ตร.อยุธยา เร่งสืบสวนแกะรอยหาตัว 4 คนร้ายไม่กลัวบาป บุกปล้นพระคากุฏิวัดดอกไม้ ชิงเงินที่เตรียมจ่ายค่าทำพระ 1.3 แสนบาท ก่อนหนีหายลอยนวล คาดเป็นคนที่คุ้นเคยกับพระในวัด คาดจับตัวได้เร็วๆ นี้

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 21 ก.ย. ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ อุดมรักษ์ รอง สว.สอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดเข้าไปจี้เงินพระในกุฏิพระ วัดดอกไม้ ม.2 ต.หันสัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรียุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจุดที่เกิดเหตุพบชาวบ้านและพระสงฆ์กำลังยืนดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก   

พระสมุเกียรติคุณ พระลูกวัด ซึ่งเป็นพระที่ดูแลวัดดอกไม้แทนรักษาการเจ้าอาวาส กล่าวว่า ช่วงเวลา 20.30 น. ระหว่างที่กำลังจำวัดอยู่นั้น ได้มีคนมาเคาะที่หน้าต่าง จึงเปิดผ้าม่านดูเแต่ไม่พบใคร ได้ยินเสียงสุนัขเห่าเสียงดังจึงเปิดประตูออกมาดู จังหวะนั้นคนร้ายได้กระโดดข้ามรั้วแล้วดันประตูเข้ามาในกุฏิ ใช้อาวุธปืนและมีดจี้ตนและสั่งให้ตนนั่งก้มหน้าลง คนร้ายได้เอาเงินที่อยู่ในอังสะไป เป็นเงินประมาณ 130,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เตรียมเอาไว้จ่ายให้ค่าพระที่สั่งทำเอาไว้จ่ายในงานกฐิน คนร้ายมาด้วยกัน 4 คน สวมหมวกกันน็อกและหมวกไหมพรมปกปิดใบหน้า ลักษณะคล้ายวัยรุ่น จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหนีไปทางหน้าวัด

...

พระธนเทพ แคล่วคล่อง อายุ 22 ปี ได้ยิงเสียงเหมือนมีของอะไรตก จึงเปิดประตูออกมาดู ก็พบว่าคนร้ายกำลังวิ่งหนี พยายามวิ่งไล่ตามแล้วแต่ไม่ทัน กลัวว่าคนร้ายจะใช้อาวุธปืนยิงกลับมา คนร้ายได้ทำหมวกกันน็อกตกเอาไว้ในที่เกิดเหตุ 1 ใบ วิ่งหนีออกไปทางหน้าวัด

ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 22 กันยายน 63 พ.ต.อ.ภณศึกษา ชาเรณู ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบางปะหัน เผยความคืบหน้าล่าสุดว่า จากการสอบปากคำพระสมุเกียรติคุณพระลูกวัด ซึ่งเป็นพระที่ดูแลวัดดอกไม้แทนรักษาการเจ้าอาวาส ได้มีการนิมนต์พระสมุเกียรติคุณมาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งได้ความคืบหน้าไปมาก พร้อมเผยว่า ได้มีการเชิญตัว 4 ผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำพร้อมเก็บหลักฐานลายนิ้วมือเพิ่มเติม เนื่องจาก พระสมุเกียรติคุณได้ให้การว่า รู้สึกคุ้นเสียงคนร้ายที่พูดขณะเข้ามาปล้นทรัพย์ จึงอาจจะเชื่อได้ว่าเป็นคนที่คุ้นเคยและรู้จักกับพระสมุเกียรติคุณเป็นอย่างดี 

เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายได้รู้ความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี เนื่องจากพระสมุเกียรติคุณเพิ่งย้ายมาอยู่กุฏิใหม่ได้เพียง 1 สัปดาห์ ส่วนรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยังไม่แน่ใจว่าใช้ยานพาหนะเป็นอะไร เนื่องจากไม่มีพยานแวดล้อมเห็นหรือได้ยินเสียง เบื้องต้นจึงยังไม่สามารถระบุรถที่ใช้ก่อเหตุได้ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้เร็วๆ นี้.