ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    “วิชา” ชี้คดี “บอส อยู่วิทยา” ทำสำนวนสมยอมโดยไม่สุจริต จ่อฟันผิดคนเอี่ยว

    ไทยรัฐออนไลน์1 ก.ย. 2563 13:32 น.
    SHARE

    “วิชา” แถลงคดี “บอส อยู่วิทยา” หลัง คกก.ดำเนินการครบ 30 วัน ชี้ เป็นการทำสำนวนสมยอมโดยไม่สุจริต บกพร่องตั้งแต่ต้น เล็งฟันผิดคนเกี่ยวข้อง ต้นไม้พิษต้องฟันทิ้ง เผย 2 พยานของคุ้มครองความปลอดภัย

    วันที่ 1 ก.ย. 2563 ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา แถลงข่าวภายหลังคณะกรรมการดำเนินการครบ 30 วัน ว่า เรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้ เพราะสังคมมองว่ากระบวนการยุติธรรมไทยมีความอ่อนไหว เหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม และทั้งที่เป็นคดีที่เกิดบนท้องถนนทุกวัน และคดีนี้กลับมีอะไรเป็นพิเศษ เพราะใช้เวลาถึง 7-8 ปี แต่ตั้งปี 2555 และผลสั่งไม่ฟ้องต่างประเทศก็รู้ก่อน เป็นเรื่องน่าอับอายในองค์กรยุติธรรมและคนไทยเอง พร้อมขอบคุณคณะกรรมการทุกคนที่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างขันแข็ง ซึ่งกระบวนการยังดำเนินการต่อไป รงมถึงนายกสภาทนายความ ก็มีความจริงจังที่จะจัดการทนายความซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกระบวนการที่ไม่ชอบ โดยจะส่งกรรมการมรรยาททนายความตรวจสอบ ขณะที่จะผิดอาญาหรือไม่ ว่ากันอีกที

    ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้มายังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรียังกังวลบางเรื่องว่าหากเผยแพร่จะกระทบใครหรือไม่ แต่ในสรุปรายงานยืนยันว่าครบ บอกหมดว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องแบบไหน มีพฤติการณ์อย่างไร แต่ก็เป็นสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรีที่จะดำเนินการต่อ ซึ่งในสำนวนที่มอบให้สื่อมวลชนนั้นเป็นตัวละครที่ให้นามย่อพ่วงด้วยตำแหน่ง แต่อ่านดูก็รู้ว่าใคร ขอย้ำว่าไม่ต้องกังวลใจ ขอให้สบายใจว่าเราต้องการสิ่งที่เป็นจริง

    "เราเห็นพฤติกรรมที่ทำกันมา ทำสำนวนบกพร่องแต่แรก คือ ตั้งข้อหาคนตายไม่เป็นธรรม ไม่ถูกตามกฎหมาย คนตายไม่มีโอกาสต่อสู้คดี แม้จะได้รับเงินเยียวยา แต่ทำให้รูปคดีเสียหายอย่างหนัก ถ้าตั้งรูปคดีแบบนี้ไม่จริงจังจริงใจในการทำสำนวน เห็นภาพว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำอย่างมืออาชีพ เพราะบางข้อกล่าวหาไม่ได้ใส่ แค่สอบให้รู้ว่าสอบแต่สั่งไม่ฟ้อง เช่น เรื่องเมาแล้วขับ ซึ่ง นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ต่อสู้เรื่องนี้มานาน และรู้สึกเสียใจมากที่กลับกลายเป็นขับแล้วเมาทีหลัง"

    นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญคือ ใช้เวลาถึง 6 เดือน ในการสอบสวนแต่กลับไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องศาลตามที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องแต่แรก โดย ศาสตราจารย์พิเศษวิชา บังได้กล่าวขอบคุณอัยการหลายคนที่เป็นคนดีขององค์กร ที่ต่อสู้แม้ถูกกดดัน ปฏิเสธไม่ยอมรับมาตลอดหลายครั้ง แม้ตำแหน่งไม่ใหญ่แต่ก็ยืนหยัดต่อสู้ ซึ่งคนดีกับองค์กรต้องแยกกัน สำหรับคดีของ บอส อยู่วิทยา มีข้อบกพร่องแต่แรกที่ไม่สามารถเอาตัวมาฟ้องคดีได้ ทำให้เกิดช่องโหว่ในการร้องขอความเป็นธรรมมากถึง 14 ครั้ง โดย 13 ครั้งก่อนหน้าไม่ประสบความสำเร็จ และมาสำเร็จในครั้งมี่ 14 อัยการหลายรู้สึกเสียใจมากที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

    ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ
    ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ

    ศาสตราจารย์พิเศษวิชา กล่าวต่อไปว่า พยานหลักฐานครั้งที่ 8 เป็นครั้งที่เป็นการร่วมมืออย่างผิดปกติที่สุด เป็นการทำสำนวนแบบสมยอม วันที่สอบพยานผู้เชี่ยวชาญก็ผิด ทั้ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น และ อ.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ทำให้กลับความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ โดย พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ยืนยันว่าเป็นการถูกกดดันและพยายามที่จะเปลี่ยนตลอดมา ก็ขอบคุณที่มาให้ถ้อยคำที่เป็นประโยชน์ ซึ่งวันสอบอันเป็นเท็จคือ 26 ก.พ. 59 และ 2 มี.ค. 59 แต่แท้จริงคือ 29 ก.พ. 59 มีหลักฐานยืนยันชัดเจน และขณะนี้ทั้ง 2 คน ขออยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานโดยทันทีเพราะมีความกลัว ซึ่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่เป็นอดีตผู้พิพากษาดูแลอยู่ และแม้ว่า อ.สายประสิทธิ์ จะใช้หลักเกณฑ์การคำนวณตามหลักวิศวกร แต่ยอมรับว่าไม่ได้ไปที่เกิดเหตุและไม่ได้ทดสอบอะไร เพียงคำนวณจากกระดาษ จึงไม่ใช่การข้อมูลที่เป็นจริง คนที่ใช้ข้อมูลจริงๆ คือ อ.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ แต่กลับไม่ได้นำเอกสารที่ทดสอบมาเข้าสำนวน ซึ่งเป็นข้อพิรุธ เป็นความร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ

    อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตรวจสอบทั้งหมดมีความเห็นตรงกันว่า เป็นกระบวนการทำสำนวนสมยอมโดยไม่สุจริต ตามทฤษฎีสมคบคิด ทำสำนวนเสียตั้งแต่ต้น พร้อมเปรียบเปรยว่าต้นไม้พิษย่อมให้ผลเป็นพิษ ดังนั้นต้นไม้พิษต้องฟันทิ้ง เห็นสมควรให้สอบสวนใหม่ แต่บางข้อหาขาดอายุความไปแล้ว ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะเร่งด่วนเรื่องเกี่ยวกับอายุความ เสนอว่าต้องแก้ให้อายุความหยุดลงเมื่อผู้ต้องหาหลบหนี แบบเดียวกับคดีทุจริต จนกว่าจะได้ตัวมาอายุความจึงจะเริ่มนับต่อ และจะรีบเสนอก่อนที่จะมีการเสนอปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ต้องมีกฎหมายใช้ทั่วถึงกัน และเรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมยืนยันว่าต้องดำเนินการบุคคลในตำแหน่งสูงและเป็นผู้นำ อาจจะไม่ได้ข้อมูลแท้จริงทางอาญาและวินัย แต่ทำได้ในแง่จริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ 60 โดยให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ซึ่งสามารถให้พ้นจากตำแหน่งโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

    นอกจากนี้ ยังมีบุคคลที่เกี่ยวพันกับ บอส อยู่วิทยา เป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองทางภาคเหนือ และกรณี นายจารุชาติ มาดทอง พยานที่เสียชีวิต ตำรวจภาค 5 ก็กำลังตรวจสอบว่าทำไมจึงมีการทำลายโทรศัพท์มือถือถึงขนาดนี้ และ นายจารุชาติ ขณะยังมีชีวิตก็กลับคำให้การเดิมด้วย สำหรับทิศทางอุบัติเหตุของ บอส อยู่วิทยา ภาพก็ฟ้องอยู่ตั้งแต่แรก เป็นการชนโดยตรง และการหยุดรถไม่ได้ในทันทีน่าจะเป็นการทำให้คนตายโดยเจตนาด้วยซ้ำ ส่วนอัยการที่เกี่ยวข้องกับคดียังไม่ได้รับการอนุมัติให้ลาออก ยิ่งไปกว่านั้น จะต้องตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ทิ้งท้ายว่า จะพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บอส อยู่วิทยาคดีบอสวรยุทธ อยู่วิทยาคดีบอส อยู่วิทยาวิชา มหาคุณสำนวนคดีบอสบกพร่อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 02:13 น.