สาววัย 28 ปี ซวยซ้ำซวยซ้อน ตกงานช่วงโควิดฯ ขับรถเก๋งไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ขับกลับ นึกขึ้นได้ว่าลืมมือถือ ย้อนไปเอา ขับลงสะพานผ่านแยก พุ่งชนวินจยย.ที่ได้ไฟเขียวออกมาเป็นคันแรก คนซ้อนท้ายเป็นหญิงวัย 67 ปี กระเด็นมาตกบนหลังคารถเก๋งตายคาที่  

เวลา 08.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ร.ต.อ.อิทธิศักดิ์ ภิรมย์ราบ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่ ได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราชและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณแยกสัญญาณไฟแดงริมฟุตปาท พบรถ จยย. ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีฟ้าขาว ทะเบียน 1 กฐ 4375 กรุงเทพมหานคร ป้ายเหลือง ล้มตะแคง สภาพพังยับ เลนกลางพบศพนางเงาฟ้า แต่งสวน อายุ 67 ปี นอนหงายจมกองเลือดในสภาพแขนขาหัก ถัดไปด้านหน้าพบรถเก๋ง ฮอนด้าแจ๊ซ สีดำ ทะเบียน 4 กบ 3920 บริเวณกระโปรงรถด้านขวาพังยุบ บังโคลนหลุด กระจกหน้าแตก ส่วนคนขับรถเก๋งทราบชื่อน.ส.นรินทิพย์ แสงจันทร์ อายุ 28 ปี ยืนรอมอบตัวด้วยอาการตื่นตระหนก

...

จากการสอบสวน น.ส.นรินทิพย์ ให้การว่า ตนว่างงานมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด ก่อนเกิดเหตุไปดื่มกินในงานวันเกิดเพื่อนที่บ้านภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 กำลังขับรถจะกลับบ้านย่านบางกรวย เมื่อขับรถออกมาถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าแยกบางพลัด แล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านเพื่อนจึงกลับรถมามุ่งหน้าแยกท่าพระ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุห้ามเลี้ยวขวา ต้องไปกลับรถหน้าโรงเรียนเทคโนโลยีสยาม ช่วงลงมาจากสะพานข้ามคลองมอญ มาถึงแยกที่เกิดเหตุพบรถจยย.มีคนซ้อนขี่ออกมาจากในซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 เลี้ยวขวามุ่งหน้าท่าพระ ตนเบรกไม่ทันจึงชนรถจยย.ดังกล่าวเข้าอย่างจังจนคนซ้อนท้ายกระเด็นขึ้นมาบนหลังคารถ รู้สึกตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับโอนเงินให้กับญาติผู้ตายเพื่อช่วยเหลือค่าทำศพเป็นเงิน 15,000 บาท

ด้านนายประทีป เนียมสุวรรณ อายุ 45 ปี วินจยย.รับจ้างคันที่ถูกชน ให้การว่า รับนางเงาฟ้า ผู้ตายมาจากซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 เมื่อมาถึงปากซอยหยุดรอสัญญาณไฟเป็นคันแรก พอสัญญาณไฟเขียวจึงเลี้ยวขวามุ่งหน้าแยกท่าพระ ในจังหวะนั้นมีรถเก๋งสีดำขับฝ่าไฟแดงลงมาจากสะพานมอญ มุ่งหน้าแยกท่าพระด้วยความเร็วชนท้ายรถตนเข้าอย่างจัง ทำให้ผู้ตายซึ่งซ้อนท้ายกระเด็นตกจากรถลงไปเสียชีวิต ส่วนรถจยย.กระเด็นไปชนรถกระป๊อที่วิ่งอยู่เลนซ้ายทำให้รถหยุดอยู่ท้ายรถกระป๊อ ไม่เช่นนั้นคงกระเด็นไปไกลกว่านี้ ส่วนตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

เบื้องต้น ตำรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ น.ส.นรินทิพย์ พบมีปริมาณ 115 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายไม่พบสารเสพติด เบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหายและขับขี่ยานพาหนะในขณะมึนเมาสุรา นำตัวดำเนินคดี พร้อมกับตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อนำมาเป็นหลักฐานในคดีต่อไป