- หลักการและแนวทางในการตั้งจุดตรวจ
- การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้
- แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริต
การทดสอบการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์และป้องกันอาชญากรรม ตามแนวทางของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ว่า “เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้เทคโนโลยี เป็นมาตรฐานสากล” บริเวณด้านหน้า สน.ทองหล่อ เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี “บิ๊กมนู” พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. นำทีมข้าราชการตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมชมการสาธิตฯ ซึ่งมีการจำลอง 4 สถานการณ์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนของตำรวจในการดำเนินการ คือ
- กรณีที่มีรถขับเข้ามาในจุดตรวจตามปกติ ตำรวจจะเรียกให้หยุดและสอบถามพร้อมตรวจใบขับขี่ หากไม่พบพิรุธก็จะปล่อยไป
- กรณีที่รถขับเข้าด่านตรวจและมีอาการมึนเมา ตำรวจจะสังเกตด้วยสายตา หากเข้าข่ายมึนเมาจะให้นำรถเข้าจุดตรวจ พร้อมแจ้งสิทธิหากผู้ขับขี่ไม่ยอมเป่าก็จะมีความผิด สันนิษฐานว่ามีการดื่มสุรา และใช้การเจรจาพร้อมบันทึกภาพตลอดเวลา จากนั้นจะนำผู้ขับขี่ไปตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยจะต้องเปลี่ยนเข็มเป่าต่อหน้าผู้ขับขี่ตลอดทุกครั้งที่ตรวจวัด
- กรณีที่มีรถขับเข้ามาที่ด่านตรวจ ซึ่งคนขับมีอาการมึนเมาและก่อความวุ่นวาย ทางตำรวจประจำด่านจะดำเนินการพาผู้ขับขี่ตรวจค้นรถ และตรวจประวัติอาชญากรรม หากพบว่ามีก็จะจับกุมก่อนทำการพาไปตรวจค้นรถ
- กรณีที่มีสายลับแจ้งว่ารถต้องสงสัยขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จะมีการปิดกั้นกันหลบหนีและเรียกตรวจ โดยจะตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนและตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนดำเนินการตามขั้นตอน
...
โดยรูปแบบการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ของสถานีตำรวจ จะมีตั้งแต่ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งขนาดใหญ่จะใช้กำลังตำรวจ 12 นาย ประกอบด้วย หัวหน้าชุด 1 นาย, ชุดคัดเลือกรถเพื่อมาตรวจสอบ 1 นาย, ชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 3 นาย, ชุดป้องกันการหลบหนี 4 นาย, ชุดคุ้มกันเจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1 นาย และชุดควบคุมผู้ต้องหา 1 นาย
ขนาดกลางจะใช้ตำรวจ 9 คน ส่วนขนาดเล็กจะมีตำรวจ 7 คน แต่ด่านตรวจทุกขนาด จะต้องมี "กล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์" เพื่อความโปร่งใสตลอดเวลา ทั้งนี้ขนาดของด่านตรวจขึ้นอยู่กับพื้นที่ และสถานีตำรวจที่รับผิดชอบจะนำไปปรับใช้
สำหรับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่มีดังนี้
1. หลักการและแนวทางในการตั้งจุดตรวจ
1.1 การตั้งจุดตรวจต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ ผบก.ขึ้นไป
1.2 การตั้งจุดตรวจต้องมีแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน
1.3 จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องมีป้ายแสดงถึงมาตรฐานการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตั้งไว้ตรงบริเวณใกล้โต๊ะตรวจวัดฯ ในลักษณะที่ผู้รับการตรวจวัดฯ มองเห็นได้ชัดเจน
1.4 การกำหนดสถานที่ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ต้องกำหนดมาจาก
(1) ข้อมูลผู้กระทำความผิดเมาแล้วขับในเขตพื้นที่
(2) สถิติการเกิดอุบัติเหตุ สาเหตุมาจากเมาแล้วขับ
(3) สภาพการจราจร ความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสำคัญ
(4) ความสะดวก มีที่จอดยานพาหนะของผู้ขับขี่ มีไฟฟ้าสำหรับใช้ที่จุดตรวจฯ เช่น สำหรับกล้องวงจรปิด สัญญาณไฟวับวาบ และเครื่องพิมพ์ผลการตรวจ เป็นต้น
1.5 จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องมีแผงกั้นที่มีเครื่องหมายการจราจรว่า “หยุดตรวจ” โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่จุดตรวจ และในเวลากลางคืนจะต้องมีแสงไฟส่องสว่างให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตรและก่อนถึงจุดตรวจให้มีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่ง ของหัวหน้าด่านตรวจ หรือจุดตรวจดังกล่าว
1.6 การสื่อสารกับประชาชนในการบังคับใช้กฎหมาย ต้องมีการอธิบายข้อกฎหมายให้ผู้กระทำผิดเข้าใจ ข้อกล่าวหา โดยใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ
1.7 การตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้ปฏิบัติตามมาตรการการปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจและจุดสกัด ตามที่ ตร.ได้เคยสั่งการไว้อย่างเคร่งครัด
2. การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้
2.1 บันทึกข้อมูลการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ตามแผนการปฏิบัติ ลงในระบบการจัดทำแผนการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร (Police Traffic Checkpoint Control)
2.2 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ทุกนาย บันทึกการปฏิบัติหน้าที่ด้วยกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อยืนยันหลักความโปร่งใสการตรวจสอบได้
2.3 การตรวจวัดแอลกอฮอล์ ให้มีการตรวจเบื้องต้นและแบบยืนยันผล และต้องบันทึกการตรวจทั้งสองแบบด้วยกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว แบบดิจิทัลชนิดใส่ซิมเน็ต เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้แบบ real time
3. แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริต
3.1 จัดโต๊ะสำหรับตรวจวัดแอลกอฮอล์แบบยืนยันผลให้มีแสงสว่างมากพอ เป็นสถานที่เปิดเผย ป้องกันความเคลือบแคลงสงสัยจากประชาชน
3.2 มีป้ายไว้ตรงบริเวณจุดตรวจวัดฯ มีข้อความว่า “จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ สน./สภ… มีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิทัลไว้เป็นหลักฐาน เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นมาตรฐานสากล”
3.3 เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติแล้ว ให้หัวหน้าจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ รายงานผลการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
3.4 ให้หัวหน้าสถานีตรวจสอบข้อมูลการตรวจที่พิมพ์จากเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตามข้อ 3.3 หากพบข้อมูลผิดปกติ ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบต่อไป
...
3.5 ให้หัวหน้าสถานีตำรวจจัดทำระบบจัดเก็บไฟล์ภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิทัลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจวัดฯ ในภายหลัง
3.6 จัดให้มีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า “หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบให้แจ้งผู้บังคับการ โทรฯ (ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์มือถือของ ผบก.ไว้) หรือ แจ้งร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ สายด่วน หมายเลข 1599” ข้อความดังกล่าวข้างต้นให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร
สุดท้ายนี้ ยังต้องรอลุ้นกันว่าการทดลองการตั้งจุดตรวจดังกล่าว เป็นไปตามแนวทางของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ได้มอบนโยบายไว้หรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปตามแนวทาง จะมีการนำเสนอเพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการตั้งจุดตรวจ เพื่อให้ทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป...
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.