ตำรวจนครพนมคุมตัวผัวโหดขาดยาจิตเวชจนคลั่งกำเริบ ไปทำแผนฆ่าเมียกับลูกก่อนเผาย่างสดจนเกรียมคาบ้าน ด้านป้าข้างบ้านเล่านาทีเป็นนาทีตาย ถูกจอบตีแขนหักเกือบไม่รอด โชคดีชาวบ้านมาช่วยทัน 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พ.ย.2563 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.พลาเดช เพชรหน้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดี และกำลังชุดสืบสวน คุมตัว นายพันธ์ โทปะ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าภรรยากับลูก คือ นางอานนท์ สีดาวงศ์ อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน และลูกชาย คือ ด.ช.เอกราช โทปะ อายุ 14 ปี ก่อนราดน้ำมันเผาคาบ้าน เหตุเกิดที่บ้านชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ ในพื้นที่หมู่ 2 ต.คำเตย อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 5 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้ และควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี และคุมตัวมาชี้จุดเกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

สำหรับจุดแรกได้คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดภายในบ้านที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพว่าเกิดอาการคุ้มคลั่งประสาทหลอน เนื่องจากป่วยทางจิตมานานหลายปี แต่ขาดการกินยารักษาประมาณ 3 เดือน จึงเกิดอาการประสานหลอน จึงใช้ค้อนตีตะปูทุบทำร้ายเมียที่ศีรษะแบบไม่ตั้งตัวจนหมดสติ จากนั้นได้ใช้ค้อนทุบศีรษะลูกชายที่อยู่ในบ้านจนหมดสติ และใช้ผ้าห่ม รวมถึงเสื้อผ้า ไปกองทับร่างทั้ง 2 คนที่หมดสติ พร้อมนำแกนลอนน้ำมัน ที่ใช้เติมรถไถนา ไปราดและจุดไฟเผา ทำให้ไฟลุกไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง รวมถึงร่างภรรยากับลูกชายถูกเผาเป็นตอตะโก

...

ส่วนจุดที่สอง หลังก่อเหตุ นายพันธ์ ยังได้วิ่งออกมาคว้าเอาจอบไปไล่ทุบตีทำร้ายเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านติดกัน เป็นเหตุให้ นางละคร บัวดา อายุ 59 ปี เพื่อนบ้าน ถูกผู้ต้องหาใช้จอบตีเข้าที่หลังบาดเจ็บ และพยายามตีซ้ำเข้าที่ศีรษะ แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บใช้แขนรับไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก โชคดีรอดชีวิต มีคนมาช่วยได้ทัน ทำให้ผู้ต้องหาพยายามวิ่งไปทำร้ายคนอื่น และชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความหดหู่ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุเศร้าขึ้น ซึ่งขณะคุมตัวผู้ต้องหามาทำแผนชี้จุดเกิดเหตุยังพบว่ามีอาการเซื่องซึม ไม่ค่อยโต้ตอบคำถามเจ้าหน้าที่ แต่ให้ความร่วมมือในการชี้จุดทำแผน

ด้าน พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า หลังการสอบสวนหาสาเหตุ ทางผู้ต้องหาพอให้การได้ รวมถึงสอบสวนญาติใกล้ชิด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิต เกิดประสาทหลอนจะมีคนมาทำร้ายร่างกาย รวมถึงพรากภรรยากับลูกไปจากตัวเอง และจะมีคนมาเอาสิ่งของในบ้าน จึงเกิดความเครียด เนื่องจากปกติมีอาการป่วยทางจิตต้องรักษากินยาโรงพยาบาลจิตเวชมานานหลายปี แต่ช่วงนี้ขาดการดูแลเอาใจใส่ ไม่ได้กินยามานานกว่า 3 เดือน รวมถึงมีการดื่มสุรา ทำให้อาการป่วยกำเริบ จนกระทั่งก่อเหตุ ทั้งนี้ในบ้านหลังดังกล่าวช่วงเกิดเหตุอยู่กัน 3 คน

สำหรับครอบครัวดังกล่าวมีลูกชายทั้งหมด 3 คน คนโตอายุ 22 ปี ไปบวชที่วัด คนกลางอายุ 18 ปี ไปธุระนอกบ้าน มีแต่ภรรยากับลูกคนสุดท้องที่เสียชีวิตอยู่บ้าน อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะได้ส่งศพทั้ง 2 รายที่เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น เพื่อสรุปหาสาเหตุประกอบการดำเนินคดี ส่วนข้อหาได้แจ้งความผิด เจตนาฆ่า รวมถึงวางเพลิงเผาทรัพย์ และทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งจะต้องรวบรวมหลักฐานการชันสูตรมาประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วน นางละคร บัวดา อายุ 59 ปี เพื่อนบ้าน เล่านาทีชีวิตว่า ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงมาจากบ้านเกิดเหตุ ลักษณะเหมือนเสียงทุบตีกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจ นึกว่าเป็นการทุบสิ่งของ เพราะปกติคนก่อเหตุในช่วงเช้ายังมีอาการปกติ และช่วงนี้ไม่มีพฤติกรรมจะทำร้ายใคร เคยมีอาการทางประสาทแต่ไม่รุนแรง พอหลังก่อเหตุ ตนนั่งอยู่ข้างบ้าน ซึ่งบ้านติดกัน มองเห็นนายพันธ์ถือจอบเดินเข้ามาหา และเห็นควันไฟลุกขึ้นข้างบ้าน ชาวบ้านจึงเรียกกันไปดู จากนั้นตนพยายามเรียกชื่อนายพันธ์ แต่ดูท่าไม่ดีจึงวิ่งหนี ก่อนที่จะวิ่งตาม และพยายามเอาจอบทุบตีเข้าด้านหลัง ก่อนที่จะตามซ้ำพยายามทุบตีเข้าศีรษะ ตนจึงหันมาเอาแขนรับไว้ จนบาดเจ็บแขนหัก โชคดีมีชาวบ้านพยายามมาช่วยไว้ เบี่ยงเบนให้ผู้ต้องหาวิ่งตามไป และชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวไว้ได้ ซึ่งขณะนั้นพูดจาไม่รู้เรื่อง เหมือนคนขาดสติ โชคดีตนรอดชีวิต ถ้าไม่มีคนช่วยทันคงถูกจอบทุบตาย ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแบบนี้.

...