รพ.สระบุรี ประสานหลายฝ่ายกู้ข้อมูล อีก 1-2 สัปดาห์น่าจะรู้ต้นตอโจรไซเบอร์

ข่าว

    รพ.สระบุรี ประสานหลายฝ่ายกู้ข้อมูล อีก 1-2 สัปดาห์น่าจะรู้ต้นตอโจรไซเบอร์

    ไทยรัฐออนไลน์

    10 ก.ย. 2563 20:00 น.

    รพ.สระบุรี เร่งกู้ข้อมูลกลับมาหลังโดนมัลแวร์เรียกค่าไถ่เล่นงาน ขณะที่ยังเปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยปกติ โดยเจ้าหน้าที่ของ ปอท.เร่งสืบค้นหา ต้นตอที่มาของโจรไซเบอร์กลุ่มนี้ คาดใช้เวลา 1-2 สัปดาห์

    เมื่อวันที่ 10 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตลอดวันที่โรงพยาบาลสระบุรี มีประชาชนและผู้ป่วยเดินทางมารับบริการเป็นจำนวนมากดังเช่นทุกวัน โดยเฉพาะจุดซักประวัติทางเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลสระบุรี มีผู้ป่วยรอรับการบริการของเจ้าหน้าที่หนาแน่น โดยเจ้าหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาระบบประวัติคนไข้ (ผู้ป่วย) ทั้งหมดที่มาขอรับบริการในแต่ละวัน หลังจากถูกกลุ่มมิจฉาชีพทางไซเบอร์แฮกข้อมูลด้วยการบันทึกข้อมูลด้วยมือ (Manual) เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลประวัติผู้ป่วยให้เป็นปัจจุบันให้ได้มากที่สุด

    ในส่วนของ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์คอมพิวเตอร์โรงพยาบาลสระบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี พยายามเร่งกู้ข้อมูลประวัติคนไข้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะสามารถกู้ข้อมูลได้เมื่อไร หรือข้อมูลเดิมจะสามารถกู้คืนได้หรือไม่

    อย่างไรก็ตามหากประชาชนต้องเข้ารับการรักษา หรือเข้ารับบริการจากโรงพยาบาลสระบุรีในช่วงนี้ข้อสำคัญ ควรนำบัตรประชาชน ซองยาที่เคยเข้ามารับบริการตรวจรักษาล่าสุด หรือเอกสารอย่างหนึ่งอย่างใดที่เคยเข้ารับบริการตรวจรักษาติดตัวมาด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบประวัติการการรักษา และสามารถตรวจรักษาและจ่ายยาให้ผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องตามโรคที่เคยมีประวัติไว้กับโรงพยาบาลสระบุรี แต่ถ้าผู้ป่วยนอกจะเข้ามารักษาต่อหรือตามหมอนัด ไม่ได้นำซองยาหรือตัวยามาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ต้องมีการซักประวัติใหม่ เนื่องจากข้อมูลเก่าถูกบล็อกไม่สามารถเข้าถึงได้

    เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้ข้อมูลว่า ขั้นตอนในการเข้ารับบริการและรักษาตัวมีด้วยกัน 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ห้องบัตร (ให้ผู้ป่วยกรอกแบบฟอร์ม) 2.พยาบาลซักประวัติ 3.เข้าพบแพทย์ 4.ห้องยา (ตรวจสอบรายการยาในใบสั่งยา) 5.ชำระเงิน 6.รับยา ซึ่งจะเห็นได้ว่าขั้นตอนที่ 2 พยาบาลซักประวัติจะทำงานได้ช้าลง เนื่องจากผู้ป่วยเก่าบางคนไม่ได้นำซองยาและตัวยาติดตัวมาด้วย พยาบาลต้องซักประวัติอาการผู้ป่วยอย่างละเอียดเนื่องจากข้อมูลเก่าถูกบล็อกไม่สามารถเข้าถึง

