8 ผู้ถูกกล่าวหาโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทลูกสาวฝาแฝด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การรับสารภาพเพียงรายเดียว หลังตำรวจ สน.นางเลิ้ง ใช้เวลาสอบสวนนานเกือบ 5 ชั่วโมง

กรณี นางสาวธัญญา จันทร์โอชา และ นางสาวนิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่โพสต์และแชร์ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ฯลฯ รวมถึงสื่อ หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ, ด่าทอให้ร้าย กล่าวหา คุกคาม หมิ่นประมาทกล่าวหาว่าบุตรสาวของนายกฯทั้ง 2 คน เปลี่ยนชื่อและนามสกุลเพื่อหนีคดีไปอยู่คฤหาสน์หรูในประเทศอังกฤษ และช่วยบิดาฟอกเงินซึ่งเป็นการทุจริต โดยปราศจากหลักฐานและไม่มีมูลความจริง ในช่วงที่มีการใช้แฮชแท็กในทวิตเตอร์ "ตามหาลูกประยุทธ์" เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติยศ วงศ์ตระกูล และเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง โดยได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับโพสต์ทวิตเตอร์และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมกว่า 100 บัญชี เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่ สน.นางเลิ้ง น.ส.สุภาภรณ์ โพธิ์ศรี อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น และกลุ่มผู้ถูกออกหมายเรียก รวม 8 คน พร้อมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รองผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 พร้อมให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังได้โพสต์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีลูกสาวของนายกรัฐมนตรี

เบื้องต้นผู้ถูกออกหมายเรียกทั้งหมด พร้อมกับทนายความ ขึ้นไปให้ปากคำที่ห้องประชุมชั้น 3 ที่ใช้เป็นห้องสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อความที่โพสต์ลงในโลกโซเชียล รวมถึงแหล่งที่มาของข้อมูล เพื่อหาแหล่งที่มาและข้อเท็จจริงในข้อมูลดังกล่าว รวมถึงประเด็นต่างๆ ที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งเจ้าตัวมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธหรือให้การอย่างไรก็ได้

...

น.ส.สุภาภรณ์ โพธิ์ศรี กล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ข่าวลูกฝาแฝดนายกฯตู่แจ้งความพวกหมิ่นประมาทผ่านสื่อโซเชียล ข่าวที่ออกมา บิดเบือนมาก ทำให้ตนถูกโจมตีเยอะมาก โดยเฉพาะทีวีช่องหนึ่งเสนอข่าวเกินความเป็นจริง กล่าวหาตนเป็นเยาวชนโพสต์เฟซบุ๊กพูดจาคุกคามลูกแฝดบิ๊กตู่ 18,999 คำ ตนไม่ได้พูดอะไรขนาดนั้น และยังเสนอข่าวเชิงประชดประชัน ตนเห็นว่ามันมากเกินไป ตนอายุ 30 ปีแล้ว เขาเป็นสื่อน่าจะมีความเป็นกลาง ทำให้ตนถูกกระแสโจมตีอย่างหนัก

ภายหลังพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหานานเกือบ 5 ชั่วโมง ผู้ต้องหาที่ถูกสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วได้ทยอยเดินออกมาจากห้องประชุมที่ใช้เป็นห้องสอบสวน น.ส.อมรภัค ศรีบุญชัย อายุ 48 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายเรียกได้ให้ปากคำเสร็จสิ้น ก่อนออกมากล่าวว่า ตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตอนได้รับหมายเรียกมาก็ตกใจ จึงมาให้ปากคำกับตำรวจ โดยตนจำไม่ได้ว่าแชร์ข้อความหรือโพสต์ใดเกี่ยวกับ #ตามหาลูกประยุทธ์ หรือไม่ เพราะเวลาผ่านมานานแล้ว จำได้เพียงเคยเห็นผ่านๆ เพราะวันหนึ่งตนมีธุระต้องทำเยอะ โดยในการเข้าพบครั้งนี้ ตำรวจก็ไม่ได้ให้ดูว่าตนแชร์หรือโพสต์สิ่งใดที่ผิดกฎหมาย

ส่วนนายศุภกร โพธิสัตย์ อายุ 52 ปี กล่าวว่า ตนถูกหมายเรียกในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์เกี่ยวกับ #ตามหาลูกประยุทธ์ จนคาดว่ามีคนมาคอมเมนต์หรือแชร์ต่อกันเยอะ ทั้งนี้ ตนก็ยอมรับผิด ที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษในที่ไปกล่าวหาเจ้าทุกข์จนเกิดความเสียหาย ตนไม่มีเจตนาจริงๆ และไม่อยากให้คนอื่นๆ ไปแชร์ต่ออีก เพราะจะเกิดแต่ความแตกแยกในสังคม จากนี้ตำรวจนัดพบอีกครั้งวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อส่งตัวพร้อมสำนวนคดีให้อัยการ

ขณะที่ น.ส.สุภาภรณ์ โพธิ์ศรี กล่าวว่า พวกเราถูกหมายเรียกรับทราบในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับข้อหาหมิ่นประมาท แต่เมื่อมาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาก็ถูกแจ้งความเพียงหมิ่นประมาทเท่านั้น กรณีนี้ตนแสดงความคิดเห็นในโพสต์เกี่ยวกับการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปยังสองลูกสาวตามที่มีกระแสข่าวจริงหรือไม่ รวมถึงบุคคลทั้งสองอยู่ที่ไหน เหตุใดไม่ยอมเปิดเผยตัวตน ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาท เป็นเพียงการตั้งคำถามเท่านั้น เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลสาธารณะ เหตุใดต้องลดตัวลงมาคุกคามประชาชนตัวเล็กๆ พวกตนไม่ได้ทั้งคำตอบและยังถูกหมายเรียกอีก ทั้งนี้พวกตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนี้ทนายความจะทำหนังสือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รองผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมด 13 คน ตามหมายเรียกเลขที่ 1638-1650/2563 ลงวันที่ 3 ก.ย.63 ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 14 ก.ย. เบื้องต้นผู้ต้องหาที่เข้าวันนี้ถูกแจ้งข้อหาเดียวก่อนคือข้อหาหมิ่นประมาท ส่วนข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลประกอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ผู้ต้องหามาเข้าพบพนักงานสอบสวน 8 คน ให้การปฏิเสธ 6 คน มีผู้ให้การรับสารภาพเพียงรายเดียว อีกรายตำรวจกันไว้เป็นพยาน จากนั้นเมื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเสร็จแล้วจึงปล่อยตัวกลับไปเนื่องจากเป็นการเข้าพบตามหมายเรียก ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือยังไม่เข้าพบอีก 5 คน ตามหมายเรียกครั้งที่ 1 จะพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2 วันที่ 15 ก.ย.นี้ โดยให้มาพบพนักงานสอบสวนประมาณวันที่ 25 ก.ย.นี้ต่อไป.