ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ปาดคอฆ่าชิงทรัพย์ยายวัย 74 กลางเมืองพิษณุโลก ขโมยเงินทองติดตัวเกลี้ยง

    ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ย. 2563 15:50 น.
    SHARE

    คนร้ายสุดโหดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ยายวัย 74 ปี กลางเมืองพิษณุโลก ขโมยเงิน ทองรูปพรรณจากตัวหมดเกลี้ยง ตำรวจส่งชุดสืบลงพื้นเร่งล่าผู้ก่อเหตุอุกอาจ พร้อมมั่นใจได้ตัวคนร้ายโดยเร็ว

    เมื่อเวลา 11.47 น. วันที่ 3 ก.ย.63 ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีคนเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่ 68/21 ถนนเอกาทศรฐ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก คาดว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.มนู หรศาสตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก และตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง พ.ต.ท.หญิง เรณุกา เหมือนแพร นว.สบ.3 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ พบที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น เปิดเป็นร้านเสริมสวยชื่อร้านช่อทิพย์ อยู่ใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้าท็อปแลนด์พลาซ่า

    ภายในห้องน้ำชั้นล่างด้านหลังร้าน พบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงนอนหงายจมกองเลือดอยู่ ศีรษะพาดอยู่ขอบประตู ทราบชื่อคือ นางบัญญัติ กัลป์ทอง อายุ 74 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นลายขาวแดง ใส่กางเกงสามส่วนสีดำ ใส่ถุงเท้าสีดำ มีบาดแผลถูกของมีคมบาดลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 15 ซม. ตรวจสอบพบทรัพย์สินของผู้ตายหายไปมี สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือหนัก 50 สตางค์ และแหวนทองคำอีก 1 วง เบื้องต้นตำรวจได้รับแจ้งว่า มีรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยสีแดงมาจอดอยู่หน้าบ้านพักในช่วงเช้าวันนี้ ก่อนที่ นางมนัส กัลป์ทองชูโชค อายุ 46 ปี ชื่อเล่น “แอน” ลูกสะใภ้มาพบศพ เบื้องต้น ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้แล้ว

    ด้าน นางมนัส ลูกสะใภ้ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรกเปิดเผยว่า แม่ของสามีพักอาศัยอยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียว วันนี้ช่วงเวลาประมาณ 11.40 น. ตนมาหาแม่ตามปกติก็ต้องเอะใจเพราะประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ เข้าไปดูไม่เห็นแม่จึงเดินไปดูหลังบ้านก็เห็นแม่นอนล้มคว่ำหน้าศีรษะพาดอยู่ตรงขอบประตูห้องน้ำ ทีแรกคิดว่าเป็นลมแล้วศีรษะกระแทกกับขอบประตูจนแตกทำให้มีเลือดไหลออก ตนไม่กล้าขยับร่างจึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 1669 ให้มารับตัวไปส่งโรงพยาบาล พอเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาถึงพลิกร่างแม่ของสามีเพื่อปฐมพยาบาล จึงรู้ว่าเสียชีวิตแล้ว และเป็นการฆาตกรรม ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพเดินทางมาถึงและแจ้งเหตุให้ตำรวจทราบดังกล่าว สำหรับทรัพย์สินส่วนตัวของแม่ที่หายไป คือสร้อยพระ สร้อยข้อมือ และแหวน คนร้ายใจร้ายมากขอสาปแช่ง เศรษฐกิจมันแย่ด้วยโจรถึงเยอะ แต่ก็ไม่น่าทำกับคนแก่ได้

    ด้าน นายสรายุทธ กัลป์ทอง อายุ 51 ปี ชื่อเล่น “สอง” ลูกชายคนที่ 2 ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า พ่อตนเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากนั้นแม่ก็ขออยู่คนเดียวมาตลอด โดยมีตนและน้องชายชื่อเล่น “สาม” สามีของนางมนัส หรือแอน ซึ่งเปิดร้านขายดอกไม้และพวงหรีดอยู่เยื้องกันกับบ้านแม่คอยดูแล ตนเพิ่งเจอแม่เมื่อคืนตอน 3 ทุ่ม เพราะทุกวันตนจะเป็นคนมาปิดบ้านให้แม่ และสายๆ วันรุ่งขึ้นก็จะเข้ามาอยู่กับแม่ จนวันนี้น้องสะใภ้โทรตามว่าแม่โดนฆ่าตายตนหัวใจแทบสลาย ทำไมตนไม่มาอยู่กับแม่ให้ไวกว่านี้เหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาดูข่าวแบบนี้มาตลอดไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะมาเกิดขึ้นกับแม่ตัวเอง ส่วนตัวแล้วแม่เป็นคนดี คิดบวก ไม่เคยคิดร้ายกับใคร เมื่อก่อนร้านนี้เคยเปิดเป็นร้านเสริมสวยแต่พอพ่อเสีย ตนก็บอกว่าอยากให้แม่พักไม่ให้ทำงานอีกแล้ว แต่แม่ก็ยังแอบทำผมให้กับลูกค้าอยู่บ้าง ตนเคยเตือนหลายครั้งเพราะลูกค้าแม่บางทีก็เป็นขาจรที่มาพักโรงแรม ไม่อยากให้แม่ทำเพราะเราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ห่วงแม่เพราะแม่อยู่คนเดียว เคยขอให้ไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่ไม่ยอมไป จนมาเกิดเรื่องจนได้

    ด้าน นายเพชร เรือนชม อายุ 48 ปี ซึ่งเปิดร้านซ่อมรองเท้าอยู่ข้างบ้านผู้เสียชีวิตเล่าให้ฟังว่า เมื่อเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. มาเปิดร้าน เห็นรถจักรยานยนต์น่าจะเป็นสกู๊ปปี้ สีแดง จอดอยู่หน้าร้านของผู้เสียชีวิต แต่ตนไม่ได้เอะใจอะไร เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาก่อนที่จะหายกลับเข้าไป รูปร่าท้วมๆ อายุประมาณ 30 ปี ลักษณะคล้ายทอม แต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเป็นลูกค้า จนกระทั่งลูกสะใภ้ผู้เสียชีวิตมาพบศพจึงทราบเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าว

    ด้าน น.ส.อ้อย พัฒนาวรกุล อายุ 47 ปี เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ติดกันกับบ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า วันนี้เวลาประมาณ 09.30 น. ถึง 10.00 น. ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน มีเสียงพูดว่ามึง-กู ดังอยู่พักใหญ่ ภายในบ้านที่เกิดเหตุ ตนไม่ได้คิดอะไรคิดว่าลูกหลานป้าบัญญัติทะเลาะกัน จนมาทราบเรื่องว่าคุณป้าถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายเสียชีวิตไปแล้ว

    ส่วน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รอหมอตรวจสอบชันสูตรเรื่องบาดแผลว่าน่าจะเกิดจากอาวุธแบบไหน เพื่อเชื่อมโยงว่าใครก่อเหตุ และทำเพราะอะไร พร้อมส่งชุดสืบลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งชิงทรัพย์ เหตุส่วนตัวทะเลาะวิวาท ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเพื่อหาข้อมูลประกอบทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม จะเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพราะคดีนี้เป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก มั่นใจจะสามารถจับตัวคนร้ายได้โดยเร็ว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ปาดคอฆ่าฆ่าชิงทรัพย์ฆ่ายายวัย74ฆ่ายายชิงทรัพย์ขโมยเงินทองฆ่ากันตายข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 22:22 น.