    ด้าน น.ส.ปานใจ อายุ 53 ปี ผู้ป่วยมีนัดพบแพทย์ กล่าวว่า ทราบข่าวแล้วว่าโรงพยาบาลสระบุรีถูกกลุ่มมิจฉาชีพทางไซเบอร์แฮกข้อมูลประวัติผู้ป่วย ซึ่งตนเองมีแนวคิดส่วนตัวว่าในการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในการตรวจสอบประวัติผู้ป่วยไม่ทำให้ระบบการให้บริการของทางโรงพยาบาลล่าช้าไปกว่าที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นเพราะตนเองเป็นผู้ป่วยที่หมอนัดมา ส่วนการเข้ารับการรักษารายใหม่ หรือรายที่มีประวัติเดิมบางส่วนอาจส่งผลกระทบเรื่องดังกล่าวบ้าง แต่ยังคงมีข้อมูลเอกสาร เวชระเบียน ประวัติผู้ป่วยเดิม ควบคุมโดยไม่ได้ถูกแฮกหรือล็อกข้อมูลดังกล่าวได้

    ผู้ป่วยมีนัดพบแพทย์ กล่าวต่อว่า แต่ยอมรับว่ามีข้อมูลบางส่วนที่ถูกบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลได้รับความเสียหายไปบ้าง ซึ่งตนเองเชื่อว่าการให้บริการผู้ป่วยนอกของทางโรงพยาบาลสระบุรี อีกทั้งผู้ป่วยที่ถูกส่งมาจากโรงพยาบาลอื่นๆ ยังคงมีประวัติหรือข้อมูลผู้ป่วย โดยไม่ได้ถูกมัลแวร์หรือถูกแฮกข้อมูลจากมิจฉาชีพไซเบอร์แต่อย่างใดยังคงให้บริการประชาชนได้ต่อไปจนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ

    ขณะที่ นพ.อนันต์ กมลเนตร ผอ.โรงพยาบาลสระบุรี กล่าวว่า ได้ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่มารับบริการ ตรงไหนล่าช้าก็จะเพิ่มเจ้าหน้าที่ลงมาเสริมช่วย โดยตอนนี้โรงพยาบาลได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ มีทั้งของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. และมีพันธมิตรจากองค์กรอื่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ และเริ่มปฏิบัติการวิเคราะห์ ตรวจสอบตัวอุปกรณ์ พยายามหาข้อมูลทั้งหมด โดยร่วมกันทำงานประมาณ 1-2 อาทิตย์ น่าจะมีคำตอบได้ จากนั้นจะมีการวางแนวทางวิเคราะห์ พัฒนา มาตรการป้องกันในอนาคต

    ผอ.โรงพยาบาลสระบุรี ส่วนผลกระทบกับประชาชน เรายังคงรักษาความเป็นมาตรฐานในการดูแลรักษา มีการประชุมสรุปปัญหากันทุกวัน พร้อมอำนวยความสะดวกแกผู้มารับบริการ และขอฝากถึงผู้มาติดต่อ (ผู้ป่วย) ใช้บริการ ที่รพ.สระบุรี ในช่วงนี้ ให้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น บัตรประชาชน ประวัติการใช้ยา ซองยาหรือตัวยามาด้วย หากไม่ได้ติดตัวมาก็ให้คนทางบ้านถ่ายภาพแล้วส่งมาทางไลน์ เพื่อเป็นการสะดวกรวดเร็วแก่แพทย์ พยาบาล และตัวท่านเอง สำหรับเรื่องการเรียกค่าไถ่ขณะนี้มีตัวแทนกำลังดำเนินการอยู่ จึงอยากขอร้องผู้ก่อเหตุให้เห็นใจโรงพยาบาลสระบุรีเป็นหน่วยงานบริการสารธารณะ ไม่มีรายได้มากมายที่จะนำเงินจำนวนมากมาให้ได้

    ส่วน พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ มี ปอท. กระทรวงดีอีเอส และอีกหลายหน่วยงาน เข้าร่วมการช่วยเหลือ และมีการประชุมตอนบ่าย ส่วนข้อมูลทั้งหมดต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุจะอยู่ต่างประเทศ ต้องรอให้ผู้ชำนาญทำการตรวจสอบ เป็นเรื่องทางเทคนิค ทุกหน่วยงานกำลังช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อติดตามตัวคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โรงพยาบาลสระบุรีรพ.สระบุรีมัลแวร์เรียกค่าไถ่กู้ข้อมูลนพ.อนันต์ กมลเนตรสระบุรีโจรไซเบอร์ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 10:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์