ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    191 จับหนุ่มลอดช่องและอินโดฯ ขับรถเถื่อน-ขายอาวุธให้ลูกค้าแลกบิตคอยน์

    ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ย. 2563 16:16 น.
    SHARE

    191 จับหนุ่มสิงคโปร์และอินโดนีเซียคาคอนโดฯ ย่านสุทธิสาร โดยเป็นกลุ่มค้าอาวุธให้ลูกค้าแลกกับเงินบิตคอยน์ ยึดปืน 7 กระบอก ระเบิดขว้างสังหาร ระเบิดควัน ระเบิดแสง และชิ้นส่วนปืนและกระสุน

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ก.ย.63 ที่ห้องประชุมชั้น 1 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.อัครพล โทยะ รอง ผกก.สายตรวจ ร.ต.อ.คหัฐ บุตรเวียงพันธ์ รอง สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 2 ราย ประกอบไปด้วย นายบิงค์ อายุ 26 ปี ชาวสิงคโปร์ และนายไอเดน อายุ 32 ปี ชาวอินโดนีเซีย พร้อมของกลางรถยนต์ ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ สีแดง ติดแผ่นป้ายเสียภาษีประจำปี และแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน ฌท 2289 กรุงเทพมหานคร ปลอม รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน ขย 1137 ชลบุรี (ใช้ขนอาวุธปืน)

    พบอาวุธปืน จำนวน 7 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 584 นัด ลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M67 จำนวน 1 ลูก ลูกระเบิดขว้างชนิดควันสีแบบ KM18 จำนวน 1 ลูก, ลูกระเบิดขว้างชนิดแสงวาบ จำนวน 2 ลูก โครงปืน สไลด์ปืน แม็กกาซีน จำนวน 1 ชุด และแม็กกาซีนปืน 4 ชิ้น โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง

    พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 2 ได้สืบสวนการกระทำผิดเกี่ยวกับรถยนต์ผิดกฎหมาย และอาวุธปืนผิดกฎหมาย จนทราบว่ามีชายชาวต่างชาติใช้รถเบนซ์สีแดง หมายเลขทะเบียน ฌท 2289 กรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นรถยนต์ผิดกฎหมาย กระทั่งพบว่ารถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่คอนโดย่านสุทธิสาร จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์ ต่อมานายบิงค์ได้ลงมาที่รถยนต์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น และตรวจสอบพบว่าเอกสารประจำรถคันดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบตัวรถก็ไม่พบข้อมูล อีกทั้งมีการใช้สติกเกอร์ในการเปลี่ยนสีจากเดิมสีขาวเป็นสีแดง จึงเชื่อได้ว่าเป็นรถผิดกฎหมายจึงได้จับกุมและคุมตัวสอบสวน

    โดยระหว่างที่ตรวจค้น ทางนายบิงค์ไม่ได้ให้ความร่วมมือและมีท่าทีพิรุธ จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งพบชาวต่างชาติอีกราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายไอเดน ได้วิ่งเข้าไปที่ห้องพักของนายบิงค์ ก่อนขนกระเป๋าสีดำลงมาใส่รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน ขย 1137 ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมนายไอเดนด้วยเช่นกัน

    พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจค้นในกระเป๋าพบอาวุธปืน ระเบิด เครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงนำตัวมาสอบสวนที่ กก.สายตรวจ โดยจากการสอบสวน นายบิงค์ให้การรับว่าอาวุธปืนทั้งหมดเป็นของนายปรอสเปอร์ สัญชาติสิงคโปร์ โดยนำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าชายต่างชาติผ่านโปรแกรมแอปพลิเคชันไลน์ และแอปพลิเคชันวีแชท ซึ่งมีการซื้อ-ขายกันด้วยเงินสกุลแบบดิจิทัล หรือบิตคอยน์ สอดรับกับคำสารภาพของนายไอเดนที่ให้การว่า ภายหลังที่นายบิงค์ถูกจับกุม ได้มีนายปรอสเปอร์โทรศัพท์มาสั่งการให้นำอาวุธปืนที่อยู่ในห้องพักของนายบิงค์ไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน โดยให้ค่าจ้าง 1 แสนบาท

    นอกจากนี้จากการตรวจสอบการเข้าออกพบว่า นายบิงค์ และนายไอเดน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่านักเรียนนักศึกษา ตั้งแต่ปี 2562 ในส่วนห้องพักเช่ามาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ในราคาเดือนละ 13,000 บาท อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ได้ประสานทางกองพิสูจน์หลักฐานให้เข้ามาตรวจสอบว่าอาวุธปืนทั้งหมดเคยถูกใช้ก่อเหตุหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบรถยนต์เบนซ์ว่าจริงๆ แล้วเป็นรถของผู้ใด

    เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
    ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหานายบิงค์อีก 1 ข้อหาคือ "ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบ สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ตำรวจ 191แก๊งค้าอาวุธขายปืนออนไลน์ขายอาวุธแลกบิตคอยน์หนุ่มสิงคโปร์หนุ่มอินโดนีเซียปลอมแปลงเอกสารราชการข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 20:41 น.