุ่นขับขี่มอเตอไชด์มา 1 ในนั้นได้ลงจากรถนำสิ่งของมาวางไว้บริเวณถังขยะข้างถนน จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจคัน เมื่อวัยรุ่นเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งขึ้นมอเตอร์ไซค์ไม่ทราบยี่ห้อและสี หลบหนีไปอย่างลวดเร็ว เมื่อตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบวัตถุห่อด้วยเทปกาวสีเหลือง จำนวน 4 ก้อน เปิดดูเป็นยาบ้ารวมทั้งหมด 19,800 เม็ด
ส่วนกัญชาแห้งอัดแท่ง ทหารพรานที่ 2107 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะการลำเสียงขนกัญชาจากประเทศเพื่อนบ้านมายังฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบุ่งคล้าเหนือ หมู่ 3 ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จึงรายงานให้ พันเอก พิทักษ์พล ชูศรีหน่วย ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหาพรานที่ 21 ทราบ พร้อมประสานกำลังตำรวจ สภ.บุ่งคล้า ฝ่ายปกครอง ชุด.ชปข5 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมวางกำลังพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งพบเรือหางยาวแล่นเข้ามาจอดริมฝั่งแม่น้ำโขง จำนวน 2 ลำ พร้อมกลุ่มชาย 8-10 คน ลงจากเรือเคลื่อนย้ายวัตถุสีดำจำนวนมากขึ้นมาไว้บนฝั่ง จนท.จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายดังกล่าวตกใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ ใช้อาวุธยิงใส่ประมาณ 5 นัด เพื่อเปิดทางแล้ววิ่งหลบหนีไปในความมืด
เมื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่ และกระจายกำลังติดตามกลุ่มคนดังกล่าว แต่ไม่พบตัว ตรวจสอบรอบบริเวณ พบวัตถุหอหุ้มด้วยพลาสติกสีตำ จำนวน 18 กระสอบ ข้างในเป็นกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 570 แท่งน้ำหนักประมาณ 570 กิโลกรัม หลังแถลงข่าวได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สภ.ที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